วันอังคาร ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2569
‘ผู้ว่าฯเมืองหมู’ ออกประกาศสั่งห้ามจนท.ยึดของบริจาคมาสวมรอยเอาหน้า เข้มประสานก่อน 1 วัน - เว้นระยะห่างทางสังคม
21 เมษายน 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่หญิงสาวแจกโจ๊กฟรีให้ประชาชนในช่วงการระบาดของโควิด-19 บริเวณองค์พระปฐมเจดีย์ จ.นครปฐม แต่กลับถูกเจ้าหน้าที่เข้ามายึดโจ๊ก โดยอ้างว่าดำเนินการตามมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม นอกจากนี้ ยังมีรายงานพบว่าเจ้าหน้าที่ได้นำโจ๊กของหญิงสาวคนดังกล่าวที่ยึดมา มาแจกประชาชนต่อ ต่อมาทางศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 กระทรวงมหาดไทย (ศบค.มท.) ได้สั่งการให้ผู้ว่าฯนครปฐมรายงานข้อเท็จจริงมาที่ส่วนกลาง เพื่อให้เป็นไปตามหนังสือสั่งการก่อนหน้านี้ ลงวันที่ 18 เม.ย.ที่ผ่านมา กำชับเรื่องการแจกสิ่งของ บริจาคอาหาร ของภาคประชาชน หรือเอกชน ให้แจ้งเจ้าหน้าที่รับทราบก่อน รวมถึงมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมนั้น
ล่าสุด นายชาญนะ เอี่ยมแสง ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม ในฐานะผู้กำกับการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินจังหวัดนครปฐม ได้ออกประกาศจังหวัดนครปฐม ฉบับที่ 13/2563 เรื่อง มาตรการควบคุมการแพร่ของโรคติดต่ออันตราย กรณีการบริจาคสิ่งของอุปโภคบริโภค เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในท้องที่จังหวัดนครปฐม
โดยที่สถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด 19 ได้แพร่ระบาดอย่างรวดเร็วและกว้างขวางไปหลายประเทศทั่วโลก โดยกระทรวงสาธารณสุขได้ออกประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ชื่อและอาการสำคัญของโรคติดต่ออันตราย (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2563 ลงวันที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563 กำหนดให้โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด 19 เป็นโรคติดต่ออันตราย ตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 นายกรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีจึงได้มีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร ฉบับลงวันที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2563 เกี่ยวกับโรคดังกล่าว และจังหวัดนครปฐมยังเป็นพื้นที่เสี่ยงที่อาจมีการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 22 (7) แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 ประกอบกับข้อ 5 ข้อ 7 (1) และข้อ 11 ของข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบับที่ 1) ลงวันที่ 25 มีนาคม พ.ศ.2563 ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐมโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ 1.ผู้ใดประสงค์จะบริจาคหรือแจกจ่ายสิ่งของอุปโภค บริโภค อาหาร หรือเงิน ให้แก่ประชาชนโดยตรงในพื้นที่จังหวัดนครปฐมให้แจ้งศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนครปฐม หรือศูนย์ดำรงธรรมอำเภอ หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ที่ประสงค์จะบริจาคทราบก่อนดำเนินการ อย่างน้อย 1 วัน โดยให้แจ้งชนิดสิ่งของที่จะบริจาค จำนวนสิ่งของที่จะบริจาค และจำนวนบุคคลที่เข้าร่วมบริจาค เพื่อให้หน่วยงานราชการดังกล่าวจะได้อำนวยความสะดวกในการดำเนินการให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและเป็นไปตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)
ข้อ 2. ให้ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนครปฐม หรือศูนย์ดำรงธรรมอำเภอ หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่ได้รับแจ้งจากผู้ประสงค์จะบริจาคหรือแจกจ่ายสิ่งของตามข้อ 1 อำนวยความสะดวกในการจัดระเบียบการบริจาคและแจกจ่าย ดังนี้
2.1 ให้อำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำหนดสถานที่สำหรับแจกจ่ายสิ่งของอย่างน้อยพื้นที่ละ 1 แห่ง พร้อมทั้งกำหนดช่วงระยะเวลาการดำเนินการไว้อย่างชัดเจน กรณีผู้ประสงค์จะบริจาคหรือแจกจ่ายสิ่งของอุปโภค บริโภค อาหาร หรือเงิน นอกพื้นที่ที่กำหนด ให้ดำเนินการพิจารณาอำนวยความสะดวกและจัดระเบียบตามความเหมาะสม
2.2 ให้ผู้บริจาคหรือแจกจ่ายสิ่งของอุปโภค บริโภค อาหาร หรือเงิน และผู้มารับบริจาคหรือผู้รับแจกจ่ายสิ่งของดังกล่าว สวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าตลอดเวลาที่ดำเนินกิจกรรม
2.3 จัดให้มีสถานที่สำหรับล้างมือ หรือวางเจลสำหรับล้างมือ หรือน้ำยาฆ่าเชื้อโรคในสถานที่ที่เหมาะสม รวมทั้งจัดให้มีมาตรการวัดไข้หรือวัดอุณหภูมิร่างกายผู้มารับบริจาคหรือแจกจ่ายสิ่งของอุปโภค บริโภค อาหาร หรือเงิน
2.4 จัดให้ผู้มารับบริจาคหรือแจกจ่ายสิ่งของอุปโภค บริโภค อาหาร หรือเงิน เว้นระยะนั่งหรือยืนห่างกันอย่างน้อยหนึ่งเมตรเพื่อป้องกันการติดต่อสัมผัส หรือแพร่เชื้อโรคทางฝอยละอองน้ำลาย
2.5 ควบคุมจำนวนผู้รับบริจาคหรือแจกจ่าย มิให้แออัด หรือลดเวลาให้สั้นลงเท่าที่จำเป็น โดยถือหลักการหลีกเลี่ยงการติดต่อสัมผัสระหว่างกัน
ข้อ 3. ห้ามมิให้เจ้าหน้าที่ของรัฐนำสิ่งของของผู้มาบริจาคหรือแจกจ่าย มาดำเนินการแจกจ่ายด้วยตนเอง
ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรการข้างต้น อาจมีความผิดตามมาตรา 18 แห่งพระราชกำหนด การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548
ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี