วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2569
นางอัญชนา ตราโช รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า โครงการเกษตรผสมผสาน
ในสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร เน้นส่งเสริมเกษตรกรรมยั่งยืนด้วยศาสตร์พระราชา ตามแนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตทางการเกษตร โดยมีระยะเวลาโครงการ 4 ปี (ปี 2561 – 2564) อบรมให้ความรู้
ด้านเกษตรผสมผสานแก่เกษตรกรที่เป็นสมาชิกสหกรณ์หรือกลุ่มเกษตรกรที่ได้รับอนุมัติเงินกู้จากกองทุนสงเคราะห์เกษตรกรเพื่อสร้างระบบน้ำในไร่นา กำหนดเป้าหมายปีละ 100 แห่ง 1,500 ราย พื้นที่ 7,500 ไร่ โดยเป้าหมายรวม 4 ปี จะมีเกษตรกร 6,000 ราย เข้าร่วมครอบคลุมพื้นที่ 30,000 ไร่และสนับสนุนเงินอุดหนุนเพื่อจัดหาปัจจัยการผลิตให้สมาชิกที่เข้าร่วมโครงการเช่น เมล็ดพันธุ์ พันธุ์พืช พันธุ์สัตว์และ ปุ๋ย รายละประมาณ 6,000 บาท
สศก.ประเมินผลโครงการฯพื้นที่ 23 จังหวัด ที่ดำเนินการเป็นปีแรกในปีงบประมาณ 2561 จำนวนสมาชิก 1,500 ราย พบว่า การดำเนินงานบรรลุเป้าหมาย เกษตรกรได้รับความรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มีพื้นที่ทำเกษตรผสมผสาน 23,486 ไร่ เกษตรกรได้รับเงินอุดหนุนเพื่อจัดหาปัจจัยการผลิต โดยเกษตรกรส่วนใหญ่นำความรู้เกี่ยวกับการเลี้ยงสัตว์ เลี้ยงสัตว์น้ำ ทำปุ๋ยหมัก ปรับปรุงบำรุงดิน ทำบัญชีครัวเรือน หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ลดต้นทุนการผลิตมาปรับใช้ทำการเกษตร รวมทั้งเกื้อกูลซึ่งกันและกัน โดยนำมูลสัตว์มาทำปุ๋ยนำพืชผักและฟางข้าวเป็นอาหารสัตว์น้ำ
ส่วนด้านรายได้ เกษตรกรมี รายได้จากการจำหน่ายผลผลิต 8,100 บาทต่อไร่ และยังลดค่าใช้จ่ายจากการพึ่งพาตนเองได้รวม 2,579 บาท (แบ่งเป็นลดต้นทุนจากการบริโภคผลผลิตของตนเอง 1,104 บาท และลดต้นทุนการผลิตปัจจัยการผลิตของตนเอง 1,475 บาท) ซึ่งเกษตรกรถึงร้อยละ 94 พัฒนาแปลงผสมผสานอย่างต่อเนื่อง และร้อยละ 66 ต่อยอดโดยขยายผลการทำเกษตรผสมผสานสู่เกษตรกรรายอื่นต่อไปอีกด้วย
รองเลขาฯสศก.กล่าวต่อว่า ปัจจุบันที่มีการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ส่งผลต่อสภาพเศรษฐกิจ สังคมและกระทบรายได้เกษตรกร เนื่องจากความไม่สะดวกในการกระจายสินค้า ขายสินค้าได้ในจำนวนไม่มากแต่เกษตรกรสามารถพึ่งพาตนเองได้จากการทำกิจกรรมเกษตรผสมผสานลดความเสี่ยงด้านความมั่นคงอาหาร ด้วยแหล่งอาหารที่ตนเองผลิต นับได้ว่าการทำเกษตรผสมผสานก่อให้เกิดประโยชน์ต่อการดำรงชีวิตของเกษตรกรอย่างชัดเจน
ทั้งนี้ การดำเนินงานของโครงการระยะต่อไป นอกจากสนับสนุนแหล่งน้ำทางการเกษตร แหล่งเงินทุนและ
ส่งเสริมพัฒนาศักยภาพการผลิตแล้ว ควรส่งเสริมกลุ่มเกษตรกรและสถาบันเกษตรกรที่มีศักยภาพให้หาตลาดรองรับผลผลิตเองได้ โดยบูรณาการกับหน่วยงานอื่นขยายตลาดสินค้า และแนะนำช่องทางการตลาดที่ผู้บริโภคเข้าถึงได้ เช่น ตลาดออนไลน์ ช่วยเพิ่มช่องทางและเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร ซึ่งในปี 2563 กระทรวงเกษตรฯโดยกรมส่งเสริมสหกรณ์ ดำเนินงานโครงการอย่างต่อเนื่อง และต่อยอดไปสู่โครงการอื่นๆ ได้ต่อไป โดยใช้ศาสตร์พระราชา ทำให้เกิดภูมิคุ้มกันทางเศรษฐกิจสังคมสู้กับวิกฤติที่เกิดขึ้นได้อย่างดี
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี