วันอังคาร ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2569
อว.-สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา นำนักศึกษาที่ได้รับการจ้างงานโครงการ U2T ทำงานกับพิพิธภัณฑ์ชุมชนมีชีวิต “ครูขาบ” บึงกาญ ชูเศรษฐกิจสร้างสรรค์ นำจุดเด่นของชุมชนสร้างรายได้ให้ชุมชน “เอนก เกล่าธรรมทัศน์” รมว.อว. เผยท้องถิ่นจะเข้มแข็งต้องใช้พลัง 3 ประสาน คือ มหาวิทยาลัย ภาคประชาสังคมหรือชุมชน และภาคเอกชน
5 มีนาคม 2564 ที่พิพิธภัณฑ์ชุมชนมีชีวิต ตำบลหนองพันทา อำเภอโซ่พิสัย จังหวัดบึงกาฬ ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.การอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมคณะผู้บริหาร อว.ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมพิพิธภัณฑ์ชุมชนมีชีวิต ที่ก่อตั้งขึ้นโดย “ครูขาบ” หรือนายสุทธิพงษ์ สุริยะ เจ้าของรางวัลออสการ์อาหารโลก Gourmand World Awards จำนวน 14 รางวัลในสาขาต่างๆ ซึ่งพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ถือเป็นพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมศิลปะของงานออกแบบร่วมสมัยผสมผสานกับอัตลักษณ์ของชุมชน โดยมีวิถีเกษตรชุมชนเป็นตัวเชื่อม จนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวแบบยั่งยืนที่ให้ผู้คนได้มาเจอกันและมีรายได้เกื้อกูลกัน ผ่านการซื้อขายสินค้าเกษตรของชุมชน สามารถสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวให้ชุมชนไม่ต่ำกว่า 1.3 ล้านบาทต่อปี
นอกจากนี้ ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก และคณะยังได้มาติดตามการทำงานของผู้ได้รับการจ้างงานจาก อว. ผ่านโครงการมหาวิทยาลัยสู่ตำบล สร้างรากแก้วให้ประเทศหรือ U2T

ทั้งนี้ หลังการตรวจเยี่ยม ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก ให้สัมภาษณ์ว่า พิพิธภัณฑ์ชุมชนมีชีวิต จ.บึงกาฬ ดำเนินการโดยสถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา ให้บัณฑิตจบใหม่ นักศึกษา และชาวบ้าน ร่วมกับเก็บข้อมูล และวิเคราะห์ข้อมูลปัญหาและความต้องการของชุมชน โดยมีอาจารย์เป็นพี่เลี้ยง ผู้เข้าร่วมโครงการ U2T ที่เป็นบัณฑิตและนักศึกษาล้วนเป็นผู้มีภูมิลำเนาในพื้นที่ แต่ไปศึกษาในจังหวัดอื่น ได้มีโอกาสกลับมาทำงานในท้องถิ่นเนื่องจากได้รับผลกระทบจากโควิด-19 การที่ผู้รับการจ้างงานได้มาทำงานในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ ถือเป็นโอกาสในการได้มาเรียนรู้เพิ่มเติมจากครูขาบในเรื่องของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ที่นำจุดเด่นของชุมชนมาสร้างรายได้ให้แก่ชุมชน นอกเหนือจากการเก็บข้อมูลและวิเคราะห์ปัญหาของพื้นที่ตามภาระงานที่ได้รับมอบหมายในระยะเวลา 1 ปีตามระยะเวลาโครงการ

รมว.อว. กล่าวต่อว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า โครงการU2T เป็นการโอกาสให้ ชุมชน และ พื้นที่ ได้รับการวิเคราะห์ปัญหาพร้อมทั้งการแก้ไขตามความต้องการ โดยมีผู้จ้างงานที่เป็นบัณฑิตนักศึกษา และชาวบ้าน ทำงานร่วมกัน และมีอาจารย์และมหาวิทยาลัยมาเรียนรู้ร่วมกัน นำความรู้ไปตอบโจทย์ความต้องการของพื้นที่พร้อมๆ กับการที่ชุมชนและพื้นที่เป็นแหล่งเรียนรู้ชีวิตจริงให้แก่อาจารย์และมหาวิทยาลัย ที่สำคัญสะท้อนให้เห็นว่ามหาวิทยาลัยต้องการชุมชนหรือพื้นที่ท้องถิ่นเป็นศูนย์การเรียนรู้ที่สะท้อนถึงความต้องการจริงของชุมชน ความรู้ของมหาวิทยาลัยจะต้องตอบโจทย์ของชุมชนและท้องถิ่นได้ เพราะจังหวัดหรือท้องถิ่นจะเข้มแข็งได้ต้องมีองคาพยพที่เกี่ยวข้อง 3 ส่วน คือ มหาวิทยาลัย ภาคประชาสังคมหรือชุมชน และภาคเอกชน ซึ่งทั้ง 3 ส่วนคือผู้ที่อยู่ในท้องถิ่นจริง ไม่ได้มาแล้วไปเหมือนหน่วยงานราชการจากส่วนกลาง
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี