Logo วันเสาร์ ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
533.jpg
หน้าแรก / ในประเทศ
พระสงฆ์-ชาวบ้านกลุ่มฮักน้ำเลย จี้กรมชลศึกษาผลกระทบโครงการเขื่อนศรีสองรัก

พระสงฆ์-ชาวบ้านกลุ่มฮักน้ำเลย จี้กรมชลศึกษาผลกระทบโครงการเขื่อนศรีสองรัก

วันจันทร์ ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 21.50 น.
Tag : กลุ่มฮักน้ำเลย โครงการเขื่อนศรีสองรัก พระสงฆ์
  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2563 ชาวบ้านในนามกลุ่มฮักน้ำเลยกว่า 150 คนและพระสงฆ์  เดินทางด้วยรถอีแต๊ก พร้อมด้วยป้ายผ้าเขียนข้อความต่างๆ ไปยังบริเวณหัวงานของโครงการก่อสร้างเขื่อนศรีสองรัก บ้านห้วยหินสอ ต.ปากตม อ.เชียงคาน จ.เลย เพื่อเรียกร้องให้กรมชลประทานทำการศึกษาผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและสังคม ก่อนที่จะเดินหน้าโครงการเขื่อนศรีสองรัก 

นางมุด อุ่นทุม ตัวแทนกลุ่มฮักน้ำเลยกล่าวว่า  โครงการเขื่อนศรีสองรักถูกผลักดันซึ่งกรมชลประทาน มาตั้งแต่ปี 2556 ได้ล่วงเลยมาเป็นระยะเวลามากกว่า 7 ปีแล้ว โดยกรมชลประทาน อ้างเหตุผลในการสร้างเขื่อนเพื่อแก้ปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วม ต่อมาปี 2559 ในยุครัฐบาลคสช. ได้อนุมัติโครงการโดยใช้มูลค่างบประมาณลงทุนมากกว่า 5,000 ล้านบาท  โดยไม่ต้องการทำการศึกษาผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและสังคม  ทั้งที่มีชุมชนที่ตั้งถิ่นฐานริมฝั่งแม่น้ำเลยจำนวนกว่า 70 ชุมชนอาจจะได้รับผลกระทบโดยตรงจากเขื่อนศรีสองรัก  


นางมุด กล่าวว่า การทำกิจกรรมวันนี้เพราะอยากย้ำจุดยืนเรื่องการคัดค้านโครงการเขื่อนศรีสองรัก เนื่องจากความกังวลใจโดยเฉพาะเรื่อง น้ำท่วม เพราะที่ผ่านมาชุมชนลุ่มน้ำเลยจะตกอยู่ในสถานการณ์เสี่ยงทันที หากเขื่อนเริ่มกักเก็บน้ำ ที่ผ่านมาชุมชนลุ่มน้ำเลยเคยมีประสบการณ์เผชิญกับปัญหาน้ำท่วมใหญ่มาแล้วในอดีต เมื่อปี 2521 กับ ปี 2545  นอกจากนี้ การศึกษาการวางโครงการฯ มีความผิดพลาดของกรมชลประทาน ไม่สอดคล้องกับภูมินิเวศของพื้นที่ลุ่มน้ำเลย  และยังละเลยการศึกษาความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ของโครงการฯ ที่มีมูลค่าโครงการมากถึง 5,000 ล้านบาท รวมทั้งการปิดบังอำพรางข้อมูล “โครงการเขื่อนศรีสองรัก” และ “โครงการผันน้ำโขง เลย ชี มูล” ที่มีความเกี่ยวข้องกันโดยตรง  แต่กรมชลประทานมักอ้างเสมอว่า โครงการทั้ง 2 ไม่เกี่ยวข้องกัน และไม่สร้างความกระจ่างชัดด้านข้อมูลให้กับประชาชนในพื้นที่ จนเกิดความคลุมเครือ สิ่งเหล่านี้ได้กลายเป็นเหตุผลสำคัญในการคัดค้านโครงการฯ ของ กลุ่มฮักแม่น้ำเลย  ล่าสุดโครงการดังกล่าวยังมีแผนที่จะทำคันไดร์กั้นน้ำความยาวกว่า 21 กม.จากหัวงานเขื่อนตลอดลำน้ำเลย ซึ่งชาวบ้านมีความกังวลใจมากขึ้นกว่าเดิมเรื่องการสูญเสียที่ดินและน้ำท่วมนอกคันไดร์ดังกล่าว

ทั้งนี้เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2563 สถานการณ์การความขัดแย้งกรณีเขื่อนศรีสองรัก ได้นำไปสู่เวทีการพุดคุยเพื่อหาทางออกปัญหาร่วมกันระหว่าง กรมชลประทาน กับกลุ่มฮักแม่น้ำเลย โดยมีส่วนราชการจังหวัดเลย เป็นพยาน ณ ศาลากลางจังหวัดเลย  ในการประชุมวันนั้นมีข้อสรุปว่า ขอให้มีการตั้งคณะกรรมการศึกษาและประเมินผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนหรือชุมชน ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มาตรา 58 ต่อโครงการเขื่อนศรีสองรัก โดยตัวแทนกรมชลประทาน ลงนามรับรองร่วมกับชาวบ้านว่า จะเป็นผู้ดำเนินการเสนอ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อให้มีการดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสังคมจากโครงการเขื่อนศรีสองรัก ตามกฎหมายดังกล่าว 

ต่อมา เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2563 มีการจัดเวทีสาธารณะ “ปัญหาความขัดแย้งของโครงการประตูระบายน้ำศรีสองรัก” ระหว่างกลุ่มฮักน้ำเลย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กรมชลประทาน เพื่อให้แสดงความคิดเห็นต่อการแก้ไขปัญหาระหว่างชาวบ้านและกรมชลประทานต่อโครงการดังกล่าว โดยยืนยันให้มีการศึกษาผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและสังคมของโครงการดังกล่าว ก่อนจะเดินหน้าโครงการ อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านกลุ่มฮักน้ำเลยเห็นว่า  กรมชลประทานกลับใช้กลวิธีในการเตะถ่วงปัญหา ไม่ปฏิบัติการข้อตกลง และข้อเสนอของชาวบ้านในการตั้งคณะกรรมการฯ อีกทั้งบิดเบือนเจตนารมณ์การตั้งคณะกรรมการฯ โดยหันไปตั้งกรรมการในระดับจังหวัดแทน ซึ่งเคยแต่งตั้งมาก่อนและขาดประสิทธิภาพในการดำเนินการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น 

“พวกเรากลุ่มฮักแม่น้ำเลยจึงขอประณามกรมชลประทาน ที่ผิดคำสัญญาในการลงนามตามบันทึกข้อตกลงในการตั้งคณะกรรมการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสังคมจากโครงการเขื่อนศรีสองรัก และขอเรียกร้องให้ กรมชลประทาน ดำเนินการติดตาม และประสานงานไปยัง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการแต่งตั้ง คณะกรรมการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสังคมจากโครงการเขื่อนศรีสองรัก ตามข้อตกลงที่มีร่วมกัน”นางมุด กล่าว

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

Breaking News

ยศชนัน เตรียมชงครม. จับมือแก้วิกฤต ก้าวข้ามการเมือง

คึกคักรับวันหยุดยาว ปชช. แห่ทยอยกลับบ้านสงกรานต์ 2569

อัครนันท์ แจงดึง ครูจวง เหตุต้องการมือทำงาน ไม่เกี่ยวพรรคการเมือง บอกสนิทกันร่วม 10 กว่าปี

สตูลสงกรานต์ซบเซา พ่อค้าแม่ค้าโอดคนรัดเข็มขัด ยอดขายอุปกรณ์เล่นน้ำเงียบเหงา

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved