วันอังคาร ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2569
นางเฮลก้า สเตลมาเกอร์ ผู้อำนวยการ บริติช เคานซิล ประเทศไทย กล่าวว่า ภารกิจปี 2564 จะเดินหน้าสานความร่วมมือไทย – สหราชอาณาจักร ผ่านการทำงานใน 3 ด้าน ได้แก่ ยกระดับทักษะภาษาอังกฤษ การพัฒนาการศึกษาระดับอุดมศึกษาและวิทยาศาสตร์สู่ความเป็นสากล และการส่งเสริมศิลปะวัฒนธรรมและอุตสาหกรรมสร้างสรรค์
ด้านการยกระดับทักษะภาษาอังกฤษ บริติช เคานซิล เดินหน้ายกระดับแบบครบวงจร ทั้งการเรียน การสอบ และการจัดสอบด้วยมาตรฐานระดับนานาชาติ รวมไปถึงพัฒนาการเรียนการสอนภาษาอังกฤษโดยรวมของประเทศ ได้แก่สนับสนุนกระทรวงศึกษาธิการ พัฒนาทักษะครูภาษาอังกฤษทั่วประเทศ โดยมุ่งเน้นไปที่ทักษะความเชี่ยวชาญในการใช้ภาษาอังกฤษ ทักษะการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล และองค์ความรู้ต่าง ๆ ที่เป็นผลสืบทอด จากโครงการบูธแคมป์ ที่อบรมทักษะการสอนภาษาอังกฤษกับครูทั่วประเทศกว่า 12,000 คน เพื่อแก้ปัญหาการเรียนการสอนผ่านรูปแบบออนไลน์ที่ครูทั่วโลกต่างเผชิญอยู่ ส่วนโรงเรียนสอนภาษาอังกฤษนั้น บริติช เคานซิล ได้นำเสนอการเรียนการสอนรูปแบบใหม่ “บูสต์” (Boost) หรือการเตรียมพร้อมก่อนเข้าเรียนในห้องเรียนโดยใช้เวลาประมาณ 10 นาทีในการเรียนรู้และฝึกคำศัพท์ล่วงหน้าเพื่อเสริมความมั่นใจการเรียน ส่วนการให้บริการสอบ IELTS และการสอบเฉพาะทางอื่น ๆ อาทิ IGSCSE, BMAT, Aptis ในปีนี้ บริติช เคานซิลได้เตรียมพร้อมแผนการขยายศูนย์สอบเพิ่มเติม เพื่อเตรียมรองรับจำนวนผู้สอบที่อาจเพิ่มขึ้นหลังวิกฤติโควิด-19 โดยจะเป็นทั้งรูปแบบศูนย์สอบร่วมกับหน่วยงานพาร์ทเนอร์ อาทิ โรงเรียน มหาวิทยาลัย และหน่วยงานที่ปรึกษาการศึกษาต่อ และในรูปแบบศูนย์สอบอย่างเป็นทางการของบริติช เคานซิล เอง

ด้านการพัฒนาอุดมศึกษาและวิทยาศาสตร์สู่ความเป็นสากล บริติช เคานซิล ส่งเสริมโอกาสในการศึกษาต่อยังสหราชอาณาจักรให้กับนักเรียนไทย และการสร้างเครือข่ายศิษย์เก่าสหราชอาณาจักร ควบคู่ไปกับการสร้างแพลตฟอร์มเครือข่ายศิษย์เก่าสหราชอาณาจักร ที่มีกำหนดการจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในช่วงต้นปี 2565 และกิจกรรมรางวัลศิษย์เก่า สหราชอาณาจักรดีเด่น (The Study UK Alumni Award) ที่จะเริ่มเปิดรับสมัครในช่วงเดือนกันยายน 2564 นี้ ในขณะเดียวกัน บริติช เคานซิลได้ร่วมกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) ขับเคลื่อนการอุดมศึกษาไทย วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมไปสู่มาตรฐานระดับสากล ตลอดจนพัฒนาระบบนิเวศทางการศึกษา และพัฒนาบุคลากรในแวดวงงานวิจัยและนวัตกรรม โดยในปีนี้ได้เริ่มต้น “โครงการความร่วมมือระดับอุดมศึกษาระหว่างประเทศไทยและสหราช-อาณาจักร” (Thai-UK World-class University Consortium) ทำการเชื่อมโยงมหาวิทยาลัยไทยเข้ากับมหาวิทยาลัยในสหราชอาณาจักร เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และส่งเสริมการทำงานร่วมกันระหว่างนักศึกษาและบุคลากร อันจะนำไปสู่การผลักดันมหาวิทยาลัยไทยให้ก้าวไปสู่ 100 อันดับแรกของโลกตามที่กระทรวง อว. ได้ตั้งเป้าหมายไว้
นอกจากนี้อีกหนึ่งโปรเจกต์ที่บริติช เคานซิล ยังคงสานต่อในการทำงานกับกระทรวง อว. คือ โครงการ “เฟมแล็บ ไทยแลนด์ 2021” เวทีค้นหานักสื่อสารวิทยาศาสตร์ที่สามารถอธิบายหัวข้องานวิจัย หรือเรื่องราววิทยาศาสตร์ได้ใน 3 นาที โดยนอกจากเฟมแล็บจะกระตุ้นให้คนทั่วไปหันมาสนใจวิทยาศาสตร์มากขึ้นแล้ว ยังทำให้นักวิจัยและบุคลากรในแวดวงวิทยาศาสตร์หันมาสนใจพัฒนาทักษะด้านการสื่อสารวิทยาศาสตร์ เพื่อสามารถส่งต่อข้อมูลต่าง ๆ ให้คนทั่วไปได้เข้าใจอีกด้วย

ด้านการส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ นั้น ได้มีการแลกเปลี่ยน และการทำงานร่วมกันระหว่างบุคลากรในแวดวงสร้างสรรค์เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ งานคราฟท์ ตลอดจนการพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน ด้วยการเพิ่มบทเรียนในดิจิทัลคราฟท์ ทูลคิท (Digital craft toolkit) แพลตฟอร์มบทเรียนทางธุรกิจสำหรับผู้ประกอบการงานคราฟท์ที่ถูกใช้ในอีกกว่า 10 ประเทศทั่วโลก โดยในปีนี้จะมีการเพิ่มบทเรียนที่มุ่งเน้นไปที่การสร้างความยั่งยืนให้แก่ธุรกิจ ทั้งในด้านการวางโมเดลธุรกิจ การเลือกวัสดุ และขั้นตอนการผลิตอย่างยั่งยืน เพื่อเป็นเครื่องมือให้ศิลปินได้เรียนรู้โมเดลการสร้างธุรกิจงานคราฟท์อย่างครบวงจร และเพื่อให้ได้พัฒนาธุรกิจของตัวเองอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ในปี 2564/65 ยังมีอีก 2 โปรเจกต์ที่ได้รับการต่อยอดการกิจกรรมแฮกกาธอนในย่านนางเลิ้ง ที่ระดมบุคลากรในศูนย์รวมความคิดสร้างสรรค์ เพื่อใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการแก้ปัญหา และพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของชุมชน ซึ่งทั้ง 2 โปรเจกต์จะเกี่ยวข้องกับการจัดการขยะในชุมชน ทั้งขยะพลาสติกและขยะสดจากตลาด และพัฒนาพื้นที่ในชุมชนให้มีความน่าอยู่มากยิ่งขึ้น
นอกเหนือจาก 3 ภารกิจหลักที่กล่าวมาข้างต้น ในปีนี้ บริติช เคานซิล ได้จัดแคมเปญระดับโลก “The Climate Connection” ร่วมมือกับหน่วยงานพาร์ทเนอร์ทั่วโลกสร้างความตระหนักในประเด็นการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และส่งเสริมให้คนรุ่นใหม่เริ่มต้นลงมือทำเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหาสภาวะ Climate change ผ่านการดำเนินงานด้านการศึกษา ศิลปวัฒนธรรม และภาษาอังกฤษ ในรูปแบบกิจกรรมต่าง ๆ ที่เปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถเข้ามามีส่วนร่วมได้ เช่น พอดคาสต์สอนภาษาอังกฤษและสัมมนาการสอนภาษาอังกฤษภายใต้หัวข้อที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ นิทรรศการโชว์เคสงานวิทยาศาสตร์และศิลปะเพื่อการความยั่งยืน ที่จะจัดขึ้นตลอดทั้งปีเพื่อปูทางไปสู่กิจกรรมยิ่งใหญ่ประจำปีของสหราชอาณาจักรอย่าง การประชุมอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศครั้งที่ 26 (COP26) ที่จะจัดขึ้นที่เมืองกลาสโกว์ ในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2564 นี้ นางเฮลก้า กล่าวทิ้งท้าย
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี