วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2569
นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ (กปน.)ถึงการร่วมลงพื้นที่ตรวจราชการของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มแห่งชาติ เพื่อติดตามตรวจเยี่ยมการแก้ปัญหาปาล์มน้ำมันที่จ.สุราษฎร์ธานีว่า ปีนี้สศก.คาดว่าผลผลิตปาล์มน้ำมันจะเพิ่มขึ้นเป็น 17 ล้านตัน ปัจจุบันแหล่งผลิตปาล์ม 5 จังหวัดภาคใต้ คือ ชุมพร นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี กระบี่ และพังงา นับว่ามีพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมันคิดเป็นร้อยละ 75 จาก 5.6 ล้านไร่ทั้งประเทศ
สำหรับจ.สุราษฎร์ธานี เป็นแหล่งผลิตปาล์มน้ำมันอันดับ 1 ของประเทศ มีแนวทางคณะกรรมการขับเคลื่อนปาล์มน้ำมันคุณภาพจ.สุราษฎร์ธานีอย่างยั่งยืน หรือสุราษฎร์โมเดล อาทิ เกษตรกรชาวสวนปาล์มและผู้เก็บเกี่ยวต้องจัดการสวนปาล์มโดยเก็บเกี่ยวปาล์มสุกเท่านั้น (ลูกร่วง 3-5 ลูก) และผู้เก็บเกี่ยวโดยเฉพาะผู้เก็บเกี่ยวอิสระต้องขึ้นทะเบียน และผ่านการประชุมอบรมมีใบรับรองการเก็บเกี่ยวปาล์มที่ถูกต้อง กลุ่มลานเทให้ขึ้นทะเบียนลานเทเพื่อควบคุมลานเทที่รับซื้อปาล์ม และกำหนดข้อบังคับ เช่น ห้ามแยกลูกร่วง ห้ามรดน้ำ ห้ามมีตะแกรงร่อน และไม่บ่มปาล์ม รวมถึงให้ลานเทมีสิทธิ์คัดและยึดปาล์มดิบ และกลุ่มโรงงาน โดยต้องซื้อตามเกณฑ์ที่กำหนดในอัตราน้ำมันขั้นต่ำ 18% ทั้งนี้ทุกฝ่ายต้องดำเนินการตามข้อกำหนดซึ่งหากฝ่าฝืนจะมีมาตรการและบทลงโทษที่เคร่งครัด
โอกาสนี้ พล.อ.ประวิตรมอบนโยบายแก่ผู้แทนหน่วยงานส่วนกลางและคณะทำงานขับเคลื่อนฯ ระดับจังหวัด ณ ห้องประชุมธูปเตมีย์บน.7 อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งในการประชุม กนป. เมื่อวันที่ 4 มิถุนายนที่ผ่านมากนป.เห็นชอบแต่งตั้งคณะอนุกรรมการและคณะทำงานเพื่อใช้เป็นกลไกขับเคลื่อนระดับจังหวัด เพื่อแก้ปัญหาปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มใน 5 จังหวัดภาคใต้ โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดแต่ละจังหวัดเป็นประธานคณะทำงาน บูรณาการกำกับควบคุมคุณภาพผลผลิต กำกับราคาปาล์มน้ำมันที่เป็นธรรมแก่เกษตรกร และมีพล.ต.อ.ธรรมศักดิ์ วิชชารยะรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ประธานอนุกรรมการ เป็นศูนย์กลางขับเคลื่อนทั้งในส่วนกลางและระดับจังหวัด และใช้แนวทางของสุราษฎร์โมเดลเป็นต้นแบบ ขับเคลื่อนผ่านชุดปฏิบัติงานรับผิดชอบงานแต่ละด้านให้สอดคล้องกับสภาพการณ์แต่ละท้องที่ ซึ่งเน้นย้ำให้ผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะหัวหน้าทีมจังหวัด สรุปผลปฏิบัติงานทุกสัปดาห์ให้ประธานอนุกรรมการ และรายงานความก้าวหน้าพร้อมข้อเสนอแนะให้ทราบทุกเดือน โดยยึดหลักการดำเนินการ 5 ด้าน ดังนี้ 1.ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นหัวหน้าทีมบูรณาการสั่งการด้วยตนเอง 2.ให้สร้างการรับรู้แก่เกษตรกรชาวสวนปาล์ม ปลูกฝังตัดปาล์มที่สุกเต็มที่ 3.กวดขันกำกับให้รับซื้อผลปาล์มที่ได้เกณฑ์มาตรฐานสินค้าเกษตรทะลายปาล์มน้ำมัน ตามราคาที่เป็นไปตามโครงสร้างราคาที่กรมการค้าภายในจัดทำขึ้น 4.กำกับให้โรงงานสกัดปาล์มน้ำมันในพื้นที่ดำเนินการให้เป็นไปตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม อัตราน้ำมัน 18% และ5.กวดขันไม่ให้ลักลอบนำเข้าน้ำมันปาล์มโดยผิดกฎหมาย
ทั้งนี้ จากสถานการณ์ราคาปาล์มปี 2562 ที่ผ่านมา พบว่าราคาเฉลี่ยอยู่ที่กิโลละ 3.11 บาท โดยต้นทุนเฉลี่ยอยู่ที่ 9,000 บาท/ไร่ ให้ผลผลิตไร่ละ 3 ตัน อย่างไรก็ตาม ระยะ 2 เดือนที่ผ่านมา ราคาปาล์มน้ำมันเฉลี่ยที่กิโลกรัมละ 3.09 - 3.22 ในขณะที่มีปาล์มออกสู่ตลาดมากกว่า 1.9 ล้านตันในเดือนเมษายน และ 1.6 ล้านตันในเดือนพฤษภาคมตามลำดับ ซึ่งมติ กนป. เมื่อวันที่ 4 มิถุนายนเห็นชอบให้กระทรวงพลังงาน โดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เร่งจัดซื้อ
น้ำมันปาล์มดิบส่วนที่เหลือ 37,550 ตัน รวมทั้งเร่งส่งเสริมใช้น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว บี10 ให้เป็นไปตามเป้าหมาย ตลอดจนรณรงค์สร้างความเชื่อมั่นใช้น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว บี10 ให้ผู้บริโภค ผู้ประกอบการค่ายรถยนต์และสถานีบริการ เพื่อให้ปริมาณความต้องการใช้น้ำมันปาล์มดิบรองรับปริมาณผลปาล์มน้ำมันที่เพิ่มขึ้นได้ เชื่อมั่นว่าราคาปาล์มจะสูงขึ้นไม่ต่ำกว่ากิโลกรัมละ 4 บาท
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี