วันเสาร์ ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
“ครูกัลยา” เปิดโครงการพัฒนานวัตกรรมสื่อเสริมสร้างการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ชาติไทย ยกระดับการเรียน-การสอนประวัติศาสตร์ไทย มุ่งพัฒนาจิตสำนึกรักชาติ
3 กันยายน 2563 ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) เป็นประธานในงานแถลงข่าวเปิด “โครงการพัฒนานวัตกรรมสื่อเสริมสร้างการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ชาติไทย การอ่าน การเขียน การเรียนประวัติศาสตร์ผ่านการสื่อสารร่วมสมัย” โดยมี ดร.กวินทร์เกียรติ นนธ์พละ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (รองเลขาธิการ กพฐ.) ผศ. ดร.กิตติคุณ รุ่งเรือง รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และผู้เกี่ยวข้องร่วมงาน ณ พิพิธภัณฑ์การศึกษาไทย กระทรวงศึกษาธิการ
โดย ดร.คุณหญิงกัลยา กล่าวว่า โครงการพัฒนานวัตกรรมสื่อเสริมสร้างการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ชาติไทยฯ โดยความร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการ และวิทยาลัยนวัตกรรมสื่อสารสังคม มหาวิทยาลัยศรีนครินทร วิโรฒ เพื่อมุ่งพัฒนาจิตสำนึกของความรักชาติให้เกิดขึ้นแก่นักเรียน ตามนโยบายการอ่าน การเขียน การเรียนประวัติศาสตร์ผ่านการสื่อสารร่วมสมัย หนึ่งในนโยบายหลัก ที่ช่วยปฏิรูปการศึกษาไปสู่ผู้เรียนโดยตรง

“ประวัติศาสตร์ มีหลายมิติ สามารถเรียนรู้ได้อย่างสนุก ไม่ใช่แค่การท่องจำแบบในอดีต..ดิฉันให้ความสำคัญกับเรื่องการเรียนการสอนประวัติศาสตร์มาก เพราะจะทำให้ทั้งครูและผู้เรียน เข้าใจพื้นฐานของตนและได้เรียนรู้ความสำเร็จหรือข้อผิดพลาด เป็นการนำบทเรียนในอดีตมาใช้เป็นแนวทางในการแก้ปัญหาในปัจจุบันตลอดจนก่อให้เกิดความภาคภูมิใจในประวัติความเป็นมาของชาติ และนำไปสู่การเกิดสำนึกความรักชาติ และมีความภูมิใจในความเป็นชาติไทย”
ดร.คุณหญิงกัลยา กล่าวต่อว่า กระทรวงศึกษาธิการ ได้กำหนดยุทธศาสตร์ไว้ในเรื่องของการพัฒนาหลักสูตร กระบวนการจัดการเรียนการสอนวัดและประเมินผล เพื่อการทดสอบวัดผลการเรียนรู้ด้านทักษะความรู้ ความสามารถ และคุณภาพของผู้เรียน ดังนั้น โครงการพัฒนานวัตกรรมสื่อเสริมสร้างการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ชาติไทย การอ่าน การเขียน การเรียนประวัติศาสตร์ผ่านการสื่อสารร่วมสมัย จะเป็นการยกระดับการจัดการเรียนการสอนวิชาประวัติศาสตร์ไทย ให้นักเรียนได้เรียนประวัติศาสตร์ไทยด้วยความสนุก ผ่านรูปแบบสื่อที่สามารถเข้าถึงเด็กและเยาวชน

ทั้งนี้ นโยบายการอ่าน การเขียน การเรียนประวัติศาสตร์ผ่านการสื่อสารร่วมสมัย จะเน้นให้ครูช่วยกันปรับเปลี่ยนวิธีการสอน และกระบวนการเรียนการสอนด้วยการมีนวัตกรรมและสื่อการสอนที่ทันสมัยให้นักเรียนเรียนประวัติศาสตร์ไทยด้วยความสนุก ผ่านรูปแบบสื่อที่สามารถเข้าถึงเด็กและเยาวชน ที่สอดคล้องตามบริบทท้องถิ่นของแต่ละแห่ง เช่น เพลงแร็พ แหล่ หมอลำ รวมทั้งการจัดทำคลิปวีดีโอนำเข้าสู่บทเรียนที่มีศิลปินนักแสดงที่เป็นที่ชื่นชอบของเด็กและเยาวชน
ด้าน ดร.กวินทร์เกียรติ กล่าวว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) โดยสำนักพัฒนานวัตกรรมการจัดการศึกษา ในฐานะหน่วยงานหลักซึ่งทำหน้าที่ส่งเสริมการวิจัย และพัฒนานวัตกรรมการจัดการเรียนการสอน ได้เล็งเห็นความสำคัญและความจำเป็นในการพัฒนานวัตกรรมและประเมินคุณภาพผู้เรียน การสอนประวัติศาสตร์แบบสื่อออนไลน์เพื่อตอบสนอง สอดคล้องกับประเทศไทย 4.0 และโลกในศตวรรษที่ 21 และส่งเสริมเยาวชนให้เป็นพลเมืองที่มีความรับผิดชอบ มีความเป็นไทย รักชาติ ศาสนา และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ รวมถึงเป็นพลเมืองที่ดีในระบอบประชาธิปไตย มุ่งหวังให้ครูปรับเปลี่ยนวิธีการสอน ส่งผลทำให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่เพิ่มขึ้นในสาระประวัติศาสตร์ ปลูกฝังให้นักเรียนเรียนรู้ในความรักชาติ ผ่านการเรียนรู้ร่วมสมัยด้วยความสุข สนุก เปิดรับการเรียนรู้ด้วยมิติต่าง ๆ ในอดีตสู่ความร่วมสมัยในปัจจุบัน และสอดคล้องกับนโยบาย การเรียนรู้ในทักษะศตวรรษที่ 21

ขณะที่ ผศ.ดร.กิตติคุณ กล่าวว่า วิทยาลัยนวัตกรรมสื่อสารสังคม มีความพร้อมทั้งบุคลากร และองค์ความรู้ และเทคโนโลยีที่ทันสมัยในการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ชาติไทย ผ่านการสื่อสารร่วมสมัย พร้อมสนับสนุนการเรียนรู้โดยใช้สื่อร่วมสมัย เพื่อให้ครูสามารถนำไปพัฒนาต่อยอดในการจัดการเรียนการสอนวิชาประวัติศาสตร์ในยุคปัจจุบัน
“ทั้งนี้ กิจกรรมประกอบด้วย สร้างและพัฒนานวัตกรรมสื่อการเรียนการสอนสื่อวิดีทัศน์เสริมสร้างการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ จัดทำคู่มือการใช้สื่อวิดีทัศน์เสริมสร้างการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ชาติไทย รวมถึงขับเคลื่อนการใช้สื่อวีดิทัศน์เสริมสร้างการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ชาติไทยตามนโยบายการอ่าน การเขียน เรียนประวัติศาสตร์ผ่านการสื่อสารร่วมสมัย เพื่อใช้ประเมินการคิดวิเคราะห์ การอ่าน การเขียนของผู้เรียน ในรูปแบบต่าง ๆที่มีความร่วมสมัย อาทิ Youtube, Facebook,Tiktok, เพลงแร็พ และเผยแพร่ไปยังแพลตฟอร์มต่าง ๆ ภายในกระทรวงศึกษาธิการ เช่น Obec center , OBEC Channel เพื่อให้ครูผู้สอนสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ได้อีกด้วย” รองเลขาธิการ กพฐ. กล่าว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี