กษ.จับมือบิ๊กซีขยายผลแปลงใหญ่  ยกระดับผลิตสินค้าเกษตรพรีเมียมเข้าตลาด

กษ.จับมือบิ๊กซีขยายผลแปลงใหญ่ ยกระดับผลิตสินค้าเกษตรพรีเมียมเข้าตลาด

วันอังคาร ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2563, 06.00 น.
Tag :

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยหลังลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือพัฒนาและส่งเสริมกลุ่มผู้ผลิตสินค้าเกษตร สู่ตลาดนำการเกษตร ระหว่างกรมส่งเสริมการเกษตร และบริษัท บิ๊กซีซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน)ว่า กระทรวงเกษตรฯมุ่งมั่นให้ภาคเกษตรมั่นคง เกษตรกรมั่งคั่ง ทรัพยากรยั่งยืน จึงมุ่งพัฒนาอาชีพด้านการเกษตร เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรและแก้ปัญหาความเดือดร้อน จึงเกิดนโยบายตลาดนำการเกษตร ซึ่งเป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญของกระทรวงเกษตรฯ โดยมีกรมส่งเสริมการเกษตรขับเคลื่อนการส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ 6,926 แปลง ให้เกษตรกรร่วมมือใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม รวมทั้งเสริมสร้างขีดความสามารถแข่งขันด้านต่างๆ เพื่อความสมดุลทั้งการผลิตและการตลาด โดยมุ่งหวังให้เกษตรกรผลิตได้ตามความต้องการของตลาด ส่งผลให้เกษตรกรวางแผนการผลิตเป็น ตลอดจนผลิตสินค้าเกษตร สินค้าแปรรูปและสินค้าหัตถกรรมที่ได้มาตรฐาน มีคุณภาพปลอดภัย ยกระดับเป็นสินค้าพรีเมียม พร้อมเข้าสู่ทุกช่องทางการตลาดที่มีศักยภาพ ก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคดิจิตอล ตอบโจทย์ตรงใจต่อความต้องการของผู้บริโภค นำไปสู่การเป็นภาคเกษตรแบบครบวงจรที่เกษตรกรสร้างรายได้และพึ่งตนเองได้ยั่งยืน

นอกจากนี้ จากนโยบายตลาดนำการเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตรร่วมกับบริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) มีแนวทางดำเนินงานที่สอดคล้องกับนโยบายร่วมกัน พร้อมสนับสนุนช่วยเหลือพัฒนาและส่งเสริมกิจกรรมของเกษตรกรตั้งแต่ต้นทางถึงปลายปลาย ทั้งผลักดันให้เกิดการรวมกลุ่ม การใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมการผลิต และการตลาดที่จะช่วยเหลือเกษตรกรให้มีแหล่งรับซื้อผลผลิตการเกษตร ตลอดจนเกษตรกรทราบความต้องการของตลาด สามารถนำมาวางแผนการผลิตให้สอดคล้องทั้งคุณภาพและปริมาณ เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาผลผลิต มีรายได้และสร้างความมั่นคงทางอาชีพแก่เกษตรกร ตลอดจนผู้บริโภคเข้าถึงผลผลิตการเกษตร ทั้งผักและผลไม้ปลอดภัยจากกลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่ ผ่านบริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นผู้กระจายสินค้าคุณภาพไปทั่วประเทศไทย


“นอกจากการให้ความสำคัญกับเกษตรแปลงใหญ่แล้ว กระทรวงเกษตรฯยังให้ความสำคัญกับเกษตรกรรายย่อยด้วย ซึ่งต้องดูแลใกล้ชิด โดยได้รับการดูแลจากภาครัฐเหมือนกัน ให้คำแนะนำช่วยปรับเปลี่ยนการทำการเกษตรให้ยั่งยืนมากขึ้น อย่างไรก็ตาม รัฐบาลให้ความสำคัญกับภาคเกษตรมาก มุ่งหวังสร้างพื้นฐานให้ความมั่นคงให้อาชีพเกษตรกรรมเพื่อนำไปสู่การทำเกษตรกรรมยั่งยืน อีกทั้ง ยังตั้งเป้าให้ภาคเกษตรของไทยเป็นครัวของโลก จึงต้องผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ ปลอดภัย ได้มาตรฐาน เป็นที่ยอมรับจากผู้บริโภคทั่วโลก เราจึงต้องร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐเอกชนและเกษตรกร ซึ่งการลงนามวันนี้เป็นจุดเริ่มต้นเป็นพันธมิตรที่ช่วยพัฒนาภาคเกษตรกรรมต่อไป” นายเฉลิมชัยกล่าว

ด้านนายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมดำเนินงานในระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่มาต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2559 ถึงปัจจุบัน มีเกษตรกรสนใจเข้าร่วมโครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ 413,697 ครัวเรือน พื้นที่ 6,777,454 ไร่ จำนวนแปลงใหญ่ 6,926 แปลง สินค้าเกษตรประมาณ 90 รายการ โดยมุ่งบริหารจัดการกลุ่ม และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรให้ได้คุณภาพ วางแผนการผลิต ให้สอดคล้องความต้องการตลาด เพื่อแก้ปัญหาผลผลิตล้นตลาดและราคาตกต่ำ เชื่อมโยงกลุ่มผู้ผลิตกับตลาด ตามนโยบายการตลาดนำการเกษตร ส่งผลให้เกษตรกรมีรายได้แน่นอน และสร้างความมั่นคงในอาชีพเกษตร

ทั้งนี้ กรมส่งเสริมการเกษตรขับเคลื่อนความร่วมมือเชื่อมโยงการทำงานด้านการผลิตและการตลาดกับบิ๊กซี ซึ่งวางแผนร่วมกันต่อเนื่อง โดยบิ๊กซีรับซื้อแตงโมจากกลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่แตงโม ต.แร่ อ.พังโคน จ.สกลนคร 1,800 ตันต่อปี คิดเป็นมูลค่า 20 ล้านบาทต่อปี และสับปะรดบ้านคา จากแปลงใหญ่สับปะรดผลสด ต.บ้านบึง อ.บ้านคา จ.ราชบุรี 439 ตันต่อปี คิดเป็นมูลค่า 7 ล้านบาทต่อปี และมีแผนรับซื้ออโวคาโด จากแปลงใหญ่อโวคาโด หมู่ 4 ต.รวมไทย อ.พบพระ จ.ตาก ในฤดูกาลถัดไปด้วย เป็นความร่วมมือต่อเนื่อง และจะขยายผลต่อไปยังจังหวัดอื่นต่อไป

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top