546.jpg
สาวระยองช็อก! เจอหมายศาลแจ้งเป็นหนี้แบงก์1.5ล้านทั้งที่ไม่เคยกู้เงิน

สาวระยองช็อก! เจอหมายศาลแจ้งเป็นหนี้แบงก์1.5ล้านทั้งที่ไม่เคยกู้เงิน

วันอังคาร ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563, 19.17 น.

สาวระยองช็อก! อยู่บ้านดีๆ ก็เจอหมายศาลแจ้งเป็นหนี้ธนาคาร 1.5 ล้านบาททั้งๆ ที่ตนเองไม่เคยกู้เงินมาก่อน แถมยังโดนหักเงินเกลี้ยงบัญชี

วันที่ 18 ก.พ.พ.ต.ท.สุทัศน์ ปะสิ่งชอบ สารวัตรเวร สภ.ปากน้ำประแสร์ จ.ระยอง ได้รับแจ้งความจาก น.ส.เข็มทอง เหลืองอ่อน อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 26/1 ม.6 ต.กองดิน อ.แกลง จ.ระยองว่าเงินในบัญชีธนาคารกสิกรไทย สาขาแกลง อ.แกลง จ.ระยอง จำนวน 14,000.89 บาทได้หายไปจนเกลี้ยงบัญชี โดยมีหมายศาลแจ้งว่าเป็นหนี้ธนาคารที่กู้ยืมไปจำนวน 1.5 ล้านบาท ทำให้ตนตกใจมากเพราะไม่เคยกู้เงินกับธนาคารดังกล่าวเลย จึงนำหลักฐานเข้าแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ


โดย น.ส.เข็มทอง เหลืองอ่อน ให้การว่าตนได้เปิดบัญชีกับธนาคารกสิกรไทย สาขาแกลง ระยองไว้เมื่อหลายปีก่อนโดยล่าสุดมีเงินในบัญชีจำนวน 14,000.89 บาท ต้องการถอนเงินมาใช้จ่าย ปรากฏว่า ไม่มีเงินเหลือในบัญชีเลยและยังได้รับหมายศาลส่งมาว่าให้ชำระหนี้สินจำนวน 1.5 ล้านบาท ที่กู้เงินจากธนาคารกสิกรไทย สาขานาจอมเทียน จ ชลบุรี เมื่อ 4 ปีที่ผ่านมา ตนรู้สึกตกใจมาก จึงรีบเดินทางเข้าไปสอบถามกับเจ้าหน้าที่ธนาคาร สาขาแกลง ทันที 

 

 

ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ธนาคารได้ตรวจสอบข้อมูลให้เจ้าหน้าที่ได้บอกว่าตนเป็นหนี้เงินกู้จำนวน 1.5 ล้านบาทที่ไปกู้กับธนาคารกสิกรไทย สาขานาจอมเทียน จ.ชลบุรี เมื่อ 4 ปีก่อนจริง เพราะมีหลักฐานการกู้ยืมเป็นชื่อและมีบัตรประชาชนของตนเองที่มีลายเซ็นต์กำกับไว้ถูกต้องด้วย ทางธนาคารจึงจำเป็นต้องหักเงินในบัญชีเป็นการจ่ายคืนเงินกู้ ทำให้เกิดความแปลกใจและตกใจเป็นอย่างมากจนเกือบช็อค เพราะไม่เคยกู้ยืมเงินกับธนาคารสาขาดังกล่าวเลย จึงให้ทางพนักงานตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง

โดยพนักงานเปิดเผยว่า มีการกู้ยืมจริง จึงตรวจสอบไปยังสำนักงานส่วนกลาง ปรากฏว่าได้รับคำตอบว่า เจ้าหน้าที่ธนาคารได้นำเอกสารบัตรประจำตัวประชาชนของตนเองไปปลอมแปลงและทำการกู้เงินจำนวน 1.5 ล้านบาท และได้ถูกจับกุมแล้ว แต่ก็ไม่ได้ให้คำแนะนำ และรับผิดชอบเงินของตนเองที่หายไป จึงเข้าแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน เพราะกลัวว่าจะเป็นแพะ ต้องเป็นผู้ชดใช้หนี้สินที่ไม่ได้กู้ยืมมา และฝากเตือนเป็นอุทาหรณ์กรณีการเซ็นต์รับรองสำเนาบัตรประชาชนต้องมีการระบุชัดเจนว่าใช้เพื่อทำอะไร เพราะตนเองมักจะไม่เคยระบุเพราะเห็นว่าเป็นธนาคารคงจะปลอดภัย

 

 

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน พร้อมทั้งเตรียมประสานทางธนาคารฯ เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าว ซึ่งทางผู้สื่อข่าวได้ติดต่อไปทางธนาคาร แต่เจ้าหน้าที่ปฎิเสธให้ข้อมูล และแจ้งว่าทางผู้จัดการไม่อยู่ไปประชุมจึงไม่สามารถให้ข้อมูลและรายละเอียดอะไรได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อ 4 ปีก่อนผู้เสียหายเคยให้เอกสารกับคนคนหนึ่งเพื่อไปทำธุรกรรมกับธนาคารกสิกรไทย สาขานาจอมเทียน จ.ชลบุรี และต่อมามีการตรวจพบว่าเจ้าหน้าที่ปลอมลายเซ็นไปกู้ยืมเงิน 1.5 ล้าน จนถูกจับกุมไปแล้ว ผู้เสียหายจึงคิดว่าเรื่องจบไปแล้วผ่านมาถึง 4 ปี กระทั่งมาถูกหักเงินในบัญชีทำให้ต้องมาแจ้งความไว้เป็นหลักฐานและต้องการให้ธนาคารคืนเงินที่หักไปด้วย
 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top