นิด้า มองเศรษฐกิจไทยปี’64 หลังสิ้นโควิด  เสนอรัฐเร่งยุทธศาสตร์การค้ากับต่างประเทศ

นิด้า มองเศรษฐกิจไทยปี’64 หลังสิ้นโควิด เสนอรัฐเร่งยุทธศาสตร์การค้ากับต่างประเทศ

วันพฤหัสบดี ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.
Tag :

รศ.ดร.มนตรี โสคติยานุรักษ์ ผู้อำนวยการหลักสูตรวิทยาการการจัดการสำหรับนักบริหารระดับสูง(วบส.) สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า)เปิดเผยถึงการปรับตัวด้านเศรษฐกิจ ภายหลังจากการสิ้นสุดการระบาดของโควิด-19 ว่า จากการประเมินภาพรวมเศรษฐกิจไทยในปี 2564 คาดว่ามีอัตราเติบโต 2.5-3% ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกที่ปรับตัวดีขึ้นหลังจากหลายประเทศเริ่มดำเนินการฉีดวัคซีนให้แก่ประชาชน จึงเป็นโอกาสของภาครัฐควรวางแผนยุทธศาสตร์เพื่อขยายการค้าการลงทุนกับประเทศในกลุ่มยุโรป อเมริกา จีน และญี่ปุ่น ผ่านการทำข้อตกลงทางการค้าต่างๆ ได้แก่ RCEP หรือความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ที่เป็นข้อตกลงทางการค้าใหญ่ที่สุดในปัจจุบัน มี 10 ชาติสมาชิกอาเซียน บวก จีน ญี่ปุ่น เกาหลี ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ หรือการเข้าร่วมเป็นสมาชิก CPTPP หรือความตกลงที่ครอบคลุมและก้าวหน้าสำหรับหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก รวมถึงการทำ FTA กับประเทศอังกฤษ เป็นต้น ช่วยสนับสนุนการส่งออกของไทยให้ดีขึ้น

รศ.ดร.มนตรีกล่าวต่อไปว่า อย่างไรก็ตามปี 2564 ยังมีปัจจัยบวกอยู่หลายประการ คือ การที่สหรัฐฯ มีประธานาธิบดีคนใหม่ “โจ ไบเดน” สังกัดพรรคเดโมแครต ที่มีนโยบายการค้าโดยเน้นการเจรจาภายในกรอบความร่วมมือและการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานรวมถึงการพัฒนาวัคซีน COVID-19 มีความคืบหน้าและสามารถผลิตได้เป็นจำนวนมากในต้นปี 2564 จะช่วยการค้าระหว่างประเทศและการท่องเที่ยวได้ดีขึ้น ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวคาดว่าจะฟื้นตัวได้ในไตรมาสสุดท้ายปีหน้า คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทยรวมประมาณ 9 ล้านคน โดยภาครัฐต้องเร่งปรับยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวที่ต้องโฟกัสนักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพเพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายเงินต่อหัวต่อคนให้มากขึ้น


สุดท้าย รศ.ดร.มนตรีกล่าวสรุปว่า ปี 2564 ยังเป็นปีที่เศรษฐกิจไทยจะกลับมาเติบโตตามเศรษฐกิจโลกแต่ยังมีความเสี่ยงในหลายปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวังทั้งไวรัสโควิด-19 ที่แพร่ระบาดรอบใหม่ ทำให้หนี้ครัวเรือนสูงขึ้นกดดันกำลังซื้อ หนี้สาธารณะใกล้เพดาน 60% ทำให้การใช้จ่ายภาครัฐเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้ไม่มากนัก และเงินบาทแข็งค่าจะทำให้สินค้าไทยส่งออกในราคาแพงขึ้น เหล่านี้เป็นเรื่องที่ภาครัฐต้องดูแล เนื่องจากไทยมีการพึ่งพาการส่งออกและท่องเที่ยวสูงถึง72% ของ GDP นอกจากนี้ ภาครัฐควรเดินหน้าลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของประเทศในหลายๆ ด้าน เช่นการลงทุนพัฒนาเทคโนโลยี 5G การลงทุนแพลตฟอร์มด้านการสื่อสารเพื่อรองรับยุค New Normal การสร้างบรรยากาศการลงทุนในอีอีซี ซึ่งเหล่านี้ล้วนเป็นเรื่องที่มีความจำเป็น เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของไทยกับนานาประเทศให้ดีขึ้น และประคองเศรษฐกิจไทยในปี 2564 ให้สามารถผ่านพ้นช่วงวิกฤติโควิดไปให้ได้

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top