วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2569
“ผู้เลี้ยงสุกร”ในยะลา แนะรัฐบาลเร่งพัฒนาวัคซีนป้องกันโรคอหิวาต์หมู หลังพบการระบาดในหลายพื้นที่ พร้อมเสนอในแต่ละพื้นที่ส่งเสริมการเลี้ยงสุกรให้รายย่อย ลดการเคลื่อนย้ายสัตว์
19 มกราคม 2565 ที่ฟาร์มเลี้ยงหมูยะลา นายเกรียงศักดิ์ เสรีรัตน์ยืนยง เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรในพื้นที่จังหวัดยะลา เปิดเผยว่า สำหรับปัญหาการแพร่ระบาดโรคอหิวาต์แอฟริกันหมู หรือโรค ASF ที่ทางปศุสัตว์ออกมายอมรับแล้วว่าพบการระบาดในหลายพื้นที่จริง ซึ่งโรค ASF ขณะนี้ได้ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างในหลายพื้นที่ รวมทั้งบรรดาพ่อค้าหมูตามตลาดสดต่างๆ เนื่องจากปัจจุบันราคาเนื้อหมูสูงขึ้น ซึ่งจริงๆแล้วที่ราคาหมูสูงขึ้นเกิดจากสภาวะของแม่สุกรที่เจอโรคนี้ มันจะทำลายแม่สุกรทั้งระบบ จะตายหมดเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ เมื่อโรงงานผลิตลูกสุกรไม่มี เกษตรกรก็ไม่สามารถเอาลูกสุกรมาเลี้ยงได้ พอเลี้ยงไม่ได้ก็ไม่มีหมูเข้าสู่ตลาด เหมือนดีมานด์ซัพพลาย ทำให้ราคาหมูในตลาดแพงขึ้น
นายเกรียงศักดิ์ ระบุว่า ก่อนหน้าที่จะเกิดโรคนี้ เรามีโรคโควิดอยู่ ตลาดต่างๆ ร้านค้า ร้านอาหาร ก็ไม่ได้ดำเนินการ มีการแจกของแจกข้าว ความต้องการหมูก็ลดลง แต่หลังจากปีใหม่ที่ผ่านมา ร้านค้า ร้านอาหารเริ่มเปิด เริ่มกลับมาปกติ การใช้เนื้อหมูมีเพิ่มขึ้น สุดท้ายก็สะท้อนความเป็นจริงว่าหมูขาดตลาดจริงๆ
ทั้งนี้ ภาคกลางเป็นภาคที่มีการเลี้ยงสุกร นครปฐมเป็นเมืองหลวงของการป้อนสุกรให้กรุงเทพฯ หมูไม่มีป้อนเข้ากรุงเทพฯ แต่ช่วงระยะหนึ่งก็ใช้หมูห้องเย็นที่เก็บสะสมเอาไว้ตอนราคาถูก ป้อนเข้าไปก่อน สุดท้ายหมูในห้องเย็นหมด แต่ตลาดยังต้องการอยู่ ราคาก็เลยปรับขึ้นตามกลไกลตลาด ถือว่าราคาเนื้อหมูในขณะนี้เป็นราคาที่สูงเป็นประวัติการณ์ที่ไม่เคยเจอมาก่อนในรอบ 100 ปี ก็ว่าได้
“ถ้ารัฐไม่เข้ามาเกี่ยวข้องในตอนนี้ เชื่อว่าราคาหมูหน้าฟาร์มอาจจะสูงขึ้น กก.ละ 120 บาท แต่ผมเชื่อว่าหากทางภาครัฐยังไม่ให้กรมปศุสัตว์ดำเนินการพัฒนาวัคซีนขึ้นมา หลังจากนี้ไปเลี้ยงก็ไม่รอด ผมมองว่าการเลี้ยงหมูในอนาคตถ้ายังอยู่แบบนี้ จะต้องใช้วิธีเลี้ยงแบบระบบปิด ซึ่งเกษตรกรรายย่อยไม่สามารถดำเนินการได้เลย ส่วนเกษตรกรรายใหญ่จะดำเนินการได้ เนื่องจากมีความรู้ มีเทคโนโลยี และมีทุนทรัพย์ ถ้าจะให้เกษตรกรรายย่อยไปทำก็จะต้องให้ทุน สนับสนุนเทคโนโลยี” นายเกรียงศักดิ์ กล่าว
เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรรายนี้ กล่าวอีกว่า หลังจากนี้ไปหากมีการทำวัคซีนได้แล้ว อยากให้ทางกรมปศุสัตว์ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และทางรัฐบาลได้รับรู้ว่า การเคลื่อนย้ายสัตว์ คือ การเคลื่อนย้ายโรค วิธีการแก้คือจังหวัดใดที่มีความต้องการสุกรมากน้อยขนาดไหน ก็ให้เกษตรกรในพื้นที่เลี้ยง โดยรัฐส่งเสริมให้เกษตรกรเลี้ยง แล้วส่งให้ชาวบ้านในพื้นที่กิน เน้นส่งเสริมเกษตรกรในพื้นที่เลี้ยงหมูให้เพียงพอกับความต้องการของตลาดในแต่ละจังหวัด ลดการเคลื่อนย้ายสุกรจากต่างพื้นที่ให้น้อยที่สุด ที่ตนเชื่อว่าถ้าต้องการให้อาชีพนี้อยู่ได้ ก็จะต้องมีการวางแผนเตรียมการเอาไว้ ถ้าไม่เช่นนั้นเกษตรกรรายย่อยก็จะอยู่ไม่ได้ ก็จะส่งปัญหาเรื่องอาชีพ กระทบกันไปหมด จึงอยากให้ทางผู้ที่เกี่ยวข้องรีบวางแผนดำเนินการส่งเสริมให้เลี้ยงกันภายในจังหวัด แล้วกินภายในจังหวัด ในเขตของตัวเอง
-005
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี