วันพฤหัสบดี ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2569
จังหวัดตาก โดยเฉพาะที่อำเภออุ้มผางซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็นแผ่นดินดอยลอยฟ้า ที่มีพื้นที่สูง และมีเส้นทางที่คดเคี้ยวกว่าจะเดินทางไปถึง ต้องผ่านโค้งทั้งหมดถึงมากกว่า 1,219 โค้ง ด้วยการเลี้ยวเลาะไปตามเทือกเขาถนนธงชัย ที่มีระยะทางมากกว่า 164 กิโลเมตร จากตัวอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ณ ที่แห่งนี้คือสุดปลายทางของถนนหมายเลข 1090 ที่มีชื่อว่าอำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก อำเภอที่ขึ้นชื่อว่ามีขนาดพื้นที่ใหญ่ที่สุด และที่อยู่ห่างไกลจากตัวอำเภอเมืองมากที่สุดในประเทศไทย
ประชากรในเขตอำเภออุ้มผางมีความหลากหลายทางชาติพันธุ์ และศิลปวัฒนธรรม ประกอบด้วยชาติพันธุ์หลายเผ่าพันธุ์ อาทิ ชาวไทยชาวม้ง และชาวกะเหรี่ยง ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพ ทำไร่ข้าวโพด ปลูกถั่วลิสง ปลูกพริกทำนาข้าว ทำสวนผลไม้ มีวิถีชีวิตที่เรียบง่าย ท่ามกลางแมกไม้ที่อุดมสมบูรณ์
ถึงแม้จะห่างไกลจากความศิวิไลซ์ของแสงสี แต่ที่นี่ก็ยังมีโรงเรียนอันเป็นสถานที่ให้การศึกษาเด็กๆ อยู่โรงเรียนหนึ่ง คือ โรงเรียนอุ้มผางวิทยาคม ซึ่งเป็นโรงเรียนมัธยมศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 38 ตั้งอยู่ในตัวอำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก มีนักเรียนจากหลายหมู่บ้านโดยรอบๆ ตัวอำเภอ เดินทางเข้ามาร่ำเรียนวิชา ศึกษาหาความรู้ นอกจากทักษะทางด้านวิชาการแล้ว ที่นี่ยังปลูกฝังให้นักเรียนมีทักษะอาชีพ และทักษะชีวิต โดยมีหอพักนอนให้กับนักเรียนบ้านไกลจากตัวอำเภอได้มาอาศัยระหว่างเปิดภาคเรียนอีกด้วย

นางสาวฤชุดา พนาอุดม นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ให้สัมภาษณ์ว่า บ้านอยู่ไกลจากโรงเรียนมาก ตนจึงต้องมาอยู่ที่โรงเรียนแห่งนี้ทางโรงเรียนมีที่นอนให้ มีอุปกรณ์เครื่องใช้เป็นการช่วยที่บ้านประหยัด ถ้าโรงเรียนไม่มีหอพักนอนให้ อาจเรียนไม่จบ ม.6 เพราะที่บ้านไม่สามารถส่งเสียได้ แต่รู้สึกเป็นห่วงพ่อแม่ที่บ้าน เพราะไม่มีคนช่วยทำไร่ แต่พ่อแม่เองก็เป็นห่วงอนาคตการศึกษาของเรา จึงส่งมาเรียนที่นี่ซึ่งมีอยู่เพียงแห่งเดียวของอำเภอนี้
แล้ววันนี้เหมือนฟ้ามาโปรด เมื่อสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ทรงห่วงใยพสกนิกรอ.อุ้มผาง จ.ตาก ทรงมีพระราชดำริให้ก่อตั้งโรงเรียนโมโกรวิทยาคม เพิ่มขึ้นอีกหนึ่งแห่งเพื่อให้เด็กทุกคนได้รับโอกาสทางการศึกษาที่เท่าเทียมกัน ด้วยปณิธานที่ว่า “อยู่เมืองอยู่ป่า ได้รับการศึกษาเหมือนกัน”
นายพัชรพล มั่นปาน นายอำเภออุ้มผาง กล่าวว่า การจัดสร้าง โรงเรียนโมโกรวิทยาคมเพิ่มขึ้นอีกแห่งในอำเภอนี้ จัดว่าเป็นการเพิ่มโอกาสให้เด็กเข้าถึงการศึกษาได้ทั่วถึงมากยิ่งขึ้นซึ่งน่าจะเป็นโอกาสที่วิเศษสุดของประชากรชาวอุ้มผาง เนื่องจากโรงเรียนโมโกรวิทยาคม เป็นโรงเรียนที่ถูกสร้างอยู่ในตำบล “โมโกร” ที่อยู่ห่างจากอำเภออุ้มผางมากกว่า 30 กิโลเมตร จึงเป็นการแบ่งเบาภาระในการเดินทางของเด็กๆ ได้เป็นอย่างดี อันเป็นการลดค่าใช้จ่ายของผู้ปกครอง ซึ่งมีรายได้สวนทางกับรายรับอยู่เสมอ และยังเป็นการทำให้เด็กๆ ไม่ต้องจากบ้านมาพักที่โรงเรียนที่ทำให้เกิดการเสียแรงงานในการช่วยเหลือพ่อแม่อีกด้วย

นายสาโรช เกตุสาคร ผู้อำนวยการโรงเรียนอุ้มผางวิทยาคม คาดว่า หากโรงเรียนโมโกรวิทยาคม สร้างสำเร็จสมบูรณ์ จะมีนักเรียนจากหมู่บ้านรอบๆ เข้ามาศึกษาต่อ ประมาณ 600-1,000 คน
นายสุดเขต สวยสม ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 38 เปิดเผยว่า การดำเนินการก่อสร้างโรงเรียนโมโกรวิทยาคม ได้รับงบประมาณจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ร่วมกับหน่วยงานทุกภาคส่วนในจังหวัดตาก ในการขอใช้พื้นที่ในเขตป่าชุมชนแม่กลอง และป่าชุมชนอุ้มผาง โดยการสนับสนุนจากผู้ว่าราชการจังหวัดตาก ซึ่งหวังว่าโรงเรียนแห่งนี้จะเป็นสถานที่สร้างองค์ความรู้ให้กับนักเรียน สร้างประสบการณ์ที่สำคัญ สร้างเยาวชนที่เป็นกำลังหลักสำคัญในการพัฒนาชาติบ้านเมืองในอนาคตต่อไป
นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างที่สุดมิได้ ที่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระราชดำริให้จัดตั้งโรงเรียนโมโกรวิทยาคมเพื่อช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนของพสกนิกรโดยระยะแรกได้ให้ใช้อาคารเรียนที่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านแม่กลองคี เป็นอาคารเรียนชั่วคราว โดยมีคุณครูจากโรงเรียนอุ้มผางวิทยาคม หมุนเวียนผลัดเปลี่ยนมาสอนไปก่อน
โรงเรียนโมโกรวิทยาคม ในพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี คือคำตอบ และเป็นเสมือนสัญลักษณ์แห่งความดีงาม ความมุ่งมั่น และความมั่นคงต่อส่วนรวม ที่จะช่วยกันพัฒนาลูกหลานให้เป็นทรัพยากรบุคคลที่มีคุณค่าเพื่อช่วยกันพัฒนาประเทศชาติของเราต่อไปอันเป็นการตอกย้ำให้มั่นใจว่า “อยู่เมือง อยู่ป่า ได้รับการศึกษาเหมือนกัน”
.jpeg)
.jpeg)
.jpeg)
.jpeg)
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี