วันพฤหัสบดี ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2569
12 พฤศจิกายน 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าตามที่มีผู้ใช้เฟซบุ๊ก "สมศรี หมีใหญ่" ได้โพสต์ข้อความระบุว่า "กล้วยหาย!!! พบเบาะแสแจ้งสมศรี มีรางวัลนำจับ หาย 11.11.64 เวลา 02.00 น.รายการหาย กล้วยฟลอริดา แม่พันธุ์ 1 ต้น กล้วยฟลอริดาเผือก กล้วยน้ำว้าเผือก กล้วยป่าเผือก กล้วยตานีเผือก แม่พันธุ์ฟาโรห์ แม่พันธุ์บอนกระดาดด่างขาว บอนกระดาษเผือก พบเบาะแสแจ้ง 081-3955955 พิกัดไผ่ขอดอน กราบคนเอาไปขอให้เอากล้วยเผือกมาคืน คุณขโมยไปคุณเลี้ยงไม่รอดหรอก น้องต้องได้รับสารทุกวัน มูลค่าความเสียหายกว่า 3 แสนบาท" พร้อมโพสต์ภาพต้นกล้วยด่างที่ถูกหัวขโมยเอาไป และทิ้งรากไว้ให้ดูต่างหน้า ก่อนจะมีผู้เข้าไปแสดงความคิดเห็นและให้กำลังใจเจ้าของสวนกล้วยด่างรายนี้เป็นจำนวนมาก
ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่สวนกล้วยด่าง "สมศรี การ์เด้น" พบกับน.ส.อัจฉรีย์ จันทร์เพ็ง เจ้าของสวน เปิดเผยว่า คนร้ายได้เข้ามาขโมยกล้วยด่าง พันธุ์ฟลอริค้า ซึ่งเป็นแม่พันธ์ 1 ต้น และกล้วยด่างพันธุ์อื่นๆ รวมถึงแม่พันธุ์บอนกระดาดด่างขาว ต้นไม้ราคาแพงรวมกันนับ 300,000 บาท เหตุเกิดช่วงเวลาประมาณ 02.00 น. ของวันที่ 11 พ.ย. ที่ผ่านมา
น.ส.อัจฉรีย์ กล่าวต่ออีกว่า ขณะนั้นคนในบ้านนอนหลับสนิทกันหมดแล้ว คนร้ายอาศัยช่วงเวลากลางดึกปลอดคน เดินอ้อมที่นาหลังบ้านเข้ามาบริเวณกรงเหล็กที่เอาต้นกล้วยด่าง แม่พันธุ์ต่างๆ เก็บไว้ โดยล็อคกุญแจเอาไว้อย่างแน่นหนา แต่คนร้ายน่าจะขุดดินด้านล่างแล้วมุดกรงเหล็กเข้ามา โดยมีกล้องวงจรปิดภายในสวนสามารถบันทึกภาพเหตุการณ์เอาไว้ได้ แต่เนื่องจากเป็นเวลากลางคืนจึงเห็นหน้าคนร้ายไม่ชัด

โดยกล้องวงจรปิดบันทึกภาพขณะคนร้ายกำลังพยายามดึงต้นกล้วยออกจากกระถางอย่างใจเย็น ก่อนจะอุ้มต้นกล้วยไปทีละต้นออกไปทางข้างหลังสวนที่อยู่ติดกับทุ่งนา ซึ่งตนเองก็มาทราบเรื่องตอนเช้าของอีกวันถึงกับลมจับและเสียใจเป็นอย่างมาก เพราะต้นกล้วยด่างที่ถูกขโมยไปเป็นต้นแม่ตั้งแต่เริ่มปลูก มีความผูกพันกันและทำเงินให้ได้มากถึงเดือนละ 1 แสนบาท จนสามารถนำเงินไปสร้างบ้านให้ครอบครัวได้ แต่ก็โชคยังดีที่ต้นกล้วยด่างพันธุ์แดงอินโด ราคา 1 ล้านบาท ไม่ได้ถูกคนร้ายขโมยไปด้วย เพราะตนเองเพิ่งนำไปจัดแสดงในงานตลาดต้นห้างเซ็นทรัล พลาซ่า พิษณุโลก
จากนั้นได้แจ้งความร้องทุกข์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพิษณุโลก ก่อนจะเดินทางมาตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบว่าคนร้ายได้ทิ้งตะกร้าใส่ต้นไม้ริมทุ่งนา และมีรอยเท้าตามคันนาหลายจุด คาดว่าคนร้ายน่าจะจอดรถยนต์ริมถนน แล้วเดินอ้อมทุ่งนาเข้ามาบริเวณหลังสวนเพราะไม่มีรั้วขอบชิดแต่อย่างใด ตำรวจจึงเก็บหลักฐานสำคัญเพื่อใช้ติดตามตัวคนร้ายรายนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็วที่สุด
สุดท้ายจึงอยากวิงวอนขอให้คนร้ายนำกล้วยด่างมาคืนตนด้วย เพราะดูพฤติกรรมแล้วไม่น่าจะใช่คนมีความรู้เรื่องปลูกต้นกล้วยด่าง ดึงจนรากแก้วขาด เอาไปก็เลี้ยงไม่รอดขายไม่ได้ โดยขอให้นำมาคืนไม่ว่าจะสภาพยังไง ตนจะไม่ดำเนินคดีใดๆ แต่หากไม่นำมาคืนจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด ซึ่งหลังเกิดเหตุก็ได้ติดกล้องวงจรปิดเพิ่มแล้วจำนวน 2 ตัว และหากผู้ใดมีเบาะแสจนนำไปสู่การจับกุมตัวคนร้ายรายนี้ก็จะมีรางวัลมอบให้อีกด้วย
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี