รายงานพิเศษ : ‘ทองใส สมศรี’ต้นแบบครูบัญชีอาสา  นักพัฒนาตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

รายงานพิเศษ : ‘ทองใส สมศรี’ต้นแบบครูบัญชีอาสา นักพัฒนาตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

วันอังคาร ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2563, 06.00 น.
Tag :

“ทองใส สมศรี” เกษตรกรผู้มุ่งมั่นปรับเปลี่ยนตนเองจากการทำเกษตรกรรมที่พึ่งพาการใช้สารเคมี มาสู่การทำการเกษตรแบบอินทรีย์ โดย ลด ละ เลิก การใช้สารเคมี พร้อมน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาปรับใช้ไปพร้อมกับบทบาทหน้าที่ครูบัญชีอาสา ที่ปัจจุบันสามารถประกอบอาชีพเกษตรกรรม ภายใต้หลักคิดต้องจดบันทึกบัญชีต้นทุนประกอบอาชีพ จึงจะประสบความสำเร็จ สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างแท้จริง

นางสาวทองใส สมศรี ครูบัญชีอาสา อ.ขลุง จ.จันทบุรี กล่าวว่า เมื่อปี 2548 ตนได้ย้ายเข้ามาอยู่ที่จังหวัดจันทบุรี พร้อมกับเช่าที่ดินทำอาชีพเกษตรกรรม 10 ไร่ โดยเริ่มแรกปลูกพืชแบบผสมผสาน ประกอบด้วย เงาะโรงเรียน มังคุด ทุเรียนหมอนทอง ลองกอง และพืชหมุนเวียน 2 ไร่ ได้แก่ผักสวนครัวต่างๆ รวมไปถึงการเลี้ยงสัตว์ อาทิ เลี้ยงกบไก่ หมู และทำนาข้าว โดยการทำเกษตรกรรมของตนนั้นเน้นการใช้สารเคมีเป็นหลัก ซึ่งทำให้มีต้นทุนการผลิตที่สูง และได้ผลผลิตไม่คุ้มค่ากับการลงทุน อีกทั้งดินยังเสื่อมโทรม ทำให้ต้องเป็นหนี้สิน ซึ่งจุดนี้เองทำให้ตนเองกลับมานั่งทบทวนและหาวิธีที่จะประกอบอาชีพเกษตรกรรมให้สามารถเลี้ยงตนเองได้โดยไม่เป็นหนี้สิน จึงได้เริ่มศึกษาหาความรู้และลองผิดลองถูกด้วยตนเอง


จนกระทั่งได้มีโอกาสเข้าอบรมตามโครงการพระราชดำริฯ ได้เรียนรู้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9 จึงได้กลับมาปรับเปลี่ยนการทำเกษตรกรรมของตนเองมาสู่รูปแบบการเกษตรแบบอินทรีย์ ลด ละ เลิก การใช้สารเคมี ซึ่งผลผลิตที่ได้ก็นำมาบริโภคในครัวเรือน และแบ่งขายสร้างรายได้ และนอกจากได้ปรับเปลี่ยนวิถีการทำเกษตรกรรมแล้ว ยังได้มีโอกาสเข้าร่วมอบรมเรื่องการจดบันทึกทางบัญชีกับกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ซึ่งจากการฝึกอบรมในครั้งนั้น ทำให้ตนได้นำความรู้ที่ได้มาปรับใช้จนประสบความสำเร็จในการประกอบอาชีพ ทำให้รู้ต้นทุนการผลิต รายรับ รายจ่าย สามารถควบคุมค่าใช้จ่ายในการประกอบอาชีพ และการดำรงชีพในชีวิตประจำวันได้ สามารถพึ่งพาตนเองได้จากการทำอาชีพเกษตรกรรมที่ยั่งยืนมาจนถึงทุกวันนี้ พร้อมกับอุทิศตนเพื่อส่วนรวมด้วยการทำหน้าที่เป็นครูบัญชีอาสา ช่วยฝึกสอนอบรมเกษตรกรในพื้นที่ให้หันมาให้ความสำคัญกับการทำบัญชีอย่างจริงจัง เพราะมองว่าการทำบัญชีได้ ใช้บัญชีเป็น นอกจากช่วยให้เกษตรกรรู้รายได้ รู้รายจ่าย รู้ต้นทุนของตนเองแล้ว ยังช่วยให้เกิดการวางแผนด้านการผลิต การตลาด และการเงินของตนเองไปพร้อมๆ กัน

ครูทองใส กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ปัจจุบันได้เข้าร่วมโครงการของภาครัฐหลายหน่วยงาน เพื่อเป็นวิทยากรในด้านการทำเกษตรกรรม ขยายผลองค์ความรู้ต่างๆ โดยเฉพาะการสอนทำบัญชีต้นทุนประกอบอาชีพ บัญชีรับ-จ่ายในครัวเรือน สอนให้รู้จักการทำตลาด การทำตลาดเชื่อมโยง และการทำตลาดออนไลน์ เป็นต้น ซึ่งขณะนี้ที่บ้านของตนจึงเป็นแหล่งเรียนรู้ที่มีบุคคลทั่วไป เกษตรกร ภาครัฐ ภาคเอกชน สถานศึกษา เดินทางเข้ามาศึกษาดูงานและฝึกอบรมเรื่องการทำเกษตร และการทำบัญชีอยู่อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังได้รับเชิญเป็นวิทยากรในพื้นที่ใกล้เคียงและต่างจังหวัดให้กับ กลุ่มเกษตรแปลงใหญ่กลุ่มวิสาหกิจ กลุ่มแม่บ้าน และสถานศึกษา เป็นต้น

“จากการที่ได้มีโอกาสเรียนรู้ความสำคัญในการทำบัญชีจากกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ในวันนั้น ทำให้วันนี้ตนเองไม่มีหนี้สิน สามารถพึ่งพาตนเองได้ ถือเป็นความภูมิใจกับอาชีพเกษตรกรรมของตนเองเป็นอย่างยิ่ง และที่สำคัญไปกว่านั้นก็คือ การที่ตนเองได้มีโอกาสมอบความรู้ช่วยเหลือเพื่อนเกษตรกรคนอื่น ให้เห็นถึงความสำคัญในการทำบัญชี ผ่านบทบาทของครูบัญชีอาสา ให้บุคคลอื่นประสบความสำเร็จเช่นเดียวกับเราได้เป็นจำนวนไม่น้อย ทำให้รู้สึกภาคภูมิใจกับอาชีพเกษตรกรเป็นอย่างมาก” นางสาวทองใส สมศรี ครูบัญชีอาสา กล่าว

แม้ว่าวันนี้ครูทองใส สมศรี จะประสบความสำเร็จในอาชีพของตนเองเป็นอย่างดีแล้ว แต่ครูผู้มีหัวใจนักพัฒนาที่มากด้วยความเสียสละก็ไม่ได้หยุดนิ่งอยู่กับที่ ยังคงเดินหน้าทำหน้าที่ครูถ่ายทอดความรู้ในด้านการทำเกษตรกรรม และการทำบัญชีอย่างต่อเนื่องเสมอมา เพื่อให้พี่น้องเกษตรกรในชุมชน มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างมั่นคงและยั่งยืน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top