วันจันทร์ ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
วันที่ 24 สิงหาคม 2564 จากกรณีที่ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กำชับให้ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(สอศ.) ขจัดความเครียดจากการเรียนออนไลน์ เนื่องจากที่ผ่านมาศูนย์พัฒนาองค์ความรู้ด้านกิจกรรมทางกายประเทศไทย (TPAK) สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล ได้สำรวจข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมและผลกระทบจากการเรียนออนไลน์ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 พบว่า จำนวนการบ้านมากขึ้น, เด็กมีพฤติกรรมเนือยนิ่ง เครียด วิตกกังวล จึงขอให้เขตพื้นที่การศึกษาไปติดตามให้ทุกสถานศึกษา ปฏิบัติตามนโยบายลดเวลาเรียนหน้าจอ-ลดการบ้าน-ลดการสอบให้เห็นภาพชัดเจน นั้น
ล่าสุด ดร.อัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) กล่าวว่า การลดการผ่อนคลายความเครียดของนักเรียน ครู และผู้ปกครองในช่วงที่มีการเรียนออนไลน์ นั้น สพฐ.ได้มีหนังสือแจ้งไปยังเขตพื้นที่การศึกษา เพื่อให้เขตพื้นที่ฯดำเนินการให้ทางโรงเรียนปรับวิธีการเรียน เช่น 1.เรียนออนไลน์สลับวันกับการทำกิจกรรมเพื่อให้เกิดความยืดหยุ่น 2.ให้จัดตารางเรียนแบบบูรณาการ 3.เรียนวิชาการสลับกับการเรียนทักษะชีวิต ทักษะอาชีพที่จำเป็นเพื่อให้เด็กสามารถอยู่รอดได้ในสถานการณ์โควิด-19 นี้ และให้ยืดหยุ่นเรื่องเวลาเรียน รวมถึงการวัดผลประเมินผลก็ไม่ให้เน้นการทดสอบ แต่ให้วัดด้วยวิธีอื่น เช่น จากการสังเกตุ การส่งชิ้นงานที่เด็กปฏิบัติ
ดร.อัมพร กล่าวต่อว่า สพฐ.มีนักเรียน 6 ล้านกว่าคน ครูกว่า 4 แสนคน การจัดการศึกษาแต่ละพื้นที่มีความแตกต่างกัน คุณภาพการศึกษาวันนี้จะดีหรือไม่ดี ขึ้นอยู่กับนักเรียน ครู และผู้ปกครอง จะต้องร่วมมือกันในการออกแบบการเรียนบนข้อจำกัดที่คนไปหากันไม่ได้ แต่สามารถสื่อสารกันได้ ถ้าเด็กตั้งใจพร้อมที่จะเรียน และเข้าใจในสิ่งที่จะเรียน และผู้ปกครองพร้อมที่จะดูแลสนับสนุน ครูก็ออกแบบการเรียนร่วมกันผลก็จะออกมาดี รวมถึงต้องอาศัยคนในชุมชนในหมู่บ้าน ที่ไม่มีคนติดเชื้อเลยก็สามารถเอานักเรียนไปรวมกันไม่เกิน 5 คน แล้วจัดกิจกรรมการเรียนการสอนโดยมีมาตรการดูแลเรื่องความปลอดภัยของเด็กเป็นอันดับแรก ส่วนการเรียนก็เรียนเท่าที่ทำได้ภายใต้สถานการณ์ขณะนี้ และเรียนในสิ่งที่จำเป็นต่อชีวิตของเด็กเป็นหลัก ส่วนเด็ก ป.6 ที่จะเข้าเรียรต่อชั้น ม.1และเด็ก ม.6 ที่เตรียมไปเรียนต่อในมหาวิทยาลัย เขาอ่านออกเขียนได้และเรียนรู้ด้วยตนเองได้อยู่แล้วถ้าตั้งใจ เหมือนกับเด็กคนหนึ่งที่บ้านมีฐานะยากจน แต่สามารถสอบเข้าเรียนต่อโรงเรียนเตรียมทหารอันดับที่ 1 ได้ถึง 3 เหล่าทัพ ทั้งที่ฐานะทางบ้านไม่มีความพร้อม แต่เขาใฝ่รู้ใฝ่เรียนและมีความตั้งใจก็สามารถไปเรียนต่อได้ ดังนั้น การศึกษาจะต้องอาศัยแรงบันดาลใจจากตัวเด็กด้วยส่วนหนึ่ง ต่อไปการศึกษาแค่เติมเครื่องมือให้ เด็กที่มีแรงบันดาลใจก็สามารถเรียนต่อได้ ผู้ปกครองและครูแค่เป็นผู้สนับสนุน แต่วันนี้ห่วงเด็กตัวเล็ก ๆคนที่พ่อแม่ออกไปทำงานไม่ได้เด็กก็โชคดีได้เรียนรู้ไปด้วยกัน คนที่พ่อแม่ต้องออกไปทำงาน น่าห่วง ทุกคนจึงอยากให้เรียนได้ตามปกติที่โรงเรียน
“แม้ไม่มีผลสำรวจออกมา เราก็รู้อยู่แล้วว่ามีปัญหาอะไรอยู่ แต่เราก็ทำได้ในบริบทของแต่ละพื้นที่ จะสั่งให้ทำเหมือนกันทั้งหมดทุกพื้นที่คงไม่ได้ ต้องจัดตามบริบท เราอยากให้คนทุกคนมีมาตรฐานเท่ากันหมดทุกครอบครัว แต่วันนี้เราทำให้ทุกครอบครัวมีเท่ากันไม่ได้ จึงต้องปรับให้เขาได้พัฒนาตามบริบทของเขาให้ดีขึ้นกว่าเดิมได้อย่างไรมากกว่า ภายใต้ข้อจำกัดที่มีอยู่ และอยู่กับความเป็นจริง” ดร.อัมพร กล่าว
ด้าน ดร.สุเทพ แก่งสันเทียะ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (เลขาธิการ กอศ.) กล่าวว่า ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่นักเรียน นักศึกษาต้องปรับเปลี่ยนมาเรียนออนไลน์ จึงเป็นปกติที่จะเกิดความเครียดได้ เพราะการเรียนในห้องเรียนเด็กได้พบกับคุณครูและได้พบกับเพื่อนร่วมห้องเรียนในระหว่างเรียน จึงทำให้เด็กแอคทีฟอยู่ตลอดเวลา แต่พอมาเรียนออนไล์คนเดียว ความน่าดึงดูดใจในการเรียนก็ลดลง เพราะไม่ได้มีปฏิสัมพันธ์กับครูและเพื่อนร่วมชั้นเรียน จึงอาจจะมีอาการเนือย ๆ หรือเกิดความเครียดตามที่ผลสำรวจออกมา
“สอศ.ได้พยายามให้ครูหาวิธีการสอนที่หลากหลาย ครูบางคนก็มีเทคนิคในการสอนที่แตกต่างกันอยู่แล้ว ตามที่มีคลิปเผยแพร่ออกมาให้เห็น เช่น ครูแต่ตัวรูปแบบต่างๆ บางคนแต่งเป็นดีเจสอนนักเรียน ก็ขึ้นอยู่กับครูว่าจะมีเทคนิคการสอนอย่างไรเพื่อดึงดูดความสนใจของผู้เรียน หรืออาจจะใช้วิธีการสาธิตให้ผู้เรียนดูเพื่อให้เกิดความตื่นเต้นบ้าง มอบใบงานที่ผู้เรียนสามารถทำได้เองที่บ้าน โดยเฉพาะสาขาคหกรรมฯ ก็ให้ผู้เรียนแกะสลักงานแล้วถ่ายภาพส่งครูก็ได้ ให้ทดลองเรียนรู้จำลองการทำงานจากสื่อ Simulation เพื่อดึงดูดความสนใจ ต้องยอมรับว่าในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 เด็กเรียนออนไลน์อาจจะเครียด แต่ สอศ ก็ได้ลดแรงกดดัน โดยไม่กำหนดว่าผู้เรียนจะต้องเรียนวิชาต่างๆให้จบภายในภาคเรียนที่หนึ่ง โดย สอศ.ขยายเป็นทั้งปีการศึกษา เพื่อลดความเครียดของนักเรียน ส่วนเรื่องการบ้าน นักเรียนอาชีวะ จะไม่มีการบ้าน ส่วนใหญ่จะให้เป็นใบงานให้ผู้เรียนไปค้นคว้าเพื่อมานำเสนอ หรือให้ฝึกปฏิบัติด้วยตนเอง แต่อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมา สอศ.มีหนังสือคู่มือการเรียนการสอนไปให้สถานศึกษาต่าง ๆแล้ว เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายของ ศธ.และของ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) และผมก็จะย้ำไปยังสถานศึกษาในสังกัด สอศ.อีกครั้งหนึ่ง ในเรื่องของการลดภาระของครู และภาระผู้เรียน ต้องดำเนินการให้เป็นรูปธรรมที่ชัดเจนต่อไป ซึ่งในช่วง 2-3 วันนี้ ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิดกำลังลดลง ถ้าสถานการณ์ดีขึ้น ภาคเรียนหน้า อาจจะเรียนออนไซต์ หรือเรียนที่สถานศึกษาได้บ้าง เพราะเด็กก็อย่างมาเรียนที่สถานศึกษา แต่ด้วยสถานการณ์นี้ ทุกคนจึงต้องปรับตัว” ดร.สุเทพ กล่าว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี