วันจันทร์ ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / ในประเทศ
ส่องเกษตร : เมื่อทบก.มาเยียวยาเกษตรกร

ส่องเกษตร : เมื่อทบก.มาเยียวยาเกษตรกร

วันพุธ ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.
Tag : ส่องเกษตร
  •  

สถานการณ์ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากมาตรการยับยั้งการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิค-19ของรัฐบาล ทั้งที่เป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรง ผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยอ้อม หรือ แม้แต่มาตรการที่รัฐกำหนดอาจไม่ส่งผลกระทบโดยตรง แต่หลายๆ คนก็อยากเป็นผู้ที่ได้รับการเยียวยาเช่นกัน หลายกลุ่มหลายอาชีพอาจจะตีขลุมเข้าข้างตัวเองไว้ได้รับผลกระทบด้วย ทั้งที่ก่อนหน้านั้นไม่ได้ทำอาชีพอะไรเป็นหลักแหล่ง ขณะที่ปัจจุบันการเยียวยากระจายไปยังกลุ่มผู้ที่ทำอาชีพการเกษตร หรืออาจจะโดยนิยามว่าเป็นเกษตรกร ซึ่งคงต้องไปดูให้ชัดเจนว่า กลุ่มคนเหล่านั้นเป็นเกษตรกรตามความหมายที่ให้คำนิยามไว้หรือไม่ และเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการของภาครัฐหรือไม่ อย่างไร

ในความเป็นจริงแล้ว เกษตรกรบางสาขาแทบจะไม่ได้รับผลกระทบจากมาตรการของรัฐ แถมยังได้ผลดีจากมาตรการดังกล่าวอีกด้วย กลุ่มเกษตรเหล่านี้สามารถขายผลผลิตได้มากขึ้น ประเทศคู่ค้ามีคำสั่งซื้อสินค้าเข้ามาเพิ่มขึ้นมากกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน ถ้าหากเหมารวมกลุ่มเกษตรกรเหล่านี้ก็คือเกษตรกรตามคำนิยาม และต้องได้รับมาตรการเยียวยา 15,000 บาท ด้วยเช่นกัน


สำหรับรัฐที่พิจารณาเยียวยาเกษตรกรจากฐานข้อมูลที่มีอยู่ในมือคือ ทะเบียนเกษตรกร หรือที่เรียกกันติดปากสำหรับเจ้าหน้าที่ของกรมส่งเสริมการเกษตร คือ ทบก.ภาษาปัจจุบันเรียกกันว่า Farm Book ดูเหมือนว่าการใช้ฐานข้อมูลดังกล่าวเป็นเรื่องง่ายๆ สามารถส่งต่อข้อมูลกันได้ทันที แต่หากจะพิจารณาถึงที่มาที่ไปของ ทบก. จากที่ผมรับทราบมาจากเกษตรอำเภอและเกษตรตำบลหลายๆ คนที่แสดงความกังวลในการนำฐานข้อมูลดังกล่าวมาใช้สำหรับการเยียวยาในครั้งนี้เนื่องจากเมื่อปี 2562 การขึ้นทะเบียนเกษตรกร ต้องการทราบข้อเท็จจริงว่ามีการทำการเกษตรในอาชีพต่างๆ อยู่เท่าใด เพื่อนำมาคำนวณหาปริมาณผลผลิต โดยไม่ได้คำนึงถึงเอกสารสิทธิ หรือกรรมสิทธิ์ในที่ดินที่ทำการเกษตร ขอให้ผ่านการประชาพิจารณ์ในชุมชนนั้นๆ ก็สามารถนำมาขึ้นทะเบียนเกษตรกรได้ แต่ในปีนี้การขึ้นทะเบียนเกษตรกรจะต้องพิจารณาเอกสารสิทธิและกรรมสิทธิ์ร่วมด้วย จึงเกิดการเปรียบเทียบกันระหว่างกลุ่มที่ขึ้นทะเบียนไว้เดิม กับกลุ่มที่ขึ้นทะเบียนใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มเกษตรกรทำนาในพื้นที่ภาคกลางกว่าร้อยละ 90 เป็นที่เช่า มีการใช้กรรมสิทธิ์ทับซ้อนกันเกิดขึ้น เกษตรกรที่ทำนาจริงๆ ไม่ได้รับความช่วยเหลือ เนื่องจากไม่สามารถแสดงกรรมสิทธิ์ได้ ผู้ที่ได้รับความช่วยเหลือกลับเป็นผู้ที่ไม่ได้ทำนา แต่เป็นเจ้าของแปลงนานั่นเสียเอง

หลังจากที่รัฐบาลประกาศจะใช้ทะเบียนเกษตรกรเป็นฐานในการเยียวยา สำนักเกษตรอำเภอแทบทุกที่ต่างก็มีเกษตรกรมาขึ้นทะเบียนเป็นจำนวนมาก โดยการพิสูจน์ว่าเป็นเกษตรกรตัวจริง มีการทำการเกษตรจริงหรือไม่ คงเป็นเรื่องที่ลำบากสำหรับบางสาขา เช่น หากแจ้งว่าทำนา โดยหลักการแล้วจะต้องมีอายุข้าวในแปลงต้องไม่น้อยกว่า 15 วัน จึงจะสามารถรับขึ้นทะเบียนได้ ซึ่งช่วงเวลานี้ไม่ใช่ฤดูกาลทำนาปกติ แต่ถ้าเป็นไม้ผลก็คงไม่มีปัญหานี้ เมื่อมีกรอบเวลาให้แจ้งภายในวันที่ 10 พฤษภาคม 2563 และให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 15 พฤษภาคม 2563 จากช่วงระยะเวลาที่กำหนด จึงบันเทิงมากสำหรับพี่น้องเกษตรตำบล-เกษตรอำเภอ จะประชาพิจารณ์อย่างไร ภายใต้การเว้นระยะห่างทางสังคม กรณีเกษตรกรทำนา จะมีแปลงนาที่ข้าวอายุ 15 วัน อยู่จริงตามเกณฑ์ หรือจะเว้นเรื่องนี้ออกไปก่อน ทั้งหมดนี้ คือ ปัญหาที่เกษตรตำบล-เกษตรอำเภอต้องเผชิญ การจะชี้ว่าคนนั้นเป็นเกษตรกร คนนี้ไม่ใช่เกษตรกร เป็นการยืนอยู่ผลประโยชน์ของแต่ละฝ่าย ลักษณะแบบนี้เรียกว่า แค่หายใจก็ผิดแล้ว ถึงแม้ว่ามีความพยายามที่จะนำระบบที่เรียกว่า IoT มาใช้กับทะเบียนเกษตรกร เพื่อช่วยลดภาระงานในระดับหนึ่ง แต่กับพี่น้องเกษตรกรแล้ว จะมีกี่เปอร์เซ็นต์ที่เข้าถึงใช้ได้ ใช้เป็น คงหนีไม่พ้นเจ้าหน้าที่ของกรมส่งเสริมการเกษตรที่ต้องดำเนินการ และเมื่อเหตุการณ์ชุลมุนผ่านไป เกิดปัญหาการร้องเรียน เยียวยาขาดไปเกินไป ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ ผู้จัดทำข้อมูลทะเบียนเกษตรกรเช่น เกษตรตำบลและเกษตรอำเภอหรือ

ผมอยากให้หยุดคิดกันสักนิดว่า ทะเบียนเกษตรกร ไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็นเครื่องมือในการรับเงินช่วยเหลือ แต่ทะเบียนเกษตรกร เกิดมาเพื่อเป็นข้อมูลในการส่งเสริมการเกษตรให้กับพี่น้องเกษตรกรได้อย่างถูกต้อง ตรงตามความต้องการของเกษตรกรแต่ละราย เป็นเครื่องมือของเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อ ทบก. ถูกบิดไปจากเป้าหมายเดิม จึงเป็นเรื่องที่ต้องคิดและระมัดระวังให้ดี เป็นกำลังใจให้พี่น้องเกษตรตำบล-เกษตรอำเภอทุกท่าน ขอให้โชคเข้าข้าง

สมชาย ชาญณรงค์กุล

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  •  

Breaking News

เจ้าชายแฮร์รี เตรียมเสด็จกลับอังกฤษสู้คดีกับสื่อยักษ์ใหญ่ ข้อหาละเมิดความเป็นส่วนตัว

หิ้วฝากขังผู้ต้องหา เอี่ยวโจมตีเว็บรัฐ เชื่อมเข้าเว็บพนันออนไลน์

จัดหนักทุกข้อหา พรรคประชาชน เดินหน้าฟ้อง ชูวิทย์ จงใจใส่ร้ายป้ายสี

ศาลพร้อมตรวจสอบ! หลังถูกพาดพิง เอี่ยววิ่งเต้นให้ประกันกลุ่มจีนเทา

Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved