วันพฤหัสบดี ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
ขณะนี้หลายพื้นที่ในประเทศกำลังประสบปัญหาภัยแล้ง ปริมาณน้ำต้นทุนที่มีปัจจุบันมีปริมาณจำกัด โดยเฉพาะลุ่มเจ้าพระยา อย่างไรก็ตาม ปัญหาภัยแล้งที่เกิดขึ้นภาครัฐคาดการณ์ไว้ล่วงหน้าแล้ว และเตรียมมาตรฐานรับมือต่อเนื่อง เพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น
….แต่ปีนี้ปริมาณน้ำต้นทุนที่มีอยู่ มีน้อยมาก จึงไม่เพียงพอสำหรับการใช้ในทุกๆกิจกรรม
จากสถิติปริมาณฝนตกเฉลี่ยในรอบ 50 ปี ของประเทศไทย เกิดภาวะฝนแล้งจัดอยู่ 3 ปีด้วยกัน คือ ปี 2522 มีปริมาณฝนตกเฉลี่ยทั่วประเทศ 1,332.3 มิลลิเมตร (มม.) ปี 2535 มีปริมาณฝนตกเฉลี่ยทั่วประเทศ 1,357.3 มม. และปี 2562 มีปริมาณฝนตกเฉลี่ยทั่วประเทศ 1,342.5 มม. อย่างไรก็ตาม แม้สถิต ฝนตกปี 2562 จะเป็นอันดับ 2 รองจากปี 2522 ก็ตาม แต่ผลกระทบที่เกิดขึ้นในฤดูปี 2562/63 รุนแรงมากกว่าด้วย เพราะจำนวนประชากร การเติบโตทางเศรษฐกิจ-อุตสาหกรรม ตลอดจนพื้นที่การเกษตรขยายมากกว่าปี 2522 ทำให้การบริหารจัดการน้ำเป็นไปด้วยความยากลำบาก
สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ 447 แห่ง ณ วันที่ 20 มกราคม 2563 มีปริมาณน้ำรวม 45,416 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 60% ของความจุอ่างฯ โดยเป็นปริมาณน้ำใช้การได้ 21,608 ล้าน ลบ.ม.หรือ 41% ของความจุอ่างฯ และในจำนวนดังกล่าวเป็นอ่างฯขนาดใหญ่มีปริมาณน้ำใช้การได้น้อยกว่า 30% ของความจุอ่างฯ มากถึง 12 แห่งคือ อ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล สิริกิติ์ แม่กวงอุดมธารา แม่มอก จุฬาภรณ์ อุบลรัตน์ ลําพระเพลิง ลําแชะ ลํานางรอง ป่าสักชลสิทธิ์ ทับเสลากระเสียว คลองสียัด และหนองปลาไหล
ส่วนสถานการณ์น้ำใน 4 เขื่อนหลัก ที่เป็นแหล่งน้ำต้นทุนของลุ่มเจ้าพระยาคือ เขื่อนภูมิพล สิริกิติ์ แควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ มีปริมาณน้ำรวมกัน 10,648 ล้านลบ.ม. หรือ 43% ของความจุอ่างฯเป็นปริมาณน้ำใช้การได้ 3,952 ล้าน ลบ.ม. หรือ 22% ของความจุอ่างฯ
.jpeg)
ดร.ทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทานกล่าวว่า ปริมาณน้ำต้นทุนที่มีอยู่ทั้งหมดกรมวางแผนจัดสรรน้ำ โดยให้ความสำคัญกับน้ำเพื่อรักษาระบบนิเวศและน้ำเพื่ออุปโภคบริโภค หากมีเหลือถึงจะจัดสรรเพื่อปลูกพืชฤดูแล้ง รวมถึงทำนาปรัง ดังนั้น จึงมีพื้นที่การเกษตรในเขตชลประทานหลายพื้นที่จำเป็นต้องงดทำนาปรังเพราะปริมาณน้ำไม่เพียงพอ โดยเฉพาะในลุ่มเจ้าพระยาให้งดทำนาปรังทั้งหมด ซึ่งได้รับความร่วมมือจากเกษตรกรส่วนหนึ่ง แต่ยังมีปลูกข้าวนาปรังบ้างพอสมควร
ทั้งนี้ ในการจัดสรรน้ำที่วางแผนไว้ในฤดูแล้งทั้งประเทศรวม 17,699 ล้าน ลบ.ม. และสำรองไว้ใช้ช่วงต้นฤดูฝนปี 2563 ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม 2563 อีก 11,340 ล้านลบ.ม. ณ วันที่ 20 มกราคม 2563 จัดสรรน้ำไปแล้ว 7,144 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 40 % ของแผน เฉพาะลุ่มเจ้าพระยาวางแผนจัดสรรน้ำไว้ 4,000 ล้านลบ.ม. จัดสรรน้ำไปแล้ว 2,222 ล้านลบ.ม. คิดเป็น 56% ของแผน ในขณะที่การปลูกพืชฤดูแล้งวางแผนไว้ทั่วประเทศ 2.83 ล้านไร่ แบ่งเป็นข้าวนาปรัง 2.31 ล้านไร่ พืชไร่-พืชผัก 0.52 ล้านไร่ ปรากฏว่าการปลูกข้าวนาปรังไม่เป็นไปตามแผน ขณะนี้เพาะปลูกแล้ว 3.10 ล้านไร่ เกินกว่าแผนที่วางไว้คิดเป็น 134.21% ของแผนฯ โดยเฉพาะลุ่มเจ้าพระยารณรงค์งดทํานาปรังหรือนาต่อเนื่องในฤดูแล้ง ปี 2562/63 ผลออกมาขณะนี้เพาะปลูกแล้ว 1.76 ล้านไร่
.jpeg)
จะเห็นได้ว่าพื้นที่ที่ปลูกข้าวนาปรังเกินกว่าแผนจะอยู่ที่ลุ่มเจ้าพระยาเกือบทั้งหมด
อธิบดีกรมชลประทานกล่าวว่าจากการสำรวจเบื้องต้นเกษตรกรที่ทำนาปรังส่วนใหญ่ ใช้น้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติในพื้นที่ตนเอง ดังนั้น การจัดสรรน้ำยังเป็นไปตามแผนที่วางไว้มีน้ำพออุปโภคบริโภคจนถึงเดือนกรกฎาคม ตามที่กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่าฝนจะมาเดือนกรกฎาคมแน่นอน
“การบริหารจัดการน้ำลุ่มเจ้าพระยาค่อนข้างยากกว่าลุ่มน้ำอื่นๆ เพราะพื้นที่กว้างครอบคลุมกว่า 22 จังหวัด และไม่มีแหล่งน้ำต้นทุนเป็นของตนเอง มีเพียงเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จ.ลพบุรี ซึ่งขณะนี้ปริมาณน้ำมีน้อยมากมีปริมาณน้ำที่ได้งานได้เพียง 204 ล้านลบ.ม. หรือ 21% ของปริมาณการกักเก็บเท่านั้น ต้องใช้น้ำต้นทุนจากเขื่อนภูมิพล จ.ตาก และเขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์ จัดสรรน้ำหล่อเลี้ยงลุ่มเจ้าพระยา ด้วยระยะทางไกลน้ำย่อมสูญเสียในแต่ละพื้นที่น้ำไหลผ่านจะมีการสูบน้ำขึ้นไปใช้ระหว่างทาง บางครั้งนำไปใช้ไม่เป็นไปตามที่จัดสรรให้ กรมจึงขอความร่วมมือกระทรวงมหาดไทยลงพื้นที่สร้างความเข้าใจเรื่องจัดสรรน้ำให้เป็นไปตามแผน” ดร.ทองเปลวกล่าว
อย่างไรก็ตาม ในการบริหารจัดการน้ำให้พ้นวิกฤติภัยแล้งปีนี้ไปให้ได้นั้นทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องร่วมมือกัน ประชาชนต้องใช้น้ำอย่างประหยัดและรู้คุณค่าของน้ำ พื้นที่การเกษตรกรที่ให้งดทำนาปรังก็ต้องงดทำจริงๆ เพราะปริมาณน้ำต้นทุนมีจำกัด หากบริหารจัดการน้ำตามแผนที่วางไว้ กรมชลประทานมั่นใจว่า ปริมาณน้ำที่มีอยู่ จะเพียงพอสำหรับรักษาระบบนิเวศของลำน้ำและอุปโภคบริโภคจนถึงฤดูฝนแน่นอน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี