'ครูตั้น'ปลุกผู้บริหารกล้าคิด-กล้าตัดสินใจ หวังดันการศึกษาไทยทะยานสู่อันดับโลก

'ครูตั้น'ปลุกผู้บริหารกล้าคิด-กล้าตัดสินใจ หวังดันการศึกษาไทยทะยานสู่อันดับโลก

วันพฤหัสบดี ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2563, 19.55 น.

“ครูตั้น” เร่งพัฒนาผู้บริหารให้กล้าคิด-ตัดสินใจมั่นใจผู้บริหารทุกคนคืออนาคตของศธ.ที่จะผลักดันการศึกษาไทยไปอันดับต้นของโลก

เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2563 ที่สถาบันพัฒนาครู คณาจารย์และบุคลากรทางการศึกษา (สคบส.) จังหวัดนครปฐม นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(รมว.ศธ.) กล่าวบรรยายพิเศษให้ผู้เข้าอบรมตามโครงการพัฒนานักบริหารระดับสูง (นบส.) ศธ.รุ่นที่ 10 ตอนหนึ่งว่า การขับเคลื่อนการทำงานต่างๆ ข้าราชการประจำ ผู้บริหารระดับสูง มีความสำคัญมาก ข้าราชการการเมืองก็ต้องฟังข้าราชการประจำ ดังนั้น หากมีความเข้าใจตรงกันจะทำให้การขับเคลื่อนนโยบายศธ.ผ่านไปได้ด้วยดี ที่ผ่านมาตนเคยได้ยินว่าข้าราชการกลัว ผู้บริหารฝ่ายการเมือง ตนจึงอยากให้ข้าราชการเข้มแข็ง ยืนหยัดในสิ่งที่ถูกต้อง เชื่อว่านักการเมืองทุกคนมีจิตสำนึก สุดท้ายความดีจะชนะ จะทำให้ท่านยืนหยัดอยู่ได้ แต่หากเสนออะไรที่ไม่ถูกต้องก็ต้องรับผิดชอบ


"การเมืองเองก็อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านและอยู่ในช่วงพยายามปรับกันเอง เพื่อให้เป็นไปตามแนวทางที่ควรจะเป็น หากมีความเข้าใจกัน ก็จะทำให้นโยบายของประเทศขับเคลื่อนไปได้ สาเหตุที่ผมต้องเข้มข้นในการพัฒนาผู้บริหาร มีปรับเปลี่ยนหลักสูตร อาจจะทำให้การเข้าสู่ตำแหน่งของแต่ละคนยากขึ้น หรือเป็นแล้วลำบากขึ้น เพราะเราปล่อยให้การบริหารที่ไม่ถูกต้องบกพร่องไม่เหมาะสมเกิดขึ้นไม่ได้ ซึ่งเมื่อเร็ว ๆนี้ ผมเพิ่งเซ็นเอกสารยอมรับโรงเรียนสังกัด ศธ.ที่ค้างค่าไฟ ค่าน้ำ ค่าอินเตอร์เน็ต รวมหลายสิบล้านบาท ผมก็ถามว่าทำไมผู้บริหารโรงเรียนไม่มีความสามารถบริหารจัดการ ตรงนี้เท่ากับเป็นการโชว์ศักยภาพในการบริหาร ซึ่งที่ผ่านมาไม่เป็นไร แต่อนาคตต้องย้อมรับแนวทางการบริหารใหม่เพื่อให้ได้ผู้บริหารที่เข้มแข็งพอ“ นายณัฏฐพล กล่าว

นายณัฏฐพล กล่าวต่อว่า สิ่งที่ตนอยากทำคือ เตรียมความพร้อมให้กับคนที่จะเข้าสู่ตำแหน่งว่าต้องมีความสามารถไรบ้าง คนที่จะเป็นผู้บริหารโรงเรียนต้องมีความรู้พื้นฐานด้านการบริหารจัดการเรื่องการเงินของโรงเรียน ซึ่งศธ.ก็ต้องจัดหลักสูตรนั้นเพื่อให้เขาเรียนรู้ และผู้บริหารต้องมีความรู้ภาษาอังกฤษ สามารถสื่อสาร ได้ด้วยความมั่นใจ และในอนาคตจำนวนโรงเรียนจะลดลงจาก 30,000 กว่าโรง ยกเว้นโรงเรียนขนาดเล็กที่ดำรงอยู่ได้ด้วยตนเอง (Stand Alone) ส่วนจะลดลงเท่าไรนั้นยังบอกไม่ได้ สุดท้ายทุกโรงเรียนต้องมีการเรียนการสอนที่มีคุณภาพ

ขณะเดียวกันอยากให้ผู้บริหารกล้าตัดสินใจ ทั้งการประเมินบุคลากร ซึ่งต้องตัดสินใจได้ คุณสมบัติเหล่านี้เป็นเรื่องที่ต้องรู้ก่อนเข้าสู่ตำแหน่ง หากไม่กล้าตัดสินใจก็เป็นผู้บริหารไม่ได้ ก็ไปสู่สายงานอื่นที่ถนัดแทน บางคนเป็นครูที่เก่ง แต่พอขึ้นเป็นผู้บริหารอาจไม่เก่ง ศธ.ก็ต้องทำให้ครูที่ขึ้นเป็นผู้บริหารที่เก่ง กล้าตัดสินใจ ผู้บริหารทุกคนจะต้องร่วมกันสร้างกระทรวงศึกษาให้เป็นกระทรวงแห่งความเป็นเลิศ และลดความทับซ้อน อย่างเมื่อเร็ว ๆ นี้ ตนประชุมผู้บริหาร ศธ. เพื่อทบทวนการใช้งบฯปี 2563 และ 2564 ซึ่งอีก 5-6 เดือนข้างหน้าเราไม่รู้เลยว่าจะเกิดอะไรขึ้น เพราะผลจากเชื้อไวรัสโควิด-19 หลายกระทรวงก็ต้องมาทบทวนการใช้งบ ซึ่งศธ. ผู้บริหารก็ต้องดูสถานการณ์และมองไปข้างหน้า วันนี้ เรายังไม่มีตึกได้ แต่คนไม่มีเงินไม่ได้ ข้าราชการ ลูกจ้างชั่วคราว รับเงินเดือนช้าไม่ได้ เพราะไปขอยืมเงินใครคงลำบากกในช่วงสถานการณ์ไม่ปกติ ดังนั้น ศธ.จึงย้ำไปว่า งบปี 2563 ต้องบูรณาการรายการแรกๆที่ต้องมาดูคือเงินเดือนครูและบุคลากร ถ้ามีงบลงทุน 5 พันล้านบาท จะต้องกันไว้ส่วนหนึ่งเพื่อให้ได้รับเงินเดือนตรงเวลา ไม่ให้เกิดความเดือดร้อน

“จากการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโรงเรียน ผมยอมรับว่าโรงเรียนขนาดเล็กหลายแห่งไม่มีคุณภาพจริงๆ มีเด็กเรียนเพียงไม่กี่คน ถึงแม้จะมีระบบการศึกษาทางไกล แต่ดูแววตาเด็กแล้วไม่มีความสุข ขณะเดียวกันห่างไปไม่ถึง 15 นาที มีโรงเรียนที่มีคุณภาพที่สามารถไปควบรวมได้ เพราะผมเชื่อว่าหากเด็กเหล่านี้ได้ไปเรียนในโรงเรียนที่มีคุณภาพ จะมีความสุขในการเรียนมากขึ้น การทำเรื่องนี้ในช่วงแรกที่ผมเข้ามารับตำแหน่ง ก็มีคนเตือนว่าอย่าทำเรื่องนี้เลย เพราะเป็นเผือกร้อน จะมีปัญหากับคนทั้งประเทศ แต่พอผมได้ลงพื้นที่ได้เห็นของจริง ผมจึงตัดสินใจว่าต้องทำ ไม่ทำไม่ได้ เพราะผมมองไม่เห็นอนาคตของเด็ก และภายในเดือนพฤษภาคม นี้ 95% ของโรงเรียนทั้งหมด จะเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตความเร็วสูงเข้าไป ซึ่งอาจจะบอกว่ามีทำอยู่แล้ว แต่ผมรู้มาว่าที่ผ่านมาไม่เร็วจริง ที่ผมทำคุณภาพดีกว่าเดิม จะทำให้นักเรียนและครูสามารถพัฒนามีโอกาสเรียนรู้เท่ากันหมด และจากที่งบโรงเรียนเคยจ่ายค่าอินเตอร์เน็ตปีละหลักพันล้าน ก็เหลือหลัก 100 ล้าน เงินที่เหลือก็นำไปทำอย่างอื่น ผู้บริหารทุกคนต้องพัฒนาตนเองให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของโลกปัจจุบันที่ไปเร็วมากด้วยดิจิทัลเลกาซี เราจึงต้องปรับปรุงพัฒนาตนเอง ถ้าครู ผู้บริหารไม่เก่ง เด็กของเราก็จะไม่เก่ง ซึ่งผมยืนยันว่าผู้บริหารศธ.มีพลังที่จะขับเคลื่อนศธ.ไปได้ เพราะประเทศไทยมีศักยภาพที่ดีมาก มีความพร้อมทุกด้าน เป็นประเทศที่อยู่ในอันดับ้นๆของโลกได้ ดังนั้น การศึกษาจะเป็นเลิศก็อยู่ที่ผู้บริหารทุกคนที่จะร่วมกันผลักดัน และถ้าผมมีโอกาสไปกระทรวงอื่น ผมขอไม่ไป อยากอยู่ศธ.เพราะอยากทำให้การศึกษาเดินไปตามที่ควรจะเป็น” รมว.ศธ. กล่าว

ทั้งนี้ โครงการพัฒนาผู้บริหารระดับสูง ศธ. (นบส.ศธ.) ดำเนินการไปแล้ว จำนวน 9 รุ่น มีผู้สำเร็จหลักสูตร จำนวน 644 คน สำหรับรุ่นที่ 10 มีผู้เข้ารับการพัฒนาฯ จำนวน 87 คน เป็นบุคลากร ข้าราชการ สังกัด ศธ. จำนวน 79 คน และกระทรวงอื่น ๆอีกจำนวน 8 คน สำหรับการพัฒนามีระยะเวลา การพัฒนา 450 ชม. สับปดาห์ละ 3 วัน รวมระยะเวลา 5 เดือน

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top