533.jpg

ประกาศปิดเรียน5วัน! หนีโควิด-19 พบผีน้อยมาส่งลูกที่ร.ร.ไม่ยอมกักตัว (ชมคลิป)

วันอาทิตย์ ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2563, 15.13 น.

8 มีนาคม 2563 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า จะมีการปิดโรงเรียนชุมชนบ้านหลุมรัง หมู่ 5 ต.หลุมรัง อ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี เป็นเวลา 5 วัน พร้อมกับจัดกิจกรรมบิ๊กคลีนนิ่ง ทำความสะอาดทั้งโรงเรียนป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19 เนื่องจากมีผู้ปกครองของเด็กนักนักเรียน 2 คน เพิ่งเดินทางกลับจากกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 2 มี.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่หวั่งเกรงว่าอาจจะติดไวรัสโควิด-19 ดังนั้นผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปตรวจสอบ

ไปถึงพบนายอิทธิพล กาญจนโรมนต์ (เสื้อยืดแขนสั้นสีดำ) ผู้อำนวยการโรงเรียนชุมชนบ้านหลุมรัง นายอุดร ศรีสุข ครูชำนาญการพิเศษ รร.ชุมชนบ้านหลุมรัง นายอิทธิพัทธ์ รัตนสุวรรณาชัย นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหลุมรัง นายบุญไชย อุดม ผอ.รพ.สต.หลุมรัง รวมทั้งนายพิทักษ์ สระทองรอด ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 5 ต.หลุมรัง และบุคลากรครูผู้ช่วย ลูกจ้างประจำ พนักงานราชการ และลูกจ้างชั่วคราว กว่า 30 คน กำลังช่วยกันล้างทำความสะอาด โรงอาหาร ห้องเรียน และอื่นๆกันอย่างตั้งอกตั้งใจ ซึ่งทุกคนต่างสวมหน้ากากอนามัย รวมทั้งถุงมืออย่างรัดกุม


ทั้งนี้ นายอิทธิพล เปิดเผยว่า ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ขึ้นมาทางโรงเรียนก็ได้มีมาตรการณ์คือให้ชุมชนและคณะคุณครูมาช่วยกันทำความสะอาด ด้วยการฆ่าเชื้อภายในห้องและอาคารเรียนทั้งหมดโดยปกติในวันพรุ่งนี้คือวันจันทร์ที่ 9 มี.ค.ทางโรงเรียนจะจัดให้มีการสอบก่อนปิดเทอม แต่ตนได้ตระหนักถึงความสำคัญตรงนี้เพราะเกรงว่า อาจจะมีเชื้อโรคต่างๆติดอยู่ตามโรงเรียน ตนจึงได้สั่งการไปว่าขอปิดโรงเรียนเป็นเวลา 5 วัน และกำหนดให้เด็กนักเรียนมาสอบในวันที่ 16-17-18 มี.ค.ที่จึงถึงนี้

ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ปกครอง ว่าบุตรหลานของท่านที่มาเรียนที่โรงเรียนบ้านหลามจะไม่เสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคต่างๆ ซึ่งนี่ถือว่าเป็นมาตรการการป้องกันของโรงเรียน

สุดท้ายนี้ขอฝากประชาสัมพันธ์ไปถึงผู้นำชุมชน และผู้ปกครองว่า ทางโรงเรียนชุมชนบ้านหลุมรัง จะเริ่มปิดการเรียนการสอนตั้งแต่วันที่ 9-13 มี.ค.และ จะเปิดการเรียนการสอน ในวันที่ 16-18 ซึ่งเป็นวันที่เด็กๆต้อมาสอบ จึงขอฝากประชาสัมพันธ์ ให้ทุกคนได้รับทราบตรงนี้ด้วย

ด้านนายอุดร ศรีสุข ครูชำนาญการพิเศษ รร.ชุมชนบ้านหลุมรัง เปิดเผยว่า จากกระแสข่าวลือว่าทางโรงเรียน ได้ทราบมาว่าผู้ปกครองเด็กนักเรียนได้กลับมาจากกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ และปรากฏว่าเข้ามาอยู่ในพื้นที่ของเราโดยไม่ได้กักตัวเอง

จากกระแสข่าวลือดังกล่าวได้มีเด็กและผู้ปกครองโทรเข้ามาสอบถามเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะเมื่อวานนี้ ผู้ปกครองของเด็กนักเรียนชั้น ม.1 และชั้น ป.3 เพราะผู้ปกครองของเด็กนักเรียนทั้งสองคนได้เดินทางมาที่โรงเรียนด้วย

โดยเด็กส่วนหนึ่งบอกกับครูว่า ผู้ปกครองคนดังกล่าวเดินทางมาจากประเทศบาห์เรน ไม่ใช่มาจากประเทศเกาหลี ซึ่งแค่เดินทางมาจากประเทศบาห์เรน เราก็รู้สึกกลัวอยู่เช่นกัน แต่เมื่อมารู้ข้อเท็จจริงว่ามาจากประเทศเกาหลีใต้ ทางโรงเรียนจึงได้มีการพูดคุยกันว่าเราจะทำอย่างไรกันดี เพราะว่าอย่างน้อยก็จะได้สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ปกครองคนอื่นรวมทั้งตัวเด็ก

ดังนั้นวันนี้คุณครูและบุคลากรของโรงเรียนและผู้ปกครองที่มีจิตอาสาบางส่วน จึงได้นัดกันมาเช็ดถูล้างเพื่อทำความสะอาดพื้น รวมทั้งห้องเรียน และโรงอาหาร เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับเด็กและผู้ปกครอง

ส่วนนายอิทธิพัทธ์ รัตนสุวรรณาชัย นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหลุมรัง กล่าวว่า หลังจากที่มีข่าวลือว่ามีผู้ปกครองของเด็กนักเรียนโรงเรียนชุมชนบ้านหลุมรัง เดินทางมาจากกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ หรือที่เรียกกันว่าผีน้อย ตนในฐานะนายก อบต.หลุมรัง จึงนำข่าวดังกล่าวไปปรึกษาหารือกับนายธนณัฏฐ์ ศรีสันต์ นายอำเภอบ่อพลอย

ซึ่งวันนี้มีนายพิทักษ์ สระทองรอด ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 5 เจ้าของพื้นที่รวมทั้งคุณหมอบุญไชย อุดม ผอ.โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลหลุมรัง ได้เดินทางมาด้วย โดยก่อนหน้านี้เราได้มีการหารือกับนายวิสิทธิ์ ปิ่นประชานันท์ สาธารณสุขอำเภอบ่อพลอย เกี่ยวกับบุคคลดังกล่าวที่มีข่าวลือว่าอาจจะติดเชื้อไวรัสโควิส-19

จากนั้นก็ได้ลงพื้นที่ไปพบผู้ปกครองของเด็กนักเรียนที่เดินทางมาจากกรุงโซล โดยพบว่าข้อมูลที่แท้จริงก่อนเดินทางกลับบุคคลดังกล่าว ได้ถูกกักตัวเอาไว้ที่กรุงโซล ก่อนขึ้นเครื่องมาแล้ว 14 วันเพื่อความปลอดภัย และบุคคลดังกล่าวได้เดินทางกลับประเทศไทย ก่อนที่จะมีข่าวเรื่องผีน้อย

อย่างไรก็ตามเมื่อประชาชนมีความตื่นตระหนก ทางสาธารณสุขก็ไปให้คำแนะนำ พร้อมกับให้บุคคลดังกล่าวกักตัวเองอยู่กับบ้านเป็นเวลา 14 วัน รวมทั้งสาธารณสุขก็ได้มีการเช็กอาการไข้ของคนรอบข้างเป็นอย่างดี

ดังนั้นจึงไม่อยากให้ผู้ปกครองหรือชาวบ้านที่ได้รับข่าวลือ อย่าได้ตระหนกและรู้สึกตกใจ เนื่องจากทางภาคส่วนราชการ เช่นทางอำเภอ สาธารณสุข และทางโรงเรียนก็ได้มีการติดตามอาการอย่างใกล้ชิด แต่เพื่อความไม่ประมาท วันนี้ทางโรงเรียนจึงได้จัดทำบิ๊กคลีนนิ่ง ขึ้นภายในโรงเรียนเพื่อความสบายใจ และสาธารณสุขเอง ก็จะได้ให้ความรู้ในแนวทางป้องกัน การติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ให้ทุกคนได้เข้าใจต่อไป

ส่วนนายบุญไชย อุดม ผอ.รพ.สต.หลุมรัง กล่าวว่า สำหรับเคสผู้ปกครองที่เดินทางมาจากกรุงโซลรายนี้ ได้ผ่านระบบมาอย่างถูกต้องแล้ว แต่เพียงแค่ขอให้เฝ้าระวังอาการเท่านั้น โดยทางเราจะเฝ้าระวังอาการไปจนถึงวันที่ 16 มี.ค.นี้ หากไม่พบอาการอะไรเรื่องก็จบ และอยากประชาสัมพันธ์ไปถึงประชาชนว่า ขอให้กินร้อน ช้อนกลาง และขอให้ล้างมือกันบ่อยๆ หากมีข่าวลือก็อย่าตกใจ แต่อย่าประมาทเท่านั้นเอง และหากต้องไปในชุมชนก็ขอให้ใส่หน้ากากอนามัยไปด้วย อย่างน้อยก็ป้องกันฝุ่นละอองได้  

นายพิทักษ์ สระทองรอด ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 5 กล่าวว่า หลังจากมีข่าวลือดังกล่าวออกมา ทางอำเภอก็ได้สั่งการมาให้ช่วยประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านทราบข้อจริงทางเสียงตามสายขึ้นทุกช่วงเช้าและเย็น เพื่อให้ชาวบ้านรู้วิธีป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19 และเมื่อมีเคสดังกล่าวเกิดขึ้นภายในหมู่บ้านของเรา ทางคณะกรรมการหมู่บ้านจึงได้ร่วมกับทาง อบต.หลุมรัง และ รพ.สต.หลุมรัง ร่วมกับคณะครู จัดทำกิจกรรมบิ๊กคลีนนิ่งขึ้นภายในโรงเรียน ในครั้งนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุด เมื่อเวลา 14.30 น. ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากนายธนณัฏฐ์ ศรีสันต์ นายอำเภอบ่อพลอย จ.กาญจนบุรีว่า เวลา 12.00 น.ของวันที่ 6 มี.ค.63 สำนักงานสาธารณสุขอำเภอบ่อพลอยได้รับแจ้งจาก รพ.สต.ช่องด่าน โดยผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 3 ต.ช่อด้าน อ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี และชาวบ้านได้มีการพูดถึงกันในวงกว้างในหมู่บ้าน ว่ามีผู้ที่เดินทางกลับจากประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2563 มาอาศัยอยู่หมู่ 3 ต.ช่อด่าน โดยรายชื่อไม่อยู่ในบัญชีผีน้อย

หลังจากได้รับแจ้ง ทีม SRRT อำเภอบ่อพลอย จึงได้ออกสอบสวนเหตุการณ์ดังกล่าว พบว่า น.ส.วรรณา (ขอสงวนนามสกุล)อายุ 37 ปี เดินทางไปใช้แรงงานแบบผิดกฎหมาย(นวดแผนโบราณ) ที่กรุงโซล ได้ประมาณ 3 เดือน และกลับมาถึงภูมิลำเนาเมื่อวันที่ 2 มี.ค.63

จากการสอบถามพบว่า ก่อนที่จะได้เดินทางออกจากประเทศเกาหลีใต้นั้น ทางการของเกาหลีใต้ได้มีการกักบริเวณของแรงงานจากประเทศไทย ที่กำลังจะเดินทางกลับเป็นเวลา 14 วัน แล้วพบว่า น.ส.วรรณา ไม่ป่วย จึงให้ น.ส.วรรณา ออกจากประเทศเกาหลีใต้ได้

โดย น.ส.วรรณา กลับมาถึงสนามบินสุวรรณภูมิ ไม่ได้รับการตรวจคัดกรองใดๆที่สนามบิน จากนั้นเดินทางกลับจังหวัดกาญจนบุรี ด้วยรถแท็กซี่ และรถตู้สาธารณะสายกรุงเทพ-กาญจนบุรี และเดินทางด้วยรถโดยสารประจำทางจาก อ.เมืองกาญจนบุรี ไปบ้านพักที่ตำบลช่องด่าน อ.บ่อพลอย บ้านพักอาศัยอายู่ที่บ้านด้วยกัน 5 คน ประกอบด้วย มารดา 1 คน ลูก 1 คน และหลานอีก 2 คน โดยลูกและหลาน จำนวน 2 คนเรียนอยู่ที่โรงเรียนชุมชนบ้านหลุมรัง

สิ่งที่สาธารณะสุขอำเภอบ่อพลอย ได้ดำเนินการคือ 1.ได้มีการพูดคุยให้มีการกักตัวเองในบริเวณบ้านโดยไม่ให้ออกไปไหน เป็นเวลา 14 วัน ถ้าไม่ทำตามอาจพิจารณาลงโทษตามกฎหมาย 2.เจ้าหน้าที่ได้ทำการแจกแมสให้ จำนวน 20 ชิ้น สำหรับผู้มีประวัติเสี่ยงเองคนเดียว เจลล้างมือไว้ที่บ้าน และ 3.เจ้าหน้าที่ได้ให้ปรอทวัดไข้ 1 อัน โดยให้ทำการวัดไข้เองที่บ้านและเจ้าหน้าที่จะโทรติดตามทุกวัน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top