ศธ.เปิดศูนย์'ศคพ.'ช่วยเหลือนักเรียนถูกล่วงละเมิดทางเพศ

ศธ.เปิดศูนย์'ศคพ.'ช่วยเหลือนักเรียนถูกล่วงละเมิดทางเพศ

วันจันทร์ ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2563, 16.17 น.
Tag :

“ครูตั้น” เปิดศูนย์ ศคพ. รับเรื่องเด็กถูกล่วงละเมิดทางเพศ เอาจริง หากพบ ‘ครู’ ทำผิด สั่งถอนตั๋วครูทันที และให้ออกจากราชการชั่วคราว ประสาน สตช. ดูแลเด็กคุกคาม

เมื่อวันที่ 20 กรกฏาคม 2563 นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เป็นประธานในพิธีเปิดศูนย์คุ้มครองและช่วยเหลือนักเรียนนักศึกษาซึ่งถูกล่วงละเมิดทางเพศ กระทรวงศึกษาธิการ (ศคพ.) ณ บริเวณชั้น 1 อาคารรัชมังคลาภิเษก 2 กระทรวงศึกษาธิการ จากนั้น มอบนโยบายขับเคลื่อนการคุ้มครองและช่วยเหลือนักเรียนนักศึกษาซึ่งถูกล่วงละเมิดทางเพศ กระทรวงศึกษาธิการ ณ หอประชุมคุรุสภา กระทรวงศึกษาธิการ


นายณัฏฐพล กล่าวว่า ศธ.ตั้งศูนย์ ศคพ.ขึ้นมาเพื่อยุติหรือลดปัญหาการล่วงละเมิดทางเพศให้น้อยลงที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้ โดยเฉพาะการล่วงละเมิดทางเพศในโรงเรียนที่เปรียบเสมือนบ้านหลังที่สอง ควรเป็นสถานที่ปลอดภัยให้ความอบอุ่นกับนักเรียน ที่ผ่านมายอมรับว่า มีกระบวนการหลายอย่างทำให้ศธ. ไม่สามารถบริหารจัดการปัญหานี้ได้ การตั้งศูนย์นี้ขึ้นมา เพื่อทำให้การแก้ปัญหาล่วงละเมิดทางเพศในโรงเรียนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว รอบคอบ และเด็ดขาดมากที่สุด ในการทำให้ผู้ที่กระทำผิดกับเด็ก โดยเฉพาะครู ซึ่งแม้จะมีส่วนน้อยแต่ก็ไม่ควรวนเวียนอยู่ในสังกัด ศธ.ได้ ไม่ว่าจะในรูปแบบใดก็ตาม จากเดิมที่ผ่านมาครูที่ทำผิดในเรื่องนี้ บางคนยังสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ในศธ.ได้

“ตั้งแต่ต้นปี ศธ.วางมาตรการให้ครู หรือบุคลากรทางการศึกษา ที่ทำการล่วงละเมิดทางเพศเด็ก ถูกถอดใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ หรือให้ออกจากราชการก่อน เพื่อแสดงให้เห็นว่าศธ.มีความตั้งใจในการต่อสู้กับเรื่องนี้อย่างจริงจัง ก็ฝากสื่อสารไปยังนักเรียน ผู้ปกครองและทุกคนที่อยู่ในโรงเรียน หากเจอปัญหาเหล่านี้ ให้ประสานมายัง ศคพ. ซึ่งตั้งขึ้นมาพิเศษเพื่อดูแลเรื่องการล่วงละเมิดทางเพศ ผมพร้อมที่จะนำบุคลากรของศธ. ต่อสู้กับเรื่องนี้ ส่วนสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตคงไม่สามารถแก้ไขอะไรได้ แต่อยากให้นำมาเป็นอุทาหรณ์ เพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหาในอนาคต” นายณัฏฐพล กล่าว

รมว.ศธ. กล่าวต่อว่า ตนได้รับรายงาน กรณีผู้ปกครองร้องเรียนว่า ครูพละศึกษาโรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ ทำการอนาจารนักเรียนชั้น ป.6 วัย 12 ปี ซึ่งครูที่กระทำผิดเป็นครูอัตราจ้าง แต่ยังมีใบประกอบวิชาชีพฯ ดังนั้น จึงให้มารายงานตัวและให้ดำเนินการเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ และดำเนินการตามกฏหมายต่อไป อย่างไรก็ตาม เรื่องเหล่านี้สามารถแจ้งต่อ ศคพ.ได้โดยตรง เพื่อให้ความเป็นธรรม โดยต้องดำเนินการอย่างรวดเร็ว รอบคอบ เด็ดขาด ไม่ใช่ใช้เวลาดำเนินการนานเป็นปีเหมือนในอดีต

ทั้งนี้ ตั้งแต่ที่ศธ. มาเอาจริงกับเรื่องนี้ พบว่า มี 16 คดีที่มีการกล่าวโทษผู้กระทำความผิด ให้ออกจากราชการชั่วคราว และเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ จนกระทั่งกระบวนการยุติธรรมจะเสร็จสิ้น ดังนั้น ศธ.ทำทุกอย่างตามกฎหมาย และมีการนำกฎระเบียบมาบังคับใช้อย่างจริงจัง ไม่เว้นแม้กระทั่งกรณีการพูดจาไม่เหมาะสม สองแง่สองง่ามของครู ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้นในโรงเรียน ส่วนนักเรียนที่กังวลว่าจะถูกคุกคาม หากออกมาเปิดเผยเรื่องนี้นั้น ตนได้ทำเรื่องถึงผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.)เสนอการทำความร่วมมือ เพื่อต่อสู้กับกระบวนการเหล่านี้ เพื่อให้ผู้ปกครองและนักเรียนมีความมั่นใจ

ด้านนายอำนาจ วิชยานุวัติ เลขาธิการ กพฐ. ประธานกรรมการศูนย์ ศคพ. กล่าวว่า ตามที่ รมว.ศธ. มีนโยบายที่ชัดเจนในการคุ้มครองและช่วยเหลือนักเรียนนักศึกษาซึ่งถูกล่วงละเมิด โดยจัดตั้งศูนย์ ศคพ. ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ ลงวันที่ 10 มีนาคม 2563 ให้เป็นหน่วยงานกลางของกระทรวงศึกษาธิการ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้การคุ้มครองและช่วยเหลือนักเรียนนักศึกษาในสังกัดหรือในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการ ที่ได้รับผลกระทบทั้งด้านร่างกายและจิตใจอันเนื่องจากการถูกล่วงละเมิดทางเพศจากครู ข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา นักเรียน นักศึกษา บุคคลซึ่งปฏิบัติงานอื่ นๆในสังกัดหรือในกำกับศธ.ให้เป็นไปด้วยความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

"นับตั้งแต่จัดตั้งศูนย์ฯ มานั้น ได้มีผลการดำเนินการด้านการปราบปรามเป็นที่ประจักษ์ โดยมีผู้ถูกให้ออกจากราชการไว้ก่อน และถูกพักใช้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพชั่วคราว จนกว่าการดำเนินการทางวินัยจะเสร็จสิ้น จำนวน 13 ราย อยู่ระหว่างการดำเนินการจำนวน 1 ราย และระหว่างเด็กด้วยกัน จำนวน 2 ราย ซึ่งการปฏิบัติงานของศูนย์ฯ ในช่วงเวลาที่ผ่านมาเป็นที่รับรู้ มีการสื่อสารกันในวงกว้าง ส่งผลดีต่อการไม่เกิดปัญหาใหม่ และปัญหาเก่าได้รับการสะสางด้วยความ "รวดเร็ว รอบคอบ เด็ดขาด" ทำให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่น ศรัทธา และไว้วางใจต่อการแก้ไขปัญหาของกระทรวงศึกษาธิการ" เลขาธิการ กพฐ. กล่าว

ขณะที่ Miss. Roshni Basu  รักษาการผู้แทน องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย กล่าวว่า องค์การยูนิเซฟฯจะเดินหน้าสนับสนุนในการทำงานนโยบายและการยกระดับการลดการใช้ความรุนแรงและลดการขยายผลการใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบต่อไป

ด้านดร.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ประธานองค์กรทำดี กล่าวว่า สิ่งที่หนักใจที่สุดคือมีนักเรียนถูกล่วงละเมิดทางเพศ โดยเฉพาะเด็กต่างจังหวัดเมื่อเกิดเหตุแล้วจะเอาผิดครูสักคนเป็นเรื่องยากมาก บางทีผอ.โรงเรียนพยายามจัดการไกลเกลี่ยเพราะไม่อยากให้เรื่องดังเพราะถือเป็นเรื่องเสื่อมเสียของโรงเรียน เหมือนซุกปัญหาไว้ใต้พรหม พยายมแก้ปัญหาเพื่อตัวเอง พ่อแม่ของเด็กบางทีเป็นแค่ตาสีตาสาอาชีพทำไร่ทำนา ไม่มีอำนาจในการต่อรอง ไม่เข้าใจกฏหมาย และบางทีเด็กอยู่กับตายาย เวลาเรียกมาคุยเขาก็ไม่รู้จะคุยอย่างไร ที่ผ่านมาศธ.ก็มักจะเอาคณะกรรมการที่มีซีใกล้กันมาตัดสิน ซึ่งคณะกรรมการกับคนกระทำผิดก็เตะบอลกัน บางคนก็กินกาแฟด้วยกันทุกวัน รู้จักคุ้นเคยกัน และมีผู้ปกครองไม่อยากให้คดีล่วงละเมิดทางเพศเป็นข่าว เพาะไม่เป็นผลดีต่อคนที่ถูกกระทำเลย

ดร.ปนัดดา กล่าว่ว่า ที่เราแก้ปัญหากันอยู่คือการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ และเด็กเสียหายไแล้ว เรียนที่เดิมกไม่ได้แล้วเพราะคเดินไปบอกเด็กว่าเพราะเธอทำให้โรงเรียนเสียหาย เพื่อนนักเรียนรู้ทั้งโรงเรียนว่าถูกล่วงละเมิดก็อยู่ไม่ได้แล้ว ดังนั้น ศธ.จะต้องดูแลอบด้าน รับเรื่อง จัดการครูที่กระทำความผิด ถ้าผอ.โรงเรียนช่วยครูที่ทำผิด ผอ.ก็จะต้องถูกลงโทษด้วย และเด็กจะถูกเยียวยา เพราะเขาต้องมีอนาคตต่อไป และจิตรใจต้องถูกเยียวยา แม้ครูจะอ้างว่าเด็กมีใจ เด็กยินยอม แต่ครูควรมีจรรยาบรรณและมีจิตสำนึกและต้องหักห้ามใจเพราะเป็นผู้ใหญ่กว่า ไม่ควรที่จะกระทำต่อเด็ก เราต้องสอนให้เด็กรู้จักเอาตัวรอด และรู้จักสิทธิของตัวเอง และรู้ว่าเมื่อถูกล่วงละเมิดทางเพศควรจะทำอย่างไร

“เราก็ได้แต่คาดหวังว่าศธ.จะปรับเปลี่ยนและเพิ่มเติมการเรียนรู้ให้กับเด็กๆใหม่ ว่าเด็กต้องรู้สิทธิตัวเอง เด็กต้องรู้ทางออกให้กับชีวิตของตังเองเมื่อเกิดปัญหาจะแก้ไขอะไรได้บ้าง และจะปรึกษาใครได้บ้าง และเด็กผู้ชายต้องรู้ว่าการไปไล่เปิดกระโปรง ไปไล่จับหน้าอกผู้หญิงเป็นการล่วงละเมิด ต้องให้เด็กเข้าใจสิทธิขั้นพื้นฐานตัวเองและกฏหมาย” ดร. ปนัดดา กล่าว

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top