วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2569
เมื่อวันที่ 15 เมษายน 2563 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปดูฝูงผึ้งหลวง ที่พากันบินมาทำรังใต้คางพระพุทธรูปเชียงแสนสิงห์หนึ่ง ปางมารวิชัย ศิลปะล้านนาองค์ใหญ่ หรือหลวงพ่อใหญ่ อย่างน่าอัศจรรย์ ภายในสำนักสงฆ์วัดป่าห้วยบง ต.แม่ปืม อ.เมือง จ.พะเยา จนเป็นที่ฮือฮาและแปลก ทั้งๆ ที่องค์พระพุทธรูป ตั้งประดิษฐานอยู่กลางแจ้ง แดดแผดเผาร้อนตลอดทั้งวัน แต่ฝูงผึ้งกลับยึดไว้เป็นที่ทำรังอยู่อาศัยตลอดปี โดยจะหมุนเวียนสลับฝูงเข้ามาเกาะทำรังทั่วบริเวณองค์พระพุทธรูป โดยไม่หนีไปไหน และที่สำคัญฝูงผึ้งหลวงจะไม่ทำร้ายหรือต่อยผู้ใดที่อยู่ในบริเวณวัด ซึ่งชาวบ้านเชื่อว่าเป็นเพราะบารมีของหลวงพ่อใหญ่ ที่มีความศักดิ์สิทธิ์ ช่วยปกปักรักษาคุ้มภัยให้แก่ฝูงผึ้งหลวงที่ได้มาอยู่อาศัยด้วย

สำหรับพระพุทธรูปดังกล่าว เป็นพระพุทธรูปเชียงแสนสิงห์หนึ่ง ปางมารวิชัย ศิลปะล้านนา รูปลักษณะขนาดใหญ่ หน้าตักกว้าง 18 เมตร สูง 17 เมตร ประดิษฐานโดดเด่นสง่างามอยู่บนแท่นภายในสำนักสงฆ์วัดป่าห้วยบง โดยมีฝูงผึ้งหลวงมาทำรังขนาดใหญ่ ขนาดตั้งแต่ 50 เซนติเมตร จนถึง 1 เมตร เกาะติดไปทั่วบริเวณองค์พระพุทธรูป โดยผึ้งจะทำรังเกาะติดบริเวณใต้คางพระพุทธรูป จนมองดูเหมือนเคราขนาดใหญ่ห้อยอยู่หลายรัง ทำรังใต้รักแร้ ใต้แขน ตลอดจนองค์พระพุทธรูป ซึ่งฝูงผึ้งทำรังอยู่ที่นี่มาเป็นเวลาหลายปี จนเป็นที่อัศจรรย์ใจของชาวบ้านที่มาทำบุญที่วัดและได้พบเห็น

พระครูใบฎีกาอธิชัย คุณวุฒ เจ้าอาวาสสำนักสงฆ์วัดป่าห้วยบง เปิดเผยว่า หลังจากที่ได้สร้างองค์พระพุทธรูปสิงห์หนึ่ง ศิลปะเชียงแสนล้านนา หรือหลวงพ่อใหญ่ ขึ้นมาเมื่อประมาณ 5 ปีที่ผ่านมา ซึ่งในขณะที่กำลังก่อสร้างก็ได้มีฝูงผึ้งหลวงพากันบินเข้ามาเกาะทำรังทั่วองค์หลวงพ่อใหญ่ โดยจะมาทำรังอยู่ที่ใต้คาง และทั่วองค์หลวงพ่อใหญ่ มานาน โดยฝูงผึ้งหลวงบินมาเหมือนเสียงเครื่องบินวนรอบองค์พระพุทธรูป และรวมตัวกันเกาะใต้คางพระพุทธรูปสิงห์หนึ่ง ซึ่งเป็นที่อัศจรรย์อย่างยิ่ง โดยมีเหล่าฝูงผึ้งหลวง พากันมาเกาะทำรังทั่วองค์พระพุทธ โดยรังผึ้งได้ยึดใต้คาง ใต้รักแร้ และใต้ศอก ทำรัง โดยแต่ละรังมีความยาวกว้าง 1.1 เมตร จนถึง 2 เมตร โดยไม่ทำร้ายใครที่มากราบไหว้หลวงพ่อและพระที่อยู่ภายในวัด

ซึ่งฝูงผึ้งหลวงจะย้ายออกในวันงานบุญของวัดช่วงเดือนมกราคมของทุกปี เป็นวันที่เปลี่ยนผ้าสไบห่มองค์พระ (สไบทิพย์) แล้วกลับมาใหม่อีกหลังจากเสร็จวันพิธีงานบุญ จะไม่หนีไปไหน ทั้งที่องค์พระตั้งอยู่กลางแจ้ง โดนทั้งแดด ลม และฝน ทำให้ชาวบ้านที่ผ่านไปมา รวมทั้งนักท่องเที่ยว ต่างเห็นเป็นเรื่องมหัศจรรย์ ซึ่งอาตมาเห็นว่าเป็นธรรมดาของสัตว์โลกที่เห็นว่าอยู่ตรงไหนสงบร่มเย็น ปลอดภัย ก็เข้ามาอยู่อาศัย ไม่ใช่เรื่องปาฏิหาริย์แต่อย่างใด นอกจากนั้น ยังมีชาวบ้านจำนวนมากมาขอโชคลาภ ซึ่งเป็นธรรมดา เป็นความเชื่อของแต่ละบุคคล ไม่สามารถห้ามได้
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี