วันอังคาร ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2569
น้อมรำลึกร.9
พสกนิกรทั่วไทยพร้อมใจทำบุญ
พิธีมหามงคล5ธันวาคม
‘ในหลวง-ราชินี’เสด็จฯ
จุดเทียนมหามงคลสดุดี
พสกนิกรทั่วประเทศ พร้อมใจทำบุญตักบาตรถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพรัชกาลที่ 9 “วันพ่อ” ขณะที่รัฐบาลเชิญชวน ประชาชนเฝ้าฯรับเสด็จ “ในหลวง-พระราชินี”ในพิธีจุดเทียนมหามงคลสดุดีพระเกียรติคุณ รัชกาลที่ 9 ในวันที่ 5 ธันวาคม ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง
เมื่อช่วงเช้าวันที่ 4 ธันวาคม ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) ถนนราชดำเนิน พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) พร้อมภริยา เป็นประธานจัดกิจกรรมน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ 5 ธ.ค.2563 กิจกรรมประกอบด้วย พิธีตักบาตรพระสงฆ์ จำนวน 20 รูป จากวัดโสมนัสราชวรวิหาร ถวายเป็นพระราชกุศล พิธีถวายราชสักการะและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณฯ จากนั้นชมนิทรรศการเผยแพร่พระเกียรติคุณ”พ่อสร้าง ลูกสาน สายใยผูกพัน” และกิจกรรมบริจาคโลหิตเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล
นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการเป็นประธานในพิธีทำบุญตักบาตร เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร , วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ ประจำปีพุทธศักราช 2563 ณ บริเวณสนามหญ้ากระทรวงศึกษาธิการ โดยมี คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) , นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) พร้อมด้วยผู้บริหาร และบุคลากรกระทรวงศึกษาธิการ เข้าร่วมในพิธี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงเช้าวันเดียวกัน แต่ละจังหวัดทั่วประเทศ ได้มีการจัดพิธีทำบุญตักบาตร เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล นื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ สมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการและประชาชน มาร่วมทำบุญตักบาตรอย่างพร้อมเพรียง
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กล่าวว่า รัฐบาลขอเชิญชวนปวงชนชาวไทยทุกหมู่เหล่าเฝ้าฯ รับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ในโอกาสเสด็จพระราชดำเนินทรงเป็นประธานในพิธีจุดเทียนมหามงคล เพื่อสดุดีพระเกียรติคุณ และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ วันพ่อแห่งชาติและวันชาติ 5 ธันวาคม 2563 ท่ามกลางมหาสมาคมของประชาชนทุกหมู่เหล่า ซึ่งเป็นครั้งแรกและครั้งสำคัญของประวัติศาสตร์ชาติไทยในวันเสาร์ที่ 5 ธ.ค.เวลา 19.19 น. ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่าส่วนภูมิภาคทุกจังหวัดให้จัดพิธีพร้อมกับส่วนกลาง ณ ศาลากลางจังหวัด หรือสถานที่ที่เหมาะสม สำหรับต่างประเทศสถานเอกอัคราชทูต และสถานกงสุล พิจารณาจัดพิธีตามที่เห็นสมควร สำหรับการแต่งกาย เชิญชวนประชาชนแต่งกายด้วยชุดประจำชาติ ชุดไทย ชุดผ้าไทย ชุดพื้นเมือง ชุดท้องถิ่น ชุดย้อนยุค หรือชุดสุภาพ สีตามอัธยาศัยยกเว้นสีดำ
นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 1-6 ธ.ค. ทางรัฐบาลได้จัดกิจกรรมเนื่องในวันพ่อแห่งชาติ และวันคล้ายวันพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อเป็นการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ โดยมีการนำพระราชกรณียกิจของรัชกาลที่ 9 มาสืบสาน รักษา และต่อยอด มาจัดแสดงให้กับประชาชนได้รับทราบ ในงานจะมีกิจกรรมที่หลากหลาย ทั้งโซนพระราชทาน โซนนิทรรศการโครงการอันเนื่องจากมากพระราชดำริ
และที่น่าสนใจคือ โซนวัยใสปล่อยพลัง เพื่อที่จะนำเอาศักยภาพของเด็กๆ มาแสดง เชื่อว่าจะมีเด็กและนักศึกษามาร่วม 2,000-3,000 คน นอกจากนี้ ในช่วงเย็นของทุกวันจะมีการฉายแสง สี เสียง เรื่อง “รู้รักสามัคคี เพราะพระบริบาล” จะจัดแสดง 2 รอบ รอบแรกเวลา 18.00 น. และรอบสอง เวลา 20.00 น. จึงขอเชิญชวนประชาชนมาร่วมงาน
ทั้งนี้ คณะรัฐมนตรี(ครม.) ได้มีมติให้วันที่ 4 ธ.ค.ของทุกปีเป็นวันรู้รักสามัคคี เพื่อสร้างความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของพี่น้องคนไทย โดยรัฐบาลได้มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปจัดกิจกรรมจิตอาสา โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 4 - 31 ธ.ค. ในทุกจังหวัดทั่วประเทศ
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี