วันพุธ ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
ชาวนาที่บุรีรัมย์ ทยอยนำข้าวเปลือกสดที่เกี่ยวหนีน้ำ ไปขายตามโรงสีอย่างต่อเนื่อง แม้จะได้ราคาต่ำเพียง ก.ก.ละ 8-9 บาท เพราะจำเป็นต้องนำเงินไปใช้จ่ายในครอบครัวและเป็นค่าเก็บเกี่ยว วอนรัฐบาลพยุงราคาไม่ให้ต่ำกว่า 15 บาท ด้านผู้ประกอบการโรงสีแนะชาวนาควรรอให้ข้าวแก่เต็มที่และตากให้แห้งก่อนนำมาขาย หากซื้อข้าวคุณภาพต่ำโรงสีก็เสี่ยงขาดทุนเพราะส่งออกไม่ได้
%20(1).jpg)
บรรยากาศที่ โรงสีสหพัฒนาค้าข้าว ต.สตึก อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ ได้มีชาวนาจากหลายอำเภอ เช่น อ.สตึก อ.แคนดง และเขตรอยต่อจาก จ.สุรินทร์ บางส่วน ได้ทยอยนำข้าวเปลือกที่เกี่ยวสด และเกี่ยวหนีน้ำท่วมมาขายอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ช่วงนี้จะได้ราคาต่ำ เพียงกิโลกรัมละ 8-9 บาทก็ตาม แต่ชาวนาก็จำเป็นต้องนำมาขาย เพราะต้องนำเงินไปเป็นค่าเก็บเกี่ยวและใช้จ่ายในครอบครัว โดยชาวนา บอกว่า หากเป็นไปได้ก็อยากให้รัฐบาลช่วยเหลือพยุงราคาข้าวไม่ให้ต่ำกว่ากิโลกรัมละ 15 บาท หรือตันละ 15,000 บาท เพราะปีนี้ประสบปัญหาหลายอย่าง ทั้งช่วงต้นฤดูที่ประสบปัญหาภัยแล้งต้นข้าวแห้งตาย ต้องลงทุนซื้อเมล็ดพันธุ์มาปลูกทดแทนข้าวที่ตาย รวมถึงค่าปุ๋ยก็ราคาแพงขึ้น แต่พอถึงช่วงที่จะเก็บเกี่ยวกลับมาเจอปัญหาน้ำท่วม ทำให้ไม่ได้ผลผลิตเต็มที่เท่าที่ควร
%20(1).jpg)
นางวิริยาภรณ์ สุดคนึง อายุ 38 ปี ชาวนาบ้านซาด ต.สระบัว อ.แคนดง จ.บุรีรัมย์ บอกว่า ที่ต้องนำข้าวเปลือกมาขายช่วงนี้ เพราะจำเป็นต้องนำเงินไปจ่ายค่าเก็บเกี่ยวและใช้จ่ายในครอบครัว ก็ยอมรับว่าราคาข้าวที่ได้ค่อนข้าวต่ำไม่คุ้มกับต้นทุน เพราะช่วงต้นฤดูประสบปัญหาภัยแล้งข้าวแห้งตาย ต้องลงทุนซื้อพันธุ์ข้าวใหม่มาปลูกทดแทนข้าวที่ตาย อีกทั้งค่าไถ ค่าปุ๋ยก็แพงขึ้น พอมาถึงตอนเก็บเกี่ยวก็มาเจอปัญหาน้ำท่วมอีก ทำให้ข้าวบางส่วนแช่น้ำเสียหายได้ผลผลิตไม่เต็มที่ จึงอยากฝากให้รัฐบาลช่วยเหลือไม่ว่าจะเป็นการชดเชยเยียวยาหรือพยุงราคาข้าวให้สูงกว่านี้ เพื่อเป็นการแบ่งภาระและช่วยเหลือชาวนาด้วย
(1).jpg)
ด้านนายศุภสิทธิ์ อึ้งพัฒนากิจ เจ้าของโรงสีสหพัฒนาค้าข้าว อ.สตึก กล่าวว่า ช่วงนี้ซึ่งยังเป็นช่วงต้นฤดู ก็มีชาวนานำข้าวเปลือกมาขายไม่คึกคักเท่าที่ควรเฉลี่ยวันละประมาณ 100 รายเท่านั้น ซึ่งส่วนมากก็จะเป็นข้าวที่ชาวนาเกี่ยวหนีน้ำท่วมแล้วนำมาขายสด โดยไม่ได้ตากลดความชื้นเลย อาจเพราะมีความจำเป็นที่ต้องนำเงินไปใช้จ่าย ซึ่งทางโรงสีก็ยืนยันว่ารับซื้อตามสภาพข้าวและกลไกตลาด ไม่ได้มีการกดราคาแต่อย่างใด แต่หากเป็นไปได้ก็อยากแนะให้ชาวนารอให้ข้าวแก่สุกเต็มที่ หรือตากให้แห้งก่อนแล้วค่อยนำมาขาย เพราะจะได้ราคาที่สูงขึ้นกว่านี้ ซึ่งก็จะเป็นผลดีกับตัวชาวนาเอง เพราะจริงแล้วหากเป็นข้าวสดโรงสีส่วนใหญ่จะไม่ค่อยรับซื้อเพราะไม่มีสถานที่ตาก ทั้งเกรงว่าหากรับซื้อที่เปียกชื้นหรือคุณภาพต่ำไว้ ทางโรงสีก็ต้องแบกรับความเสี่ยงที่จะประสบปัญหาขาดทุนได้ เพราะหากข้าวที่รับซื้อไว้เสื่อมคุณภาพก็จะไม่สามารถส่งออกได้
.
009
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี