วันอาทิตย์ ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
ตร.191รวบ2ต่างชาติ
ลอบค้าอาวุธผ่านไลน์
ตร.191 โชว์รวบ 2 ชาวต่างชาติถือวีซ่านักศึกษา ลอบค้าปืน-วัตถุระเบิด ผ่านไลน์-วีแชท ด้วยเงินสกุลดิจิทัลรับงานจากนายทุนสิงคโปร์ เร่งประสาน พฐ.ตรวจสอบการใช้ก่อเหตุ ขยายผลทางคดีทันควัน
เมื่อวันที่ 4 กันยายน พล.ต.ต.สำราญ นวลมา ผบก.สปพ.หรือตำรวจ 191 สั่งการให้ พ.ต.อ.ปิยรัช สุภารัตน์ ผกก.สายตรวจ พ.ต.ท.อัครพล โทยะ , พ.ต.ท.วสันต์ ธวัชชัยวิรุตษ์ รอง ผกก.สายตรวจ ร.ต.อ.คหัฐ บุตรเวียงพันธ์ รอง สว.งานสายตรวจ 2 กก.สายตรวจ นำกำลังจับกุม นายบิง อายุ 26 ปี สัญชาติสิงคโปร์ และนายไอเดน อายุ 32 ปี สัญชาติอินโดนีเซีย พร้อมของกลาง รถยนต์ยี่ห้อเบนซ์ สีแดง ทะเบียน ฌท 2289 กรุงเทพมหานคร ป้ายภาษีปลอม รถยนต์ยี่ห้อนิสสัน ทะเบียน ขย 1137 ชลบุรี ปืน 7 กระบอก กระสุน 584 นัด ระเบิดขว้างเอ็ม 67 ระเบิดควันเคเอ็ม 18 ระเบิดขว้างชนิดแสงวาบ 2 ลูก โครงปืน สไลด์ปืน และแม็กกาซีนปืน จับกุมได้ที่คอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง ย่านสุทธิสาร แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง กทม.
พ.ต.อ.ปิยรัช กล่าวว่า การจับกุมดังกล่าวสืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่งานสายตรวจ 2 สืบทราบว่ามีชาวต่างชาติ ใช้รถยนต์เบนซ์ ต้องสงสัยว่าเป็นรถผิดกฎหมาย จอดที่คอนโดมิเนียมดังกล่าว จึงเฝ้าสังเกตุการณ์ ก่อนจะพบตัวนายบิง ลงมาที่รถ จึงแสดงตัวขอตรวจค้น และพบเอกสารที่ติดในรถเป็นเอกสารปลอม จึงควบคุมตัวไว้ โดยระหว่างนั้นนายบิง ยังท่าทางมีพิรุธ ไม่ให้ความร่วมมือ จนพบว่ามีชาวต่างชาติอีกราย คือนายไอเดน วิ่งกลับไปที่ห้องพัก ขนกระเป๋าสีดำ ลงมาใส่รถยนต์นิสสัน เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าตรวจค้น
จากการตรวจค้นในกระเป๋าใบดังกล่าว พบอาวุธปืน ระเบิด เครื่องกระสุนจำนวนมาก จึงคุมตัวมาสอบสวนที่ กก.สายตรวจ ซึ่งนายบิง รับสารภาพว่า อาวุธปืนทั้งหมดเป็นของนายปรอสเปอร์ สัญชาติสิงคโปร์ โดยนำมาจำหน่ายให้กับกลุ่มลูกค้าชายต่างชาติผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์ และแอพพลิชั่นวีแชท และมีการซื้อขายกันด้วยเงินสกุลดิจิทัล หรือบิตคอยน์ ขณะที่นายไอเดน ให้การว่า หลังจากรู้ว่านายบิง ถูกจับกุม ทางนายปรอสเปอร์ จึงโทรศัพท์มาสั่งให้นำอาวุธปืนที่อยู่ในห้องพักของนายบิง ไปทิ้งเพื่อทำลายหลักฐาน โดยให้ค่าจ้าง 1 แสนบาท แต่ก็มาถูกจับกุมตัวไว้เสียก่อน
อย่างไรก็ดี จากการตรวจสอบประวัติการเข้าออกประเทศไทยของผู้ต้องหาทั้งสอง พบว่าเดินทางเข้าประเทศไทยด้วยวีซ่านักศึกษา นับตั้งแต่ปี 2562 ในส่วนของห้องพักได้เช่าอาศัยตั้งแต่เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ในราคาเดือนละ 13,000 บาท สำหรับรถยนต์เบนซ์ เดิมเป็นสีขาว แต่มีการแร๊ปรถเป็นสีแดง เพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ ซึ่งหลังจากนี้ได้มีการประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน เข้าตรวจสอบว่าอาวุธปืนทั้งหมด เคยถูกใช้ก่อเหตุใดหรือไม่ ก่อนขยายผลการจับกุม โดยนำส่งพนักงานสอบ สน.สุทธิสาร รับไว้ดำเนินคดีต่อไป
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี