Logo วันอังคาร ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
533.jpg
หน้าแรก / ในประเทศ
นักเรียนตจว.เสียเปรียบ งบประมาณรัฐไปถึงปลายทางไม่เท่ากัน แนะจัดสรรงบปี64ลดเหลื่อมล้ำ

นักเรียนตจว.เสียเปรียบ งบประมาณรัฐไปถึงปลายทางไม่เท่ากัน แนะจัดสรรงบปี64ลดเหลื่อมล้ำ

วันอังคาร ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2563, 19.29 น.
Tag : นักเรียนตจว.เสียเปรียบ งบประมาณรัฐไปถึงปลายทาง แนะจัดสรรงบปี
  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

อึ้ง!นักเรียน ตจว.เสียเปรียบ งบประมาณจากรัฐไปถึงปลายทางต่อหัวไม่เท่ากัน แนะจัดสรรงบปี 64 ใหม่ เน้นกลุ่มเป้าหมาย และพื้นที่ด้อยโอกาสลดผลกระทบจากโควิด-19 ช่วยแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำอย่างยั่งยืน

เมื่อเย็นวันที่ 25 สิงหาคม 2563 รศ.ดร.ชัยยุทธ ปัญญสวัสดิ์สุทธิ์ อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และหัวหน้าโครงการวิจัยพัฒนาระบบบัญชีรายจ่ายด้านการศึกษาแห่งชาติ (National Education Accounts: NEA)กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ได้สรุปผลการวิเคราะห์ 10 ปีจาก โครงการวิจัยพัฒนาระบบบัญชีรายจ่ายด้านการศึกษาแห่งชาติ (National Education Accounts: NEA) ว่ารายจ่ายด้านการศึกษาของประเทศไทยระหว่างปี พ.ศ. 2551 – 2561 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยรายจ่ายด้านการศึกษาของประเทศไทยในปี พ.ศ. 2551 มีจำนวนเงิน 560,479 ล้านบาท ต่อมาในปี พ.ศ.2561 ประเทศไทยมีรายจ่ายด้านการศึกษาเพิ่มขึ้นเป็น 816,267 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 45 ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา


โดยรายจ่ายด้านการศึกษาของภาครัฐเริ่มมีแนวโน้มลดลงจาก  684,497 ล้านบาท ในปี พ.ศ. 2559 เป็น 620,452 ล้านบาท ในปี พ.ศ. 2561 หรือคิดเป็นอัตราการลดลงเฉลี่ยปีละ 4.79% สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากอัตราการเกิดของประชากรที่ลดลงทุกปี ทำให้จำนวนนักเรียนทั้งหมดของประเทศไทยมีจำนวนลดลงอย่างต่อเนื่อง จากมีนักเรียนทั้งหมดจำนวน 11,750,727 ในปี พ.ศ. 2553 เหลือจำนวน 10,763,607 คน ในปี พ.ศ.2561 หรือลดลงมาเกือบหนึ่งล้านคนในระยะเวลา 8 ปี” 

รศ.ดร.ชัยยุทธ กล่าวว่า จากข้อมูลการจัดสรรงบประมาณด้านการศึกษาของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการจัดการศึกษาภาคบังคับให้แก่เยาวชนในประเทศไทย ในปี พ.ศ. 2561 สพฐ. มีโรงเรียนในสังกัดจำนวน 29,839 แห่ง โดยมีงบประมาณรายจ่ายด้านการศึกษาทั้งหมด 286,743 ล้านบาท ซึ่งแม้ว่าปัจจุบันรัฐบาลจะมีนโยบายเรียนฟรี 15 ปี ที่จัดสรรผ่านงบบุคลากร งบลงทุน งบดำเนินงาน และมีงบรายหัวที่จัดสรรให้เด็กแต่ละคนเท่ากัน แต่ในทางปฏิบัติแล้วเมื่อติดตามผลการจัดสรรงบประมาณในหมวดต่างๆ เหล่านี้ไปถึงปลายทางในพื้นที่ และถึงตัวผู้เรียนแล้วจะพบว่า นักเรียนแต่ละคนในพื้นที่ต่างๆ จะได้รับงบประมาณรวมเฉลี่ยต่อคนไม่เท่ากัน ซึ่งเกิดจากหลากหลายปัจจัย

อาทิ จำนวนเด็กนักเรียนในแต่ละพื้นที่ จำนวนครูในโรงเรียนขนาดเล็กหรือโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกลทุรกันดารที่ยังขาดครูไปสอนไม่ครบชั้นเรียน ทำให้งบบุคลากร งบลงทุนที่ได้รับการจัดสรรลงไปให้แก่นักเรียนในพื้นที่และสถานศึกษาเหล่านี้อยู่ในระดับที่ต่ำกว่าโรงเรียนขนาดกลาง-ใหญ่ และต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศ

โดยผลการวิจัยจากโครงการบัญชีรายจ่ายด้านการศึกษาแห่งชาติพบว่า ในปีงบประมาณ 2561 ภูมิภาคที่มีรายจ่ายด้านการศึกษา มากที่สุดคือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 119,153 ล้านบาท รองลงมาคือภาคกลาง จำนวน 72,231 ล้านบาท  ภาคเหนือ จำนวน 54,280 ล้านบาท ในขณะที่ภาคใต้ เป็นภูมิภาคที่มีรายจ่ายด้านการศึกษาน้อยที่สุดจำนวน 41,077 ล้านบาท หรือประมาณหนึ่งในสามของรายจ่ายด้านการศึกษาของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

โดยเมื่อติดตามผลการจัดสรรงบประมาณการศึกษาในปี 2561 ไปถึงผู้เรียนเป็นรายบุคคลแล้วพบว่านักเรียนในบางจังหวัดได้รับจัดสรรงบประมาณการศึกษาเฉลี่ยต่อหัวอยู่ในระดับ 25,000 – 35,000 บาท เช่น จังหวัดตาก สุราษฎร์ธานี และ สมุทรสาคร ในขณะที่บางจังหวัดนักเรียนได้รับจัดสรรงบประมาณการศึกษาเฉลี่ยต่อหัวอยู่ในระดับ 53,000 – 65,000 บาท เช่น จังหวัด ปทุมธานี แพร่ และร้อยเอ็ด เป็นต้น ซึ่งแตกต่างกันอยู่ราว 1-2 เท่า อันเนื่องมาจากปัจจัยสภาพแวดล้อมในพื้นที่ และจำนวนครูและบุคลากรในสถานศึกษาข้างต้น 

“เมื่อพิจารณาผลกระทบจาก COVID-19 ล่าสุดที่มีจำนวนนักเรียนยากจนพิเศษในระบบการศึกษาเพิ่มขึ้นมากกว่า 300,000 คนจะเห็นได้ว่าผู้เรียนและครัวเรือนในระบบการศึกษาไทยในปีการศึกษา 2563-2564 ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมจาก COVID-19 ทั่วทุกพื้นที่ ทางออกด้านหนึ่งในการจัดสรรงบประมาณด้านการศึกษาปี 2564 เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำในมิติการศึกษาได้อย่างยั่งยืน คือ ภาครัฐควรให้ความสำคัญกับการปฏิรูปกระบวนการจัดสรรงบประมาณเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (Equity-based Budgeting) ซึ่งไม่ใช่การจัดสรรด้วยสูตรเดียวกันทั้งประเทศ แต่ใช้หลักการนำข้อมูลความจำเป็นของผู้เรียน และสถานศึกษา รวมทั้งบริบทเฉพาะในแต่ละพื้นที่ มาคิดคำนวณอยู่ในสูตรการจัดสรรงบประมาณด้วย สิ่งนี้จะช่วยให้ระบบการศึกษาไทยสามารถบรรลุเป้าหมายทั้งด้านประสิทธิภาพ และความเสมอภาคไปพร้อมกันได้ (Equity & Efficiency Gain) เพราะนอกจากผู้เรียน โรงเรียนจะได้รับการจัดสรรทรัพยากรที่สอดคล้องกับความจำเป็นเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาแล้ว รัฐบาลจะสามารถประหยัดเงินงบประมาณได้จำนวนมากจากรายจ่ายที่ไม่สอดคล้องกับความต้องการได้ด้วย” รศ.ดร.ชัยยุทธ กล่าว

หัวหน้าโครงการวิจัยพัฒนาระบบบัญชีรายจ่ายด้านการศึกษาแห่งชาติ กล่าวว่าในเดือนกันยายนนี้ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ กสศ. จะเปิดตัวฐานข้อมูลบัญชีรายจ่ายด้านการศึกษาออนไลน์ ในชื่อฐานข้อมูล iNEA ผ่านโปรแกรม Business Intelligence (BI) เพื่อให้ผู้ที่สนใจได้เห็นถึงภาพรวมและรายละเอียดของข้อมูลรายจ่ายด้านการศึกษาของประเทศไทยย้อนหลัง 10 ปี ด้วยการนำเสนอรูปแบบใหม่ที่ทันสมัย มีการใช้กราฟิกที่แสดงข้อมูลในรูปของกราฟแท่ง กราฟวงกลม แผนที่ และรูปภาพต่างๆ เพื่อให้ผู้ใช้สามารถเข้าใจข้อมูลได้อย่างชัดเจน

โดยฐานข้อมูลนี้จะช่วยให้ผู้ออกแบบนโยบาย ผู้บริหารสถานศึกษา และนักวิชาการผู้สนใจประเด็นการศึกษาเข้าใจโครงสร้างรายจ่ายด้านการศึกษาของประเทศมากขึ้น ข้อมูลดังกล่าวสามารถนำไปประกอบการออกแบบนโยบายด้านการศึกษา เพิ่มความพร้อมของเด็กก่อนเข้าเรียน เพิ่มอัตราการเข้าเรียนของเด็ก และกำหนดผู้ที่ได้รับผลประโยชน์จากการใช้ทรัพยากรของภาครัฐในแต่ละพื้นที่ได้อย่างเป็นธรรม  

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

Breaking News

วิษณุ นุ่นทอง สื่อมืออาชีพ ที่ สุชาติ รู้จักน้อยไป

ม.ศิลปากร อาลัยสูญเสียนัก นศ.ปี 3 จากเหตุรถไฟชนรถเมล์ พร้อมแสดงความเสียใจครอบครัวผู้สูญเสีย

เปิดเบื้องหลังศุภจี เยือนฝรั่งเศสโปรโมทไทยครบวงจร ทั้งหนัง-แอนิเมชัน-งานฝีมือ

งดขึ้นเงินเดือนผู้ช่วย สส.-สว. หมอวรงค์ ยกเป็นชัยชนะของประชาชน เซฟงบแผ่นดินปีละ 216 ล้าน

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved