546.jpg
แจ้ง 10 ข้อหาหนัก! แก๊งฆ่าเสือโคร่งกลางป่าอุทยานฯ อ.ทองผาภูมิ

แจ้ง 10 ข้อหาหนัก! แก๊งฆ่าเสือโคร่งกลางป่าอุทยานฯ อ.ทองผาภูมิ

วันศุกร์ ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2565, 17.57 น.

วันที่ 14 มกราคม 2564  เวลา 14.00 น. ที่ สภ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปทส.ตร.เป็นประธานแถลงข่าวจับกุมตัว นายรัชชานนท์ เจริญทรัพย์ อายุ 30 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดทองผาภูมิ ที่ จ.1/2565 นายศุภชัย ทรัพย์เจริญ อายุ 34 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ ที่ จ.2/2565 นายจอแห่ง พนารักษ์ อายุ 38 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับที่ จ.3/2565 นายกูกือ ยินดี อายุ 37 ปี ผู้ต้องหาตามหมายที่ จ.4/2565 และ นายโชเอ ไม่มีนามสกุล อายุ 66 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับที่ จ.5/2565 พร้อมของกลางซากเสือโคร่ง จำนวน 2 ซาก น้ำหนัก 52.5 กิโลกรัม อาวุธปืนลูกซองยาว จำนวน 1 กระบอก อาวุธปืนยาว ขนาด .22 ติดลำกล้อง จำนวน 1 กระบอก อาวุธยาวไทยประดิษฐ์ (ปืนแก๊ป) จำนวน 2 กระบอก กระสุนปืนขนาด .22 จำนวน 50 นัด และปลอกกระสุนปืนลูกซอง จำนวน 5 ปลอก

การแถลงข่าวในครั้งนี้มี พล.ต.ท.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ผบช.ภ.7 พล.ต.ท.ปัญญา ปิ่นสุข ผบช.ประจำ สนง.ผบ.ตร. พล.ต.ต.บุญญฤทธิ์ รอดมา รอง ผบช.ภาค 7 พล.ต.ต.มานะ กลับสัตบุศย์ ผบก.ปทส. พล.ต.ต.ไพโรจน์ คุ้มภัย ผบก.ก.จว.กาญจนบุรี พ.ต.อ.สันติ พิทักษ์สกุล ผกก.สภ.ทองผาภูมิ พ.ต.ท.ณวัสพล สารีบุตร สว.ส.ภ.ป๊ล๊อก นายรณภพ เวียงสิมมา รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง)นายเจริญ ใจชน หน.อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ นายนภเดช เกลียวศิริกุล นายอำเภอทองผาภูมิ เข้าร่วม


สำหรับผู้ต้องหาทั้ง 5 ราย ถูกดำเนินคดีในข้อหาความผิดฐาน 1.ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต 2.ร่วมกันพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว และไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์ 3.ร่วมกันเก็บหาของป่าอันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติ โดยมิได้รับอนุญาต

4.ร่วมกันล่อ หรือนำสัตว์ป่าออกไปหรือกระทำให้เป็นอันตรายแก่สัตว์ป่าด้วยประการใดๆในเขตอุทยานแห่งชาติ 5.ร่วมกันเข้าไปดำเนินกิจการใดๆเพื่อหาผลประโยชน์ในอุทยานแห่งชาติ 6.ร่วมกันนำเครื่องมือสำหรับล่าสัตว์หรือจับสัตว์หรืออาวุธใดๆเข้าไปในอุทยานแห่งชาติ

7.ยิงปืนทำให้เกิดระเบิด หรือจุดดอกไม้เพลิงในเขตอุทยานแห่งชาติ 8.ร่วมกันทิ้งสิ่งที่เป็นเชื้อเพลิงซึ่งอาจทำให้เกิดเพลิงไหม้ในเขตอุทยานแห่งชาติ 9.ร่วมกันล่าสัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และ 10.ร่วมกันมีซากสัตว์ป่าคุ้มครองไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต

สำหรับพฤติการณ์แห่งคดีเมื่อวันที่ 12 ม.ค.65 เวลา 19.00 น.เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ ได้ตรวจยึดซากเสือโคร่ง จำนวน 2 ซาก และอาวุธปืนตามบัญชีของกลางจำนวนดังกล่าวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ปิล๊อก เพื่อให้สืบสวนหาตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปีล๊อก และ สภ.ทองผาภูมิ ได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชา ให้ร่วมกันสอบสวนสืบสวนหาตัวผู้กระทำผิด มาดำเนินคดีตามกฎหมาย

ต่อมาวันที่ 13 ม.ค.เวลาประมาณ 06.00 น.เจ้าหน้าที่สืบสวนทราบว่า คนร้ายที่ยิงเสือโคร่งดังกล่าว มีจำนวนทั้งสิ้น 5 คน และมีภูมิลำเนาอยู่ในหมู่บ้านปิล๊อกคี่ หมู่ 4 ต.ปิล็อก อ.ทองผาภูมิ  จึงได้ร่วมกันเดินทางไปติดตามหาตัว เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย จากนั้นพนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติศาลจังหวัดทองผาภูมิเพื่อออกหมายจับ

ทั้งนี้ผู้ต้องหาที่ 1-4 ให้การรับสารภาพว่าพวกตนได้กระทำความผิดจริงโดยอ้างว่าสาเหตุในการยิงเสือโครงครั้งนี้เนื่องจากพวกตนมีอาชีพเลี้ยงวัวและควายแต่เนื่องจากในช่วงนี้ เป็นช่วงที่มีน้ำท่วมสูง จึงนำต้อนฝูงวัวและควาย เอาไปเลี้ยงในป่าเขาและที่ผ่านมาวัวและควายของพวกตนถูกเสือกินไปแล้วกว่า 20 ตัว จึงนำอาวุธปืนที่พวกตนมีอยู่นำติดตัวไปเพื่อป้องกันสัตว์เลี้ยงแล้วยิงเสือโคร่งไปจำนวน 2 ตัว และได้ถูกเจ้าหน้าที่อุทยานทองผาภูมิตรวจพบขณะนั้นพวกตนตกใจจึงวิ่งหลบหนีไป ส่วนนายโซเอ ไม่มีนามสกุล ผู้ต้องหาที่ 5 ให้การว่าได้เข้าไปในเขตอุทยานแห่งชาติจริง แต่ไม่ได้ร่วมยิงเสือกับผู้อื่นแต่อย่างใด

สำหรับความผิดและบทกำหนดโทษ ฐานร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต,ร่วมกันพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัวและไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์ ตาม พ.ร.บ.อาวุธปีน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 8 ,8 ทวิ (รับโทษตามมาตรา 72 ทวิ วรรคหนึ่ง อัตราโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ มาตรา 72 ทวิ วรรคสอง อัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ร่วมกันเก็บหาของป่าอันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติ โดยมิได้รับอนุญาตตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 มาตรา 14 รับโทษตาม มาตรา 31 อัตราโทษ จำคุกตั้งแต่ 6 เดือนถึง 5 ปี และปรับตั้งแต่ 5 พันบาทถึง 5 หมื่นบาท

ร่วมกันล่อหรือนำสัตว์ป่าออกไปหรือกระทำให้เป็นอันตรายแก่สัตว์ป่าด้วยประการใดๆในเขตอุทยานแห่งชาติ,ร่วมกันเข้าไปดำเนินกิจการใดๆเพื่อหาผลประโยชน์ในอุทยาน ร่วมกันนำเครื่องมือสำหรับสำสัตว์หรือจับสัตว์หรืออาวุธใดๆเข้าไปในอุทยานแห่งชาติยิงปืนทำให้เกิดระเบิด หรือจุดดอกไม้เพลิงในเขตอุทยานแห่งชาติ ร่วมกันทิ้งสิ่งที่เป็นเชื้อเพลิงซึ่งอาจทำให้เกิดเพลิงไหม้ในเขตอุทยานแห่งชาติ ตาม พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2562 มาตรา 19(3),(6),(7),(8),(9) รับโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 5 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ รับโทษตามมาตรา 43 ผิด ม.19 (3)อัตราโทษ จำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 5 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ มาตรา 44 ผิด ม.19(6)(8)(9) จำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ มาตรา ๔๕ ผิด ม.19(7) ปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท

ร่วมกันล่าสัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันมีซากสัตว์ป่าคุ้มครองไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 มาตรา 12 และ17 รับโทษตาม มาตรา 29 อัตราโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และมาตรา 92 อัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 5 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามลำดับ

ร่วมกันตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 อัตราโทษสูงสุดของทุกข้อหาจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 ล้านบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : คืบหน้าคดี5พราน! ผญบ.ยันแค่คนเลี้ยงวัว คาดเป็นเสือโคร่งจากประเทศเพื่อนบ้าน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top