วันจันทร์ ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2569
นายโอภาส ทองยงค์ อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ กล่าวว่า กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ (กตส.)มีภารกิจหนึ่งที่สำคัญคือ ตรวจสอบบัญชีสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรให้เข้มแข็งเป็นมาตรฐานสากล และกำกับดูแลการปฏิบัติงานของผู้สอบบัญชีให้เป็นไปตามมาตรฐานวิชาชีพและตามที่นายทะเบียนสหกรณ์กำหนดตรงไปตรงมา ส่งผลประโยชน์สู่สมาชิกสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรทั้งประเทศ ประมาณ 12,500,000 คน ปัจจุบันกรมตรวจบัญชีสหกรณ์มีผู้สอบบัญชี 756 คน ประกอบด้วย
ผู้สอบบัญชีที่เป็นข้าราชการของกรม 485 คน โดยผู้ที่จะได้รับการพิจารณาแต่งตั้งเป็นผู้สอบบัญชีต้องมีประสบการณ์ปฏิบัติงานด้านงานสอบบัญชีไม่น้อยกว่า 4 ปี และเพื่อให้การบริหารงานสอบบัญชีสหกรณ์มีประสิทธิภาพสอดคล้องกับขนาดของสหกรณ์ เหมาะกับสถานการณ์ กรมฯจึงแต่งตั้งผู้สอบบัญชีรับอนุญาตหรือบุคคลอื่นเป็นผู้สอบบัญชีสหกรณ์ เพื่อตรวจสอบบัญชี 271 คน
อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์กล่าวเพิ่มเติมว่า ด้านการปฏิบัติงานสอบบัญชีผู้สอบบัญชีสหกรณ์จะปฏิบัติงานตามมาตรฐานการปฏิบัติงานสอบบัญชี ตั้งแต่กระบวนการวางแผนงานสอบบัญชี ผู้สอบบัญชีจะศึกษาโครงสร้างธุรกิจ แหล่งเงินทุน ระเบียบ และการดำเนินงานของสหกรณ์ ก่อนเข้าปฏิบัติงานตรวจสอบบัญชีทุกครั้ง เพื่อประเมินความเสี่ยงในการสอบบัญชีของแต่ละประเภทธุรกิจของสหกรณ์ แล้วนำมาจัดทำแผนการสอบบัญชีโดยรวม และแนวการสอบบัญชี เพื่อกำหนดวัตถุประสงค์การตรวจสอบ วิธีการตรวจสอบ การกำหนดช่วงเวลาที่ต้องตรวจสอบ ด้านการปฏิบัติงานสอบบัญชี ผู้สอบบัญชีเข้าตรวจสอบบัญชีระหว่างปี อย่างน้อย 1 ครั้ง โดยจะเข้าตรวจสอบบัญชีระหว่างปีครั้งแรกก่อนวันสิ้นปีทางบัญชีไม่น้อยกว่า 4 เดือน หากพบว่ามีสหกรณ์/กลุ่มเกษตรกรที่มีปัญหาการทุจริต หรือมีข้อบกพร่อง ผู้สอบบัญชีจะวางแผนเข้าตรวจสอบบัญชีระหว่างปีทุกไตรมาส เพื่อติดตาม แก้ไขปัญหาให้ทันต่อสถานการณ์การตรวจสอบบัญชีประจำปี กรณีผู้สอบบัญชีตรวจพบข้อสังเกตที่สหกรณ์ต้องปรับปรุงรายการบัญชี ผู้สอบบัญชีจะเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการดำเนินการเพื่อชี้แจงพร้อมเสนอแนวทางแก้ไขแก่คณะกรรมการดำเนินการ หลังปฏิบัติงานสอบบัญชีเสร็จสิ้นผู้สอบบัญชีจะทำรายงานการสอบบัญชีระหว่างปีและรายงานการสอบบัญชีประจำปี
ซึ่งการปฏิบัติงานแต่ละกระบวนการกรมฯกำหนดให้มีการควบคุมคุณภาพงานสอบบัญชีตั้งแต่ ระดับผู้สอบบัญชี ระดับหัวหน้าสำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์ ระดับสำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์ที่ 1-10 ระดับกองกำกับการสอบบัญชีสหกรณ์ และสำนักมาตรฐานการบัญชีและการสอบบัญชี เพื่อให้งานสอบบัญชีสหกรณ์เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องตามพ.ร.บ.สหกรณ์ พ.ศ. 2542 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพ.ร.บ. (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2562 ระเบียบ คำแนะนำ และมาตรฐานการสอบบัญชี สหกรณ์และ กลุ่มเกษตรกรที่ได้รับการตรวจสอบบัญชี สามารถนำผลตรวจสอบบัญชีและข้อสังเกตจากผู้สอบบัญชีไปใช้ประโยชน์ ปรับปรุงการบริหารจัดการและอำนวยประโยชน์แก่มวลสมาชิกโดยรวม
ทั้งนี้ กรณีผู้สอบบัญชีพบข้อสังเกตจากการตรวจสอบด้านการเงินการบัญชีจะรายงานให้นายทะเบียนสหกรณ์ทราบ นอกจากนี้ ยังรายงานคณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ทราบด้วย ในกรณีมีปัญหาการทุจริตหรือข้อร้องเรียนเกิดขึ้น กรมกำหนดให้ผู้สอบบัญชีตรวจสอบข้อเท็จจริง และวางแผนเข้าตรวจสอบบัญชีระหว่างปีทุกไตรมาส พร้อมรายงานให้อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ในฐานะรองนายทะเบียนสหกรณ์ทราบเป็นระยะเพื่อติดตามแก้ปัญหาทันสถานการณ์ รวมทั้งพัฒนาศักยภาพผู้ตรวจสอบกิจการของสหกรณ์ เพื่อให้ผู้ตรวจสอบกิจการให้ข้อสังเกตจากการปฏิบัติหน้าที่ของฝ่ายจัดการและคณะกรรมการได้รวดเร็วทันสถานการณ์ ที่สำคัญคือ พัฒนาให้สมาชิกมีความรู้ความเข้าใจหลักการ วิธีการสหกรณ์ได้ตระหนักและมีส่วนร่วมตรวจสอบการดำเนินธุรกรรมทางการเงินของสหกรณ์และรับรู้ข้อมูลบัญชีสหกรณ์ทั้งภาพรวมและของตนเอง
“การตรวจสอบงบการเงินในปัจจุบัน กรมปฏิบัติตามมาตรฐานการสอบบัญชี ที่กำหนดโดยสภาวิชาชีพบัญชี และระเบียบที่กรมกำหนด โดยกรมฯจัดทำแนวทางบริหารจัดการงานสอบบัญชีทุกปีงบประมาณ เพื่อให้ผู้สอบบัญชีสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรใช้เป็นแนวทางปฏิบัติงาน และให้ผู้สอบบัญชีถือปฏิบัติเป็นแนวเดียวกัน โดยใช้ตรวจสอบสหกรณ์ทุกประเภท จึงเชื่อมั่นได้ว่าข้อมูลจากการตรวจสอบเชื่อถือได้และเป็นไปตามมาตรฐานการบัญชีและมาตรฐานการสอบบัญชีที่กำหนด” อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ กล่าว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี