วันจันทร์ ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2569
คลังเผยประชาชน ยืนยันสิทธิ์ “เราชนะ” ในแอปฯ “เป๋าตัง” 10.5 ล้านคนใช้จ่ายได้ถึง 31 พฤษภาคม พร้อมปิดจุดรับลงทะเบียนถึง 5 มีนาคม ที่สาขาธนาคารรัฐ จัดจนท.ออกให้บริการผู้ที่ไม่สะดวกเดินทางส่วนแบงก์กรุงไทย สาขาเบตง คนยังแห่ลงทะเบียนแน่น ขณะที่บรรยากาศจับจ่ายสินค้าในตลาดเป็นไปอย่างคึกคัก พ่อค้า-แม่ค้าปลื้มมีรอยยิ้มขายของได้มากขึ้น
เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2564 นางสาวกุลยา ตันติเตมิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยความคืบหน้าการเข้าร่วมโครงการเราชนะ ของกลุ่มประชาชนที่อยู่ในฐานข้อมูลของแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ในโครงการเราเที่ยวด้วยกันและคนละครึ่ง และกลุ่มประชาชนทั่วไปที่ลงทะเบียนทางเว็บไซต์ www.เราชนะ.com ว่ามีผู้ที่ผ่านการคัดกรองคุณสมบัติเบื้องต้นและยืนยันการใช้สิทธิ์ร่วมโครงการฯ ผ่านแถบ (Banner) โครงการ “เราชนะ” ในแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” แล้ว จำนวน 10,544,909 คน (ข้อมูล ณ เวลา 17.00 น.)
อย่างไรก็ดี เนื่องจาก มีผู้ประสงค์ยืนยันตัวตนเข้าโครงการฯ ผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” จำนวนมากจนส่งผลกระทบต่อระบบของธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) (ธนาคารกรุงไทย) ธนาคารกรุงไทยจึงปิดระบบดังกล่าวชั่วคราวจนถึงเวลา 20.00 น. และขออภัยในความไม่สะดวกที่เกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม ประชาชนสามารถทยอยดำเนินการยืนยันตัวตนได้ และจะได้รับวงเงินสิทธิ์ภายหลังจากการยืนยันตัวตน โดยจะได้รับวงเงินสิทธิ์เพิ่มเป็นรายสัปดาห์ทุกวันพฤหัสบดีจนวงเงินสิทธิ์ครบ 7,000 บาท
ทั้งนี้ สามารถสะสมวงเงินสิทธิ์และใช้จ่ายเพื่อชำระค่าสินค้าและบริการที่ร้านธงฟ้าราคาประหยัดพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่นที่มีแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ร้านค้าคนละครึ่งที่ตกลงยินยอมเข้าร่วมโครงการฯ รวมถึงผู้ประกอบการ/ร้านค้าและบริการรายย่อยที่เข้าร่วมโครงการฯ ได้จนถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2564
โฆษกกระทรวงการคลัง ยังได้เน้นย้ำถึงการเปิดจุดรับลงทะเบียน ณ สาขาหรือจุดบริการเคลื่อนที่ของธนาคารกรุงไทย ระหว่างวันที่ 15 กุมภาพันธ์ – 5 มีนาคม 2564 เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนกลุ่มผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ เช่น ไม่สามารถเข้าถึงระบบอินเทอร์เน็ต ไม่มีสมาร์ทโฟนทำให้ไม่สามารถใช้งานแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ได้ หรือผู้ที่อยู่ในภาวะพึ่งพิง รวมถึงผู้ที่ลงทะเบียนด้วยตนเองไม่สำเร็จเนื่องจากข้อมูลส่วนบุคคลไม่ถูกต้อง โดยจากข้อมูลล่าสุดมีประชาชนกลุ่มดังกล่าวลงทะเบียนผ่านสาขาหรือจุดบริการเคลื่อนที่ของธนาคารกรุงไทยแล้ว จำนวน 455,354 คน (ข้อมูล ณ เวลา 17.00น.)
พร้อมกันนี้ กระทรวงการคลังจะมีการเปิดจุดรับลงทะเบียนโครงการฯ ผ่านสาขาของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร และธนาคารออมสิน เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนกลุ่มดังกล่าวเพิ่มเติม และขอความร่วมมือจากหน่วยงานในสังกัดของกระทรวงการคลัง กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ดำเนินการร่วมกับธนาคารทั้ง 3 แห่ง เพื่ออำนวยความสะดวกในการลงพื้นที่รับลงทะเบียนให้แก่ประชาชนกลุ่มดังกล่าว
วันเดียวกัน ที่หน้าธนาคารกรุงไทย สาขาเบตง ยังมีประชาชนยังคงมารอต่อแถวกันอย่างเนืองแน่น โดยผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับประชาชนที่มายืนรอ หลายคนโดยเฉพาะผู้สูงอายุที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐหรือบัตรคนจน ยังคงสับสนว่าต้องลงทะเบียนอีกครั้งหรือไม่ แต่ในความเป็นจริงแล้วผู้ที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจะได้รับเงินอัตโนมัติเข้าในบัตรตั้งแต่วันที่ 5 กุมภาพันธ์ แล้ว นอกจากนี้ยังพบปัญหาของผู้สูงอายุ คือไม่มีสมุดธนาคาร บัตรประจำตัวประชาชนกับใบหน้าไม่ตรงกัน และบางคนไม่เคยมาธนาคารเลย จึงเป็นสาเหตุให้มีการยืนรอของประชาชนบางส่วนที่เข้าใจผิด ขณะที่ชาวบ้านตามหมู่บ้านในชนบท ต่างเดินทาง ออกจากบ้านมาตั้ง แต่เช้ามืด โดยวันนี้เจ้าหน้าที่ธนาคารกรุงไทย ได้เปิดรับบริการลงทะเบียนเราชนะเป็นวันที่ 3 ซึ่งมีการแจกบัตรคิวให้บริการวันละ 200 คน
ทั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ธนาคารแจ้งว่าสามารถให้ญาติหรือผู้ดูแลในกลุ่ม ผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ป่วยติดเตียง แจ้งกับผู้ใหญ่บ้านหรือท้องถิ่นเข้ามา เพื่อจะจัดทีมเข้าไปรับลงทะเบียนให้
ส่วนบรรยากาศที่ร้านที่เข้าร่วมโครงการของรัฐฯ ประชาชนหลังยืนยันตัวตนสำเร็จต่างนำบัตรคนมาใช้สิทธิ์ซื้อของกันคึกคัก และขอบคุณรัฐบาลที่ไม่ทิ้งประชาชนในช่วงวิกฤติแบบนี้
เช่นเดียวกับที่หน้าที่ว่าการอำเภอเมืองพิษณุโลก ตลาดนัดเกษตรกรจังหวัดพิษณุโลกทุกวันศุกร์ ซึ่งในวันนี้มีประชาชนมาจับจ่ายซื้อสินค้าเกษตรกร ขนม สินค้าอุปโภคบริโภค ต้นไม้กันอย่างคับคั่ง การจับจ่ายด้วยแอปฯ เราชนะ วันนี้ก็คึกคักอย่างมากเช่นกัน พ่อค้าแม่ค้าต่างบอกเสียงเดียวกันว่า ตั้งแต่โครงการคนละครึ่ง ต่อเนื่องมาเราชนะ สินค้าที่นำมาจำหน่ายในตลาดนัดเกษตร และตามตลาดนัดต่างๆ ขายดีเพิ่มขึ้น เพราะประชาชนมีเงินเพิ่มขึ้น เช่นที่ร้านแล่มแกงป่า วันนี้ขายดีมากๆ ลูกค้าจำนวนมากใช้เงินในแอปไทยชนะมาจ่าย เจ้าของร้านแล่มแกงป่าบอกว่า บางคนเคยซื้อกับข้าววันละ 1 อย่าง เมื่อมีเงินในแอปฯ ก็ซื้อเพิ่มขึ้น วันละ 2-3 อย่าง
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี