ผู้ว่าฯกาญจน์อนุโลมให้ 1 วัน 'ไทย-เมียนมา' ข้ามแดนกลับบ้านได้

ผู้ว่าฯกาญจน์อนุโลมให้ 1 วัน 'ไทย-เมียนมา' ข้ามแดนกลับบ้านได้

วันเสาร์ ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2563, 16.24 น.

พ่อเมืองกาญจน์ ลงพื้นที่ตรวจด่านชายแดนพุน้ำร้อน หลังสั่งปิดด่านพร้อมอนุโลมให้ ปชช.ทั้งไทยและเมียนมาที่ตกค้างข้ามกลับบ้านได้ รวมทั้งขนส่งอาหารทะเลได้จนถึงเวลา 18.30 น. ของวันนี้เท่านั้น เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน

เมื่อเวลา 10.30 น.ที่ 21 มี.ค.63 นายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี พร้อมด้วยนายอธิสรรค์ อินทร์ตรา หัวหน้าสำนักงานจังหวัดกาญจนบุรี นายวิฑูรย์ สิรินุกุล นายอำเภอเมืองกาญจนบุรี และเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เดินทางไปตรวจติดตามสถานการณ์ที่บริเวณจุดผ่านแดนถาวรบ้านพุน้ำร้อน หมู่ที่ 12 ตำบลบ้านเก่า อำเภอเมืองกาญจนบุรี จังหวัดกาญจนบุรี ตรงข้ามด่านทิกิ เมืองทวาย ภาคตะนาวศรี ประเทศเมียนมา ภายหลังจากจังหวัดกาญจนบุรีได้มีคำสั่ง ที่ 1191/2563 เรื่องการระงับการเดินทางเข้า-ออกของบุคคล ยานพาหนะ และสิ่งของ ณ จุดผ่านแดนถาวร จุดผ่อนปรนชั่วคราว และช่องทางอื่นๆ ตลอดแนวชายแดนจังหวัดกาญจนบุรีที่มีระยะทางกว่า 371 กิโลเมตร ตั้งแต่วันที่ 21 มีนาคม 2563 เป็นต้นไป จนถึงวันที่ 3 เมษายน 2563


 

 

โดยนายจีระเกียรติ ได้พบปะพูดคุยกับเจ้าหน้าที่หน่วยงานต่างๆ อาทิ ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดกาญจนบุรี ทหารหน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า กองกำลังสุรสีห์ เพื่อสอบถามถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นภายหลังจากปิดด่าน โดยมีนายเทอดศักดิ์ กิตติวรากูร เลขาชมรมผู้ประกอบค้าชายแดนไทย-เมียนมา บ้านพุน้ำร้อน ร่วมให้ข้อมูล ซึ่งพบว่า มีประชาชนชาวไทยและนักท่องเที่ยวที่เดินทางข้ามไปท่องเที่ยวยังฝั่งเมืองทวาย ซึ่งตกค้างในฝั่งเมียนมาประมาณ 200 คน และแรงงานชาวเมียนมาตกค้างในฝั่งไทย ประมาณ 200 คน นอกจากนี้ ยังมีรถขนส่งสินค้าอุโภคบริโภคที่ตกค้างอยู่บริเวณหน้าด่านอีกจำนวนหนึ่งด้วยจึงได้ร่วมกันวางแนวทางแก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่เกิดขึ้น เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนทั้งสองประเทศ 

จากนั้นได้เดินทางไปตรวจที่จุดตรวจช่องทางพุน้ำร้อน (ทหารพราน) ซึ่งพบว่ามีประชาชนและนักท่องเที่ยวชาวไทยยืนรอที่จะกลับข้ามฝั่งเข้ามายังฝั่งไทยจำนวนหนึ่ง ทางผู้ว่าราชการจังหวัดจึงได้พูดคุยทำความเข้าใจ พร้อมทั้งหาวิธีแก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่เกิดขึ้น โดยจะจัดรถยนต์ตู้มารับคนไทยที่บริเวณชายแดน เพื่อกลับเข้าประเทศ และอนุโลมให้ชาวเมียนมาที่ตกค้างในฝั่งไทย ข้ามกลับเข้าไปยังฝั่งเมียนมา ได้ถึงเวลา 18.30 น.ของวันนี้เท่านั้น ส่วนในวันพรุ่งนี้ (22 มี.ค.) จะดำเนินการตามมาตรการขั้นสูงสุด เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

 

 

นายเทอดศักดิ์ กิตติวรากูร เลขาชมรมผู้ประกอบค้าชายแดนไทย-เมียนมา บ้านพุน้ำร้อน เปิดเผยว่า สำหรับปัญหาที่เกิดขึ้นภายหลังจากจังหวัดกาญจนบุรีมีมาตรการปิดด่านชายแดน พบว่ามีการตกค้างของสินค้าจำนวนหนึ่ง และมีประชาชนชาวไทยที่ติดค้างในฝั่งเมียนมาจำนวนหนึ่ง ขณะที่แรงงานชาวเมียนมาก็มารอเพื่อที่จะเดินทางกลับบ้านอีกจำนวนหนึ่งเช่นกัน ซึ่งควรผลักดันกลุ่มคนเหล่านี้กลับไปเพื่อจะได้ไม่เป็นภาระของทางการไทย ซึ่งดูจากการสัญจรไป-มาก็พบว่าไม่ได้มีการเดินทางข้ามฝั่งไปมามากเหมือนปกติทุกวัน การควบคุมของเจ้าหน้าที่ก็พอที่จะเป็นไปได้ ขณะที่เรามีเจ้าหน้าที่ครบถ้วน ทั้งด่านตรวจพืช ด้านตรวจสัตว์ เจ้าหน้าที่ควบคุมโรคและมีกล้อง มีการคัดกรองที่เข้มแข็งอยู่แล้วในการดำเนินการตามมาตรการตั้งแต่ต้น

สำหรับความเสียหายด้านเศรษฐกิจในระยะ 14 วัน คาดว่าจะเกิดความเสียหายอยู่ที่หลักสิบล้านบาท ในการสั่งซื้อสินค้าทั้งน้ำมัน วัสดุก่อสร้าง ในการนำเข้าอาหารทะเลที่นำเข้ามาขายในประเทศ อาจจะมีเสียหายบ้าง แต่ต้องอดทน เพื่อให้ผ่านพ้นช่วงวิกฤตนี้ไปก่อน แต่เท่าที่เห็นด่านต่างๆ ก็มีมาตรการที่แตกต่างกันไป โดยแต่ละด้านจะคงไว้ซึ่งการค้า สังเกตจากคำสั่งที่ออกมาเมื่อคืน เช่น ด่านระนอง สะพานปลาเปิดได้ ซึ่งสะพานปลาเกี่ยวกับสินค้าอย่างเดียว ถ้าสินค้าเข้ามาคนขับรถมาแค่คนสองคน การคัดกรองเป็นไปได้ง่าย ไม่กระทบในเชิงธุรกิจมากนัก 

 

 

จึงอยากวิงวอนผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรีให้มีการผ่อนปรนมาตรการ เนื่องจากเรามีเจ้าหน้าที่พร้อมทุกหน่วย เป็นสถานการณ์ที่เบาบางกว่าปกติ เพราะปกติในวันหนึ่งคนข้ามด้านไปมาก็จะควบคุมยาก เจ้าหน้าที่ก็ควบคุมกันอยู่แล้ว ถ้าควบคุมเฉพาะที่ตกค้างน่าจะง่าย ถ้าไม่ให้กลับไปอาจจะทำให้เป็นภาระให้กับทางภาครัฐมากกว่า โดยเมื่อผลักดันกลับไปแล้ว ก็จะไม่อนุญาตให้ข้ามกลับเข้ามาใหม่ จนกว่าจะมีมาตรการที่เปลี่ยนแปลงไป เพื่อเป็นการร่วมกันป้องกันการแพร่ระบาด

นายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ได้ให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้เราพยายามแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นอยู่โดยเราจะอนุโลมสำหรับคนที่จะกลับบ้านเท่านั้นและกรณีสินค้าที่จะเน่าเสียได้ ซึ่งเดินทางมาถึงหน้าด่านแล้วแต่ระหว่างเดินทางไม่ทราบถึงคำสั่งที่ทางจังหวัดได้ประกาศไป ทั้งนี้ เพื่อไม่ให้ผู้ประกอบการต้องเสียประโยชน์หรือได้รับความเสียหาย เราจึงพิจารณาผ่อนผันให้ แต่จะอนุโลมวันนี้วันเดียวเท่านั้น หลังจากนั้นการปิดด่านก็จะเข้มงวดตามมาตรการที่ประกาศไว้

 

 

ทั้งนี้ เราไม่ได้มีการประสานกับทางเมียนมาเรื่องของการปิดด่าน ซึ่งถือว่าเราทำดีที่สุดแล้ว การที่ทางจังหวัดกาญจนบุรีออกคำสั่ง และให้มีผลบังคับใช้และปฏิบัติในวันนี้เลย บางคนก็ยังไม่ทราบ เราจึงต้องผ่อนคลายมาตรการให้ โดยตนเป็นคนออกคำสั่ง ดังนั้น ตนก็จะรับผิดชอบตรงนี้ โดยการแก้ปัญหาด้วยการอนุญาตให้พวกเขากลับบ้านได้และให้ขนสินค้าได้ แต่เฉพาะในวันนี้เท่านั้น รวมทั้งสินค้าที่จะเสียหาย เช่น อาหารทะเล เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายไปมากกว่านี้ ส่วนกรณีของจุดผ่อนปรนทางการค้าบ้านพระเจดีย์สามองค์ ตำบลหนองลู อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี ตรงข้ามเมืองพญาตองซู ก็จะอนุโลมในลักษณะนี้เช่นเดียวกัน

สำหรับสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี ก็ยังคงตัวเลขผู้ป่วยจำนวนเท่าเดิม ไม่มีเพิ่มแต่อย่างใด โดยพบมีผู้ติดเชื้อที่ยืนยันแล้ว  1 ราย ที่พักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลในจังหวัดกาญจนบุรี และอยู่ในการดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด ปัจจุบันอาการทั่วไปปกติ ส่วนผู้ที่สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วย เราก็มีทีมเจ้าหน้าที่ติดตามเฝ้าระวัง จนถึงวันนี้ยังไม่พบว่ามีอาการเสี่ยงติดเชื้อแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม พบว่าประชาชนส่วนหนึ่งเกิดความวิตกกังวล ขอแจ้งว่าสถานการณ์ยังไม่วิกฤต ขอให้ประชาชนอย่าได้วิตกกังวลมากจนเกินไป ขอให้เปลี่ยนความกลัวเป็นความรู้ที่ถูกต้อง หากมีพฤติกรรมที่ดี สามารถป้องกันโควิด-19 ได้และขอให้ร่วมกันรับผิดชอบต่อสังคม ถ้าเราร่วมมือป้องกันตนเอง ป้องกันการแพร่เชื้อให้คนอื่น ทำตามคำแนะนำที่ถูกต้อง
 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top