สถานการณ์โควิด-19 อยู่ในช่วง'โกลเด้น พีเรียด'ทางสองแพร่งที่คนไทยต้องเลือกเดิน

สถานการณ์โควิด-19 อยู่ในช่วง'โกลเด้น พีเรียด'ทางสองแพร่งที่คนไทยต้องเลือกเดิน

วันจันทร์ ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2563, 13.38 น.

สธ. ชี้สถานการณ์โควิด-19 ของไทยอยู่ในช่วง“โกลเดนท์ พีเรียด” ทางสองแพร่งที่คนไทยต้องเลือกเดิน ย้ำหากประชาชนไม่ร่วมมือได้เห็นตัวเลขพุ่งหลักหลายพัน

เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 23 มีนาคม 2563 นายแพทย์ศุภกิจ ศิริลักษณ์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) เปิดเผยว่า วันนี้เรามีตัวเลขผู้ป่วยสะสมทั้หมดอยู่ที่ 721 ราย โดยใช้ข้อมูลจากการพ็อตกราฟโดยใช้ข้อมูลสถิติทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งคาดการณ์ข้างหน้าว่า จะเป็นอย่างไร หากประเทศที่มีจำนวนผู้ป่วยเกินกว่า 100 ราย จะเห็นได้ว่ากราฟตัวเลขวันนี้พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว ดังจะเห็นจากตัวเลขของกลุ่มในประเทศยุโรป อาทิ อิตาลี อิหร่าน รวมถึงอังกฤษ และสหรัฐอเมริกา ด้วยที่มีตัวเลขเพิ่มขึ้นไปถึงหลัก 100 เป็น 200 และเป็น 1,000 คน จนกระทั่งถึงระดับหลายหมื่นคนจะมีผู้เสียชีวิตจำนวนมากอย่างน่าตกใจ เนื่องจากปัญหาระบบสาธารณสุขเข้ามารองรับไม่ทัน ขณะที่ประเทศเกาหลีใต้ ไต้หวัน สิงคโปร์ ปรากฏว่าเมื่อมีตัวเลขผู้ป่วยติดเชื้อพุ่งสูงขึ้น แต่กลับพบว่าเส้นกราฟของกลุ่มประเทศเหล่านี้ถูกเบนออกไปได้หลังจากตัวเลขพุ่งสูงขึ้นไประดับหนึ่งแล้ว ซึ่งจะเห็นได้ว่าตัวเลขของเกาหลีใต้พุ่งขึ้นไปถึงกว่า 7 พันคน เช่นเดียว
กันประเทศญี่ปุ่นที่ตัวเลขพุ่งขึ้นไปหลักพันเส้นกราฟก็เบนออกไปเช่นกัน


"เช่นเดียวกันสถานการณ์ของประเทศไทยในขณะนี้ที่มีตัวเลขอยู่ที่ 721 ราย ซึ่งเป็นทางสองแพร่งเราเลือกจะไปทางซ้ายหรือขวา ทั้งนี้ อยู่ที่การปฏิบัติตัวของประชาชนล้วน ๆ ที่จะต้องมีวินัย เพื่อหยุดการแพร่เชื้อ ในทางการแพทย์เรียกว่า ห้วงเวลานี้ว่า "โกลเด้น พีเรียด" (Golden Period) คือ เวลาทอง ถ้าเราไม่ประพฤติ ปฏิบัติตัวมีวินัยอย่างเคร่งครัดในการหยุดอยู่บ้านเพื่อหยุดเชื้อ หรือออกไปนอกบ้านแล้วระวังป้องกันตัวเองเราก็จะเดินไปเหมือนเช่นประเทศทางยุโรป นั่นหมายความว่า อีกไม่กี่วันเราก็ถึงสถานการณ์เกือบทะลุหลายพันคนได้ ซึ่งถ้าถึงวันนั้นเราก็นึกไม่ออกว่าทางการแพทย์เราจะรับมือได้มากน้อยแค่ไหน แม้ว่าจะทำดีที่สุดในระบบสุขภาพที่แข็งแรงมากก็ตาม ก็เสี่ยงที่จะมีผู้เสียชีวิตเพิ่ม ดังนั้น เราอยู่ในจุดที่ประชาชนเลือกได้ว่า เลือกที่จะทำให้ออกไปในแนวทางไหน จะเลือกเส้นกราฟที่เบนออกไปเช่นกันกับประเทศเกาหลี ญี่ปุ่น และสิงคโปร์"นายแพทย์ศุภกิจ กล่าว

และว่า ขณะนี้เราไม่สามารถหยุดการเพิ่มขึ้นของผู้ป่วยได้แต่เราจะทำอย่างไรที่จะทำให้เส้นกราฟเบนออกไปในทิศทางที่มีผู้ป่วยลดน้อยลง หรือว่าจะทำให้พุ่งโด่งขึ้นไปเหมือนกับบางประเทศในยุโรป หรือในอเมริกา ขึ้นอยู่กับมือท่านเท่านั้น เพราะการแพทย์และสาธารณสุขทำได้แต่เพียงแค่การคอยค้นหาและรักษาให้ยาได้เท่านั้น ดังนั้น มาตรการรัฐใดที่ออกมาขอให้เข้าใจกระบวนและคอนเซ็ปต์ว่าหลักการคืออะไรแล้วช่วยดำเนินการตาม เช่น ห้ามไม่ให้ไปรับประทานอาหาร แต่ท่านก็ไปรวมตัวกันดื่มเหล้านอกพื้นที่ ซึ่งเราก็ไม่อยากให้ถึงจุดที่รัฐต้องออกมาตรการล็อกดาวน์ ห้ามไม่ให้ออกไปนอกบ้านเลย

นายแพทย์ศุภกิจ กล่าวว่า ตอนนี้เราเห็นภาพการเดินทางกลับภูมิลำเนาซึ่งก็เป็นการเพิ่มความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดการแพร่ระบาดเริ่มตั้งแต่การขึ้นรถบัส รถทัวร์ ซึ่งเป็นระบบปิด และอยู่ด้วยกันเป็นระยะเวลายาวนาน และนั่งกันอย่างแออัด ดังนั้น อยากจะขอให้ปลายทางแต่ละจังหวัดมีการรายตัวกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และกักตัวเองเพื่อหยุดการแพร่เชื้อโรค

ด้านนพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทั่วโลกว่า ขณะนี้มี 185 ประเทศ 2 เขตบริหารพิเศษ 1 นครรัฐ 2 เรือสำราญ โดยข้อมูลตั้งแต่ 5 มกราคม-23 มีนาคม 2563 พบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อจำนวน 329,624 ราย เสียชีวิต 14,433 ราย ส่วนประเทศจีนพบผู้ป่วย 81,054 ราย เสียชีวิต 3,261 ราย อิตาลี พบผู้ป่วย 59,138 ราย เสียชีวิต 5,476 ราย

ขณะที่สถานการณ์ในประเทศไทยนั้นมีผู้ป่วยเพิ่ม 122 คน ตัวเลขสะสมอยู่ที่ 721 ราย (ลำดับที่ 600-712 ราย) เป็นผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อรักษาในโรงพยาบาล 668 ราย กลับบ้านวันนี้จำนวน 7 ราย

ทั้งนี้ สำหรับผู้ป่วยใหม่จำนวน 122 รายแบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ 1 กลุ่มผู้ป่วยที่มีประวัติสัมผัสกับผู้ป่วย หรือเกี่ยวข้องกับสถานที่ที่พบผู้ป่วยก่อนหน้านี้ จำนวน 20 ราย โดยในกลุ่มนี้แบ่งเป็น กลุ่มในสนามมวย 4 ราย และกลุ่มผู้สัมผัสกับผู้ป่วยที่มีรายงานก่อนหน้านี้ จำนวน 16 ราย

กลุ่มที่ 2 เป็นผู้ป่วยรายใหม่ 10 ราย ได้แก่ กลุ่มผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ เป็นชาวไทย 2 ราย เดินทางมาจากปอยเปต และเยอรมนี และชาวต่างชาติอีก 2 ราย เดินมาจากสวิตเซอร์แลนด์และเยอรมัน และกลุ่มผู้ทำงาน เป็นพนักงานในคลับ หรือ บาร์ และเป็นดีเจในผับซึ่งมีความแออัด และใกล้ชิดกับคนจำนวนมากรวมทั้งเกี่ยวข้องกับชาวต่างชาติ ซึ่งอาศัยอยู่ที่ สุราษฎร์ธานี ร้อยเอ็ด ภูเก็ต และกระบี่ จำนวน 6 ราย

กลุ่มที่ 3 คือ กลุ่มผู้ที่ได้รับผลยืนยันทางห้องปฏิบัติการพบเชื้อโควิด 19 แต่อยู่ระหว่างรอประวัติและสอบสวนโรค จำนวน 92 ราย  
นอกจากนี้ยังมีผู้ป่วยอาการหนักจำนวน 7 ราย ที่ยังใส่เครื่องช่วยหายใจ และเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดอยู่ในสถาบันบำราศนราดูร ร.พ.เพชรบูรณ์ และร.พ.สาธารณสุขในสังกัดโรงเรียนแพทย์ และร.พ.เอกชน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top