วันศุกร์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2569
สทนช.ขับเคลื่อนการแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำ 2 ตำบลใหญ่ ของอำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม เดินหน้าวางแผนพัฒนาแหล่งน้ำรองรับ พร้อมจัดหาน้ำสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษตามแนวชายแดนริมแม่น้ำโขง มั่นใจแก้ปัญหาได้อย่างยั่งยืน
ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ได้มีโอกาสลงพื้นที่จังหวัดนครพนม เพื่อติดตามความก้าวหน้าการศึกษาโครงการบรรเทาอุทกภัยและภัยแล้ง พื้นที่เกษตรและพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ จังหวัดหนองคาย จังหวัดนครพนม จังหวัดมุกดาหาร ที่ สทนช. ดำเนินการศึกษาอยู่ พบว่า ประชาชนกว่า 1,000 ครัวเรือน ใน 4 หมู่บ้าน ของ ตำบลรามราช และ ตำบลเวินพระบาท อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำอุปโภค-บริโภค แม้จะอยู่ใกล้กับ อำเภอเมือง และมีแหล่งเก็บน้ำคือ อ่างเก็บน้ำบ่อน้อย (บ่อหลวง) แต่เนื่องจากอ่างเก็บน้ำดังกล่าวมีอายุมากกว่า 40 ปี
ปัจจุบันมีสภาพตื้นเขิน ทำให้ประสิทธิภาพการเก็บกักน้ำลดลงและไม่สามารถเก็บกักน้ำได้ถึงถึง 2 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.)ตามความจุเก็บกักของอ่างฯเดิม และเมื่อเข้าสู่ฤดูแล้งปริมาณน้ำก็จะเริ่มแห้งขอด ตั้งแต่เดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ เป็นประจำทุกปี ส่งผลให้ประชาชนทั้ง 2 ตำบล ไม่มีน้ำใช้เพื่อการอุปโภคบริโภคและการเกษตร
ทั้งนี้ การศึกษาโครงการบรรเทาอุทกภัยและภัยแล้ง พื้นที่เกษตรและพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษดังกล่าว ผลการศึกษาในส่วนของจังหวัดนครพนม มีแผนการดำเนินการปรับปรุงอ่างเก็บน้ำบ่อน้อยมีโดยทำการขุดลอกปรับปรุงอ่างเก็บน้ำพร้อมยกระดับเก็บกักขึ้นอีก 50 เซนติเมตร ด้วยการใช้ประตูแบบบานพับ ทำให้เก็บน้ำได้เพิ่มขึ้นอีก 1.5 ล้าน ลบ.ม. เพิ่มพื้นที่การเกษตรได้ 2,000 ไร่ถัดมาคือการยกระดับฝายห้วยบ่อ ที่กั้นน้ำก่อนไหลลงแม่น้ำโขงเพื่อยกระดับน้ำให้สามารถสูบไปใช้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ การศึกษายังพบว่า พื้นที่ดังกล่าวมีศักยภาพเพียงพอที่จะก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยมุกเค ขนาดความจุ 6 ล้าน ลบ.ม. เพิ่มเติมทางด้านเหนือระหว่างรอยต่อกับ ตำบลบ้านผึ้ง พร้อมระบบสูบน้ำหน้าฝายห้วยบ่อ เพื่อส่งน้ำให้กับพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
การปรับปรุงอ่างเก็บน้ำบ่อน้อยและการสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยมุกเค จะทำให้ลำน้ำห้วยบ่อ ซึ่งเป็นลำน้ำสาขาของลุ่มน้ำโขงตะวันออกเฉียงเหนือมีแหล่งกักเก็บน้ำต้นทุนรวมถึง 10 ล้าน ลบ.ม. เพียงพอต่อความต้องการใช้น้ำเพื่ออุปโภคบริโภคของประชาชนทั้ง 2 ตำบล และช่วยเพิ่มพื้นที่ชลประทานได้อีก 6,000 ไร่ อีกทั้งจะมีน้ำที่จะใช้เพื่อการขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษในเขต อำเภอเมือง และ อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม อย่างพอเพียง รวมทั้งยังช่วยสนับสนุนภาคการท่องเที่ยว และช่วยชะลอน้ำหลากที่บริเวณอ่างเก็บน้ำห้วยมุกเคตอนล่างบรรเทาอุทกภัยให้กับพื้นที่ที่เป็นอยู่อาศัยและพื้นที่เกษตรกรรมของประชาชน ตลอดจนยังใช้เป็นแหล่งเพาะขยายพันธุ์สัตว์น้ำได้อีกด้วย นอกจากนี้ยังสอดคล้องกับแผนการดำเนินงานของการประปาส่วนภูมิภาค จังหวัดนครพนม ที่กำลังดำเนินการก่อสร้าง ปรับปรุง ขยาย สถานีผลิตน้ำแม่ข่ายนครพนมและวางท่อส่งน้ำประปาไปยังนิคมอุตสาหกรรม รวมทั้งแผนการก่อสร้างสถานีผลิตน้ำประปาโคกภูกระแตในเขตนิคมอุตสาหกรรมนครพนม ในปี 2565 อีกด้วย
“การดำเนินโครงการพัฒนาแหล่งน้ำในลำน้ำห้วยบ่อจะช่วยให้ประชาชนทั้ง 2 ตำบล พัฒนาแหล่งน้ำร่วมกัน และใช้ประโยชน์จากน้ำร่วมกันได้อย่างเต็มศักยภาพอย่างยั่งยืน รองรับความเปลี่ยนแปลงของประชากร และความต้องการใช้น้ำ รวมทั้งรองรับการเจริญเติบโตของพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม ซึ่งในลำดับถัดไป สทนช. จะได้จัดให้มีการประชุมปัจฉิมนิเทศเพื่อนำเสนอสรุปผลการศึกษาความเหมาะสมของโครงการต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนในเร็วๆ นี้ หลังจากนั้น
จะได้เสนอคณะอนุกรรมการทรัพยากรน้ำจังหวัดพิจารณาและมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งขับเคลื่อนการดำเนินงานต่อไป” ดร.สมเกียรติ กล่าว
นอกจากโครงการที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว การศึกษาจัดทำแผนเพื่อบรรเทาอุทกภัย ภัยแล้ง พัฒนาแหล่งน้ำในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนครอบคลุมจังหวัดหนองคาย นครพนม และมุกดาหาร ยังมีโครงการที่บรรจุอยู่ในแผนงานรวมกว่า 1,500 โครงการ กำหนดภาพรวมแผนหลักพัฒนาแหล่งน้ำระยะ 20 ปี (พ.ศ.2564-2580) และสอดคล้องกับแผนแม่บทบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปีครอบคลุมการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่ออุปโภคบริโภค การเกษตร และอุตสาหกรรม รวมทั้งแก้ปัญหาอุทกภัย การจัดการคุณภาพน้ำ และฟื้นฟูสภาพป่าเสื่อมโทรม โดยได้มีการคัดเลือกโครงการสำคัญ เกิดผลสัมฤทธิ์สูง เกิดผลประโยชน์ในวงกว้างต่อหลายตำบล หลายอำเภอได้จำนวน 33 โครงการ สามารถจัดหาแหล่งน้ำได้เพิ่ม 100.4 ล้าน ลบ.ม. พื้นที่รับประโยชน์รวม 107,000 ไร่ และประชากรได้รับประโยชน์รวมทั้งสิ้น 66,334 ครัวเรือน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี