มจธ.เตรียมสถานที่ผลิตวัคซีน COVID-19  พร้อมสร้างแล็บทดสอบเฉพาะทางมาตรฐาน

มจธ.เตรียมสถานที่ผลิตวัคซีน COVID-19 พร้อมสร้างแล็บทดสอบเฉพาะทางมาตรฐาน

วันพฤหัสบดี ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.
Tag :

รศ.ดร.สุวิทย์ แซ่เตีย อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) เปิดเผยว่า เมื่อสถานการณ์ของโรค COVID-19 ที่ยังคงมีการแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่อง และยังไม่มีท่าทีจะคลี่คลาย และเพื่อลดการนำเข้าวัคซีนจากต่างประเทศ มจธ.จึงเห็นว่าจำเป็นต้องผลิตขึ้นใช้เองในไทย เพื่อป้องกันความสูญเสีย และถือเป็นการเสริมสร้างความมั่นคงด้านวัคซีน(Vaccine Security) ให้กับประเทศ มจธ.จึงได้ดำเนิน “โครงการเตรียมความพร้อมในการเป็นสถานที่ผลิตCOVID-19 Vaccine ตามความต้องการของประเทศ” ขึ้น โดยใช้โรงงานต้นแบบผลิตยาชีววัตถุแห่งชาติ ณ พื้นที่การศึกษาของ มจธ. บางขุนเทียน ที่นับเป็นโรงงานต้นแบบผลิตยาชีววัตถุแห่งแรกในประเทศไทย พร้อมกับการจัดตั้งห้องปฏิบัติการเฉพาะทางด้านการวิเคราะห์และทดสอบคุณสมบัติของยาชีววัตถุและวัคซีนที่ได้มาตรฐานสากลขึ้น ซึ่งเป็นโครงการที่อยู่ภายใต้แผนเร่งรัดการเข้าถึงวัคซีนป้องกัน COVID-19 ของประชาชน โดยได้รับการสนับสนุนจากสถาบันวัคซีนแห่งชาติ

รศ.ดร.สุวิทย์ กล่าวถึงความร่วมมือในครั้งนี้ว่า โรงงานต้นแบบผลิตยาชีววัตถุแห่งชาติ หรือ NBF เป็นความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) และสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยศูนย์พันธุวิศกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) โดยวัตถุประสงค์หลักเพื่อให้ประเทศมีโครงสร้างพื้นฐานรองรับการผลิตวัคซีน COVID-19 หรือการระบาดของเชื้ออุบัติใหม่โดยใช้กระบวนการผลิตระบบ Single Use System ที่สามารถรองรับการผลิตได้สูงสุด 2,000 ลิตรต่อรอบการผลิต นับเป็นเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพสูง ซึ่งเมื่อดำเนินการติดตั้งเครื่องมือเครื่องจักรเสร็จสิ้นแล้ว หลังจากนั้น มจธ. จะร่วมกับบริษัทคินเจนไบโอเทค จำกัด ซึ่งเป็นStrategic partner และมีความเชี่ยวชาญด้านการผลิต พร้อมที่จะดำเนินทดลองทดสอบระบบเพื่อให้โรงงานนี้
สามารถผลิตวัคซีน COVID-19 ตามความต้องการของประเทศได้ต่อไปในอนาคตอันใกล้


สำหรับการจัดตั้งห้องปฏิบัติการเฉพาะทางด้านการวิเคราะห์และทดสอบคุณสมบัติของยาชีววัตถุและวัคซีนมาตรฐานสากล (Biopharmaceutical Characterization Laboratory ; BPCL) นั้น รศ.ดร.สุวิทย์ กล่าวว่า มีความสำคัญและจำเป็น เพื่อให้ประเทศมีโครงสร้างพื้นฐานด้านห้องปฏิบัติการฯ เพื่อรองรับการผลิตวัคซีน COVID-19 ขึ้นใช้เองในประเทศและเพื่อให้การรับรองคุณภาพและประสิทธิภาพของวัคซีน ซึ่งในต่างประเทศก็ต้องใช้ห้องปฏิบัติการนี้เช่นกัน อีกทั้งจะช่วยในการพัฒนาบุคลากรด้านการควบคุมคุณภาพในการผลิตวัคซีน COVID-19 รวมถึงยาชีววัตถุและวัคซีนอื่นๆ ขึ้นใช้เองในประเทศ และเป็นการสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาผลิตภัณฑ์วัคซีน และยาชีววัตถุ ที่ได้มาตรฐาน สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้

สำหรับความคืบหน้าของห้องปฏิบัติการฯ มีการดำเนินการแล้วเสร็จตามแผนที่วางไว้ คิดเป็นร้อยละ 90 ในอนาคตจะสามารถใช้เป็นศูนย์กลางด้านการวิเคราะห์และทดสอบคุณสมบัติของยาชีววัตถุและวัคซีนของประเทศและในภูมิภาคอาเซียน โดยมหาวิทยาลัยได้มีการลงนามความร่วมมือการสนับสนุนผู้เชี่ยวชาญและการพัฒนาเทคนิคด้านการวิเคราะห์ยาชีววัตถุ และวัคซีนจาก Shimadzu Asia-Pacific และขณะนี้ มจธ.อยู่ระหว่างดำเนินการเพื่อขอรับรองมาตรฐาน ISO/IEC 17025 และพร้อมดำเนินการเปิดให้บริการได้ตั้งแต่ปี 2565 เพื่อลดการใช้บริการทดสอบที่ต่างประเทศ และเพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมผลิตยาชีววัตถุที่เข้ามาลงทุนในประเทศต่อไป

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top