'สภามหาวิทยาลัยรามฯ'แถลงมติถอดถอนอธิการบดี

'สภามหาวิทยาลัยรามฯ'แถลงมติถอดถอนอธิการบดี

วันอังคาร ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 14.42 น.

จากกรณีที่ประชุมสภามหาวิทยาลัยรามคำแหง มีมติถอดถอน ศาสตราจารย์สืบพงษ์ ปราบใหญ่ ออกจากตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแห่ง มีผลเมื่อวันที่ 25 ธ.ค.2564 นั้น

เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 28 ธันวาคม 2564 ศ.ดร.สุมบูรณ์ สุขสำราญ อุปนายกสภามหาวิทยาลัยรามคคำแหง ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ กรรมการสภาผู้ทรงคุณวุฒิ รศ.ดร.พันธ์เทพ วิทิตอนันต์ ประธานสภาคณาจารย์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ได้ร่วมแถลงข่าวสภามหาวิทยาลัยรามคำแหง เกี่ยวกับมติการถอดถอนอธิการบดี


โดย รศ.ดร.พันธ์เทพ วิทิตอนันต์ ประธานสภาคณาจารย์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ได้อ่านมติเกี่ยวกับการถอดถอนอธิการบดี ว่า ตามที่สภามหาวิทยาลัยรามคำแหง มีการประชุมสภามหาวิทยาลัย ครั้งที่ 15/2564 เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2564 โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 25 ธันวาคม 2564 นั้น

สภามหาวิทยาลัยรามคำแหง ขอเรียนชี้แจงว่า สภามหาวิทยาลัยรามคำแหงได้มีการประชุมเมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2564 โดยเริ่มประชุมตั้งแต่เวลา 13.30 น.และมีกรรมการสภามหาวิทยาลัยรามคำแหง เข้าร่วมประชุม ทั้งสิ้น 22 คน ประกอบด้วย กรรมการสภามหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมประชุมด้วยตนเอง 17 คน ประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ 5 คน รวมกรรมการสภามหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมประชุม 22 คน ไม่มีกรรมการท่านใดขาดประชุม

การประชุมสภามหาวิทยาลัยครั้งที่ 15/2564 มีศาสตราจารย์ ดร.สมบูรณ์ สุขสำราญ อุปนายกสภามหาวิทยาลัย ทำหน้าที่แทนนายกสภามหาวิทยาลัย เป็นประธานในที่ประชุม วาระที่เกี่ยวข้องกับการพิจารณาข้อชี้แจงของผู้ช่วยศาสตราจารย์สืบพงษ์ ปราบใหญ่ อธิการบดี เป็นวาระที่สืบเนื่องมาจากการประชุมครั้งที่ 14/2564 เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2564 ในการประชุมครั้งนั้น ที่ประชุมได้สอบถามผู้ช่วยศาสตราจารย์สืบพงษ์ ปราบใหญ่ ในฐานะอธิการบดี เกี่ยวกับปัญหาการบริหารงานมหาวิทยาลัย 4 ประเด็น คือ

1. การฝ่าฝืนข้อบังคับว่าด้วยการประชุมสภามหาวิทยาลัยรามคำแหง พ.ศ. 2541 ตามจดหมายที่มีการแจ้งเลื่อนการประชุม สภามหาวิทยาลัย วันที่ 23 พฤศจิกายน และวันที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2564

2. เรื่องการหารือกับกระทรวงอุคมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) เกี่ยวกับเอกสารที่ได้จัดส่งไปให้ อว. โดยที่ไม่ได้มีการปรึกษากับสภามหาวิทยาลัยก่อน

3. การแต่งตั้งอาจารย์ที่กำลังอยู่ในระหว่างการสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการคัดลอกผลงานของผู้อื่นมาเป็นของตนให้เป็นผู้บริหาร และเรื่องข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการสรรหานายกสภามหาวิทยาลัยรามคำแหง

โดยที่ประชุมครั้งที่ 14/2564 ได้มีมติให้ผู้ช่วยศาสตราจารย์สืบพงษ์ ปราบใหญ่ อธิการบดี ทำหนังสือชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรภายใน 7 วัน และให้ชี้แจงด้วยวาจาเพิ่มเติมได้ในการประชุมสภามหาวิทยาลัยครั้งถัดไป

ผู้ช่วยศาสตราจารย์สืบพงษ์ ปราบใหญ่ อธิการบดี ได้ชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษร ตามเอกสารที่ส่งให้กรรมการสภามหาวิทยาลัยได้รับระหว่างวาระการพิจารณาคำชี้แจง

มหาวิทยาลัยได้สอบถามว่าเหตุใดผู้ช่วยศาสตราจารย์สืบพงย์ ปราบใหญ่ อธิการบดี จึงฝ่าฝืนข้อบังคับว่าด้วยการประชุมสภามหาวิทยาลัย พ.ศ. 2541 ด้วยการสั่งเลื่อนการประชุมถึง 2 ครั้งติดต่อกันทั้งๆ ที่ไม่มีอำนาจในการสั่งเลื่อน ผู้ช่วยศาสตราจารย์สืบพงษ์ ปราบใหญ่ อธิการบดี ได้ขอใช้สิทธิ์ชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรตามที่ได้เสนอต่อที่ประชุมทุกข้อ เมื่อชี้แจงเสร็จเรียบร้อย ที่ประชุมได้มีมติให้นายสืบพงษ์ ปราบใหญ่ อธิการบดี ออกนอกห้องประชุม เพื่อที่ประชุมจะได้พิจารณาคำชี้แจงอย่างรอบคอบ ที่ประชุมได้พิจารณาจากข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย ได้พบว่า ผู้ช่วยศาตราจารย์สืบพงษ์ ปราบใหญ่ อธิการบดี เคยดำรงตำแหน่งกรรมการสภามหาวิทยาลัยรามคำแหงมาถึง 2 วาระด้วยกัน ก่อนที่จะดำรงตำแหน่งอธิการบดี

ดังนั้น การกล่าวอ้างว่าไม่มีความรู้อย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับข้อบังกับมหาวิทยาลัยรามคำแหง ว่าด้วยการประชุมสภามหาวิทยาลัย พ.ศ. 2541 จึงฟังไม่ขึ้น การที่ผู้ช่วยศาสตราจารสืบพงษ์ ปราบใหญ่ อธิการบดี ไม่เรียกประชุมสภามหาวิทยาลัย เพื่อให้มีการเลือกอุปนายกสภามหาวิทยาลัย ตามที่กรรมการสภามหาวิทยาลัย 8 คนเข้าชื่อกันให้เรียกประชุมสภามหาวิทยาลัย จึงเป็นการกระทำที่ขัดต่อข้อบังดับสภามหาวิทยาลัยฯ

นอกจากนั้น การที่ศาสตราจารย์ คร.สมบูรณ์ สุขสำราญ ผู้ทำหน้าที่ประธานการประชุมสภามหาวิทยาลัย ครั้งที่ 13 ซึ่งทำหน้าที่แทนนายสงวน ตียะไพบูลย์สิน อุปนายกสภามหาวิทยาลัยในขณะนั้น ซึ่งได้ลาประชุม เนื่องจากป่วยเข้ารับการตรวจรักษาพยาบาลจากแพทข์ ได้เรียกประชุมครั้งที่ 14 ในวันที่ 13 ธันวาคม 2564 ปรากฏว่า ผู้ช่วยศาสตราจารย์ธีรนิต์ เทพสุเมธานนท์ เลขานุการสภามหาวิทยาลัย ได้มีหนังสือถึงกรรมการสภามหาวิทยาลัย โดยกล่าวอ้างว่าได้รับมอบหมายจากมหาวิทยาลัยให้เลื่อนการประชุม ทั้งๆ ที่ไม่มีอำนาจในการเลื่อนการประชุมแต่อย่างใด และข้อเท็จจริงปรากฏว่า ผู้บริหารมหาวิทยาลัย อันประกอบด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์สืบพงษ์ ปราบใหญ่ อธิการบดี และผู้บริหารอีก 4 ท่าน ซึ่งเป็นกรรมการสภามหาวิทยาลัยรามคำแหง ไม่เข้าร่วมประชุมสภามหาวิทยาลัย ครั้งที่ 14 แต่อย่างใด

ที่ประชุมสภามหาวิทยาลัย ได้พิจารณาแล้วเห็นพ้องต้องกันว่า การที่ฝ่ายบริหารพยายามเลื่อนการประชุมสภามหาวิทยาลัยและไม่เข้าร่วมประชุมสภามหาวิทยาลัย ทั้งๆ สภามหาวิทยาลัยต้องการแก้ไขปัญหาที่ได้เกิดขึ้นและสร้างความเสียหายให้กับมหาวิทยาลัย มิให้ลุกลามบานปลายต่อไป ผู้ช่วยศาสตราจารย์สืบพงษ์ ปราบใหญ่ ธิการบดี กลับไม่ให้ความร่วมมือในการแก้ปัญหา โดยอ้างเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้นว่าต้องการรอคำตอบเกี่ยวกับการหารือกับทาง อว.เกี่ยวกับองค์ประกอบสภามหาวิทยาลัย เนื่องจากผู้ช่วยศาสตราจารย์สืบพงษ์ ปราบใหญ่ อธิการบดี เคยดำรงตำแหน่งกรรมการสภามหาวิทยาลัยถึง 2 วาระ ย่อมตระหนักดีว่าสภามหาวิทยาลัยรามคำแหง ไม่มีปัญหาเกี่ยวกับองค์ประกอบที่กล่าวอ้างแต่อย่างใด เนื่องจากในสมัยที่ผู้ช่วยศาสตราจารย์สืบพงษ์ ปราบใหญ่ เคยเป็นกรรมการสภามหาวิทยาลัย ก็เคยมีเหตุการณ์ที่ไม่มีนายกสภามหาวิทยาลัยถึง 2 ครั้งด้วยกัน และควรทราบถึงระเบียบของสภามหาวิทยาลัยเป็นอย่างดี

นอกจากนั้น การขอเลื่อนการประชุมสภามหาวิทยาลัย โดยไม่มีกำหนดว่าจะประชุมเมื่อไหร่ จะสร้างความเสียหายอย่างร้ายแรงต่องานราชการของมหาวิทยาลัยทุกค้านโดยเฉพาะอย่างยิ่ง

1. ผู้ที่สำเร็จการศึกษานับจำนวนหลายพันคนที่กำลังรอใบรับรองจากสภามหาวิทยาลัย เพื่อนำไปสมัครงาน สมัครเรียน ปรับวุฒิการศึกษา ตลอดจนการไปศึกษาต่อต่างประเทศ บัณฑิตบางรายสมัครสอบเข้าทำงานได้แล้วแต่ก็ไม่สามารถมีใบรับรองจากสภาได้เนื่องจาก การสั่งเลื่อนการประชุมสภาอย่างไม่มีกำหนดของผู้ช่วยศาสตราจารย์สืบพงษ์ ปราบใหญ่ บัณฑิตบางรายประสบปัญหาที่อาจถูกปรับเพื่อชดใช้ทุนเนื่องจากไม่มีเอกสารแสดงการสำเร็จการศึกษาภายในกำหนดเวลา

2. สภามหาวิทยาลัยไม่สามารถให้การรับรองหลักสูตรต่างๆ ทั้งในระดับปริญญาตรีโท และเอก ที่แก้ไขปรับปรุงแล้วเป็นจำนวนมากเพื่อให้ทันกับการประกาศใช้ในปีถัดไปได้

3.ส่วนอาจารย์ที่ผ่านการพิจารณาและอนุมัติของคณะกรรมการในการเข้าสู่ตำแหน่งทางวิชาการ ผศ. รศ. ศ. ก็ไม่สามารถนำเข้าสู่การอนุมัติของสภามหาวิทยาลัยได้เช่นกัน

“ความบกพร่องอย่างร้ายแรงของผู้ช่วยศาสตราจารย์สืบพงษ์ ปราบใหญ่ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง ที่นอกจากจะไม่สนใจในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นแล้ว ยังสะท้อนให้เห็นถึงการขาควิจารณญาณและคุณธรรมที่เหมาะสมสำหรับการดำรงตำแหน่งอธิการบดี ต่อไป จากเหตุผลดังกล่าวข้างต้น สภามหาวิทยาลัยรามคำแหง จึงมีมติให้ถอดถอนด้วยคะแนน เสียง 16 เสียง คะแนนเสียงคัดค้านที่ไม่ให้ถอดถอน 0 เสียง งดออกเสียง 5 เสียง

อย่างไรก็ตาม สำหรับประเด็นที่ผู้ช่วยศาสตราจารย์สืบพงษ์ ปราบใหญ่ถูกร้องเรียนเกี่ยวกับการรับโอนที่ดิน 2 แปลงที่สัมพันธ์กับคดีร่ำรวยผิดปกติก่อนที่จะลงสมัครเข้ารับการสรรหาเป็นอธิการบดีนั้น ทางสภามหาวิทยาลัยได้รับร้องเรียนในเดือนสิงหาคม 2564 สภามหาวิทยาลัย จะดำเนินการสอบสวนเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงและเพื่อความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายต่อไป ซึ่งในขณะนี้ได้มีความคืบหน้าในการรวบรวมข้อเท็จจริงต่างๆ ไปมากพอสมควรแล้ว” รศ.ดร.พันธ์เทพ กล่าว

รศ.ดร.พันธ์เทพ กล่าวเพิ่มเติมว่า หากผู้ช่วยศาสตราจารย์สืบพงษ์ ปราบใหญ่ จะฟ้องศาลปกครอง ก็เป็นสิทธิ์โดยชอบของทุกคนที่ได้รับผลกระทบก็ร้องต่อศาลได้อยู่แล้ว จึงขอเพิ่มเติมว่า ในระบบของมหาวิทยาลัยจะแตกต่างจากระบบราชการทั่วไป เนื่องจากมหาวิทยาลัยมีฝ่ายบริหาร นำโดยอธิการบดี และสภามหาวิทยาลัย ทำหน้าที่ควบคุมตรวจสอบการทำหน้าที่ของฝ่ายบริหาร สภามหาวิทยาลัยเมื่อตัดสินใดแล้วเป็นองค์กรที่สูงสุด ไม่มีการขอให้ทบทวนมติได้ ส่วนขั้นตอนต่อไปสภามหาวิทยาลัย ได้แต่งตั้ง รศ.สุวรรณี เดชวรชัย คณบดีคณะบริหารธุรกิจ มร.เป็นรักษาการอธิการบดี มร.เพื่อให้การบริหารงานของมหาวิทยาลัยเดินหน้าต่อไป ส่วนการเลือกตั้งอธิการบดี มร.คนใหม่ก็เป็นเรื่องของอนาคต คงต้องรอเวลาอีกพอสมควร

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top