บทความพิเศษ : ‘รัฐบาล’ต้องเป็นเจ้าภาพ  ‘ยกระดับ’การศึกษา‘สายอาชีพ’

บทความพิเศษ : ‘รัฐบาล’ต้องเป็นเจ้าภาพ ‘ยกระดับ’การศึกษา‘สายอาชีพ’

วันอังคาร ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 06.00 น.
Tag :

ในสมัยก่อนจะมีประโยคที่ว่า ถ้าเรียนสายสามัญไม่ได้ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลของความยากจน หรือความจำเป็นอื่นๆ ก็จำใจต้องเลือกเรียนสายวิชาชีพแทน แต่วันนี้ความคิดแบบนี้ ได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว เพราะการศึกษาสายอาชีพนั้น เป็นการสร้างแรงงานที่มีทักษะขั้นกลาง ไปจนถึงขั้นสูง ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งต่อการพัฒนาประเทศไทย ทั้งในเรื่องของกำลังในการแข่งขันทางเศรษฐกิจ ความเจริญก้าวหน้าทางอุตสาหกรรม และการเกษตร รวมไปถึงการแก้ไขปัญหาความยากจน และลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมอย่างเป็นรูปธรรม ดังนั้น การศึกษาสายอาชีพ หรือที่เราเรียกกันว่า “อาชีวศึกษา” จึงเป็นมากกว่านโยบายทางเศรษฐกิจ มากกว่านโยบายทางการศึกษา หรือแม้กระทั่งนโยบายแรงงาน แต่เป็นทิศทางของประเทศไทยในการเดินหน้าไปสู่อนาคต

สำหรับผมแล้ว ในการที่การศึกษาสายอาชีพจะเป็นทางรอดของประเทศไทยอย่างแท้จริงได้นั้น จำเป็นต้องมีองค์ประกอบสำคัญอยู่ 2-3 เรื่องด้วยกัน ซึ่งในประเด็นแรกนั้น ผมมองว่า สถาบันการศึกษาสายอาชีพ ต้องสามารถสร้างทักษะขั้นสูงให้แก่นักเรียน หรือนักศึกษา ที่พวกเขานำไปสร้างโอกาส และรายได้ให้แก่ตัวเองได้อย่างแท้จริง หรือถึงขั้นกลายเป็นอาชีพอิสระที่หาเลี้ยงตัวเอง และครอบครัวได้อย่างสบาย ซึ่งตรงนี้ก็ไปเชื่อมโยงกับการยกระดับผลิตภัณฑ์ ให้เกิดผลิตภาพ(Productivity) คือ ต้นทุนต่ำ ใช้เวลาไม่มาก แต่ผลตอบแทนสูง และประสิทธิภาพดี อันมาจากการบริหารจัดการอย่างแม่นยำ ด้วยองค์ความรู้และเทคโนโลยีที่เหมาะสม แล้วรากฐานตรงนี้เองที่จะไปช่วยกระตุ้นศักยภาพทางการแข่งขันในตลาดเศรษฐกิจระดับทวีป หรือระดับโลกของเราให้ขยับไปข้างหน้าในแบบก้าวกระโดด ซึ่งต้องก้าวกระโดดเท่านั้นนะครับ หมายความว่า ไม่ใช่แค่เก่งกว่า ดีกว่าคนอื่น หรือประเทศอื่นไม่เท่าไหร่ แต่ต้องแซงหน้าไปไกลหลายช่วงตัว


ยิ่งในยุคที่เกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งเร่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสำคัญๆ ในหลายภาคส่วนที่ต้องขยับไปพึ่งพานวัตกรรมสมัยใหม่เข้ามามีบทบาททั้งในภาคอุตสาหกรรม และการเกษตร ตรงนี้เองที่ทำให้เรามองเห็นจุดอ่อนของตัวเองได้อย่างชัดเจนว่าแรงงานส่วนใหญ่ขาดทักษะ และสมรรถนะในการยกระดับผลิตภัณฑ์ เพื่อเอาไปแข่งขันในตลาดเป้าหมายกับผู้ประกอบการรายอื่นๆ ดังนั้น เมื่อแข่งขันไม่ได้ ศักยภาพทางอาชีพเราด้อยกว่า ก็ทำให้สินค้าหรือบริการที่ควรจะสร้างรายได้มหาศาล กลายเป็นแค่ของตกเกรด หรือดีสู้เจ้าอื่นไม่ได้ หรือไม่สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่แท้จริง ทำให้การเดินหน้าทางเศรษฐกิจของประเทศไทยจึงติดหล่ม ไม่ไปไหน ส่งผลให้ธุรกิจปิดตัว ชาวบ้านเป็นหนี้ และลิดรอนโอกาสของนักศึกษาจบใหม่ในการมีงานที่เหมาะสมท้ายที่สุดก็จะกลายเป็นปัญหาเรื่องความยากจน ความเหลื่อมล้ำตามที่ผมได้อธิบายไปแล้วก่อนหน้านี้นี่จึงเป็นเรื่องที่สำคัญ ที่เราต้องหันหน้ามาคุยกันว่า จะยกระดับปรับหลักสูตรการศึกษาสายอาชีพอย่างไร ให้สามารถสร้างแรงงานที่มีทักษะขั้นกลาง หรือสูง เพื่อไปเพิ่มศักยภาพทางการแข่งขันของประเทศไทยในตลาดเศรษฐกิจของโลก

อีกประเด็นที่ต้องเติม ถ้าต้องการยกระดับการศึกษาสายอาชีพ นั่นก็คือ ความรับผิดชอบที่ผูกขาดเป็นกระทรวงๆ ไป เพราะแต่ละกระทรวงก็จะมีแนวทางและการพัฒนาในรูปแบบของตนกระทรวงศึกษาธิการก็แบบหนึ่ง กระทรวงที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจ อาทิ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ก็แบบหนึ่ง กระทรวงแรงงาน กระทรวงเกษตรฯ ก็แบบหนึ่ง แต่วันนี้คิดและทำแบบเดียว ผูกขาดกระทรวงเดียวมันไม่เพียงพอต่อการแข่งขันในระดับโลกแล้วครับ เพราะทักษะของแรงงานในวันนี้ มันไม่ใช่แค่การผลิตเท่านั้น มีเรื่องของการแปรรูป การตลาดการขาย และอีกมากมายเข้ามาผสมผสานอยู่ในห่วงโซ่ของธุรกิจแทบทุกชนิด ดังนั้น ถ้าจะปฏิรูปการศึกษาสายอาชีพ ให้สามารถผลิตแรงงานที่มีทักษะสูง ตอบโจทย์การแข่งขันของไทยในตลาดโลกได้นั้น ความรับผิดชอบทั้งหมดควรต้องตกไปอยู่ที่รัฐบาล โดยเฉพาะนายกรัฐมนตรี ที่ต้องมองสถานการณ์ดังกล่าวนี้ให้ชัด ว่าอะไรคือปัญหา และโอกาสจะมาจากอะไร รวมไปถึงความต้องการทางเศรษฐกิจของประเทศไทยและของโลก ว่ามีแนวโน้มแบบไหน ซึ่งคำตอบที่ได้จะเป็นหมุดหมายอย่างดีในการสร้างแรงงานที่มีประสิทธิภาพขึ้นมา เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยไปสู่เป้าหมายได้อย่างคล่องตัว

ครับ ผมกำลังสื่อสารถึงการปรับหลักสูตรของการศึกษาสายอาชีพ ควรเป็นนโยบายของรัฐบาล และนายกรัฐมนตรีต้องเป็นผู้รับผิดชอบ ซึ่งอาจประกาศให้เป็นวาระของประเทศ เพื่อร่วมกันสร้างการก้าวกระโดดทางเศรษฐกิจ และเตรียมพร้อมเดินหน้าไปสู่อนาคต ก็เป็นเรื่องที่ดี เพราะการเปลี่ยนแปลงตามที่ผมหมายถึงนั้น ไม่ใช่แค่ดีขึ้น 10-15% แต่ต้องดีแบบก้าวกระโดด 100% หรือ 200% หรือมากกว่านั้น เราจึงจะสามารถพลิกฟื้นเศรษฐกิจของประเทศเราได้อย่างหมดจด

เพราะถ้าดีขึ้นเพียง 10% ประเด็นเรื่องของค่าแรงขั้นต่ำของประเทศที่ค่าแรงถูกกว่าเรา ทั้งเขมร หรือพม่า ก็จะกลายเป็นข้อเสียเปรียบของเราทันทีดังนั้น ต้องก้าวกระโดด 100% ขึ้นไป ทำให้การสร้างผลิตภาพจึงเป็นเรื่องสำคัญ และนั่นหมายถึงการยกระดับแรงงานให้มีทักษะระดับกลาง และสูง ซึ่งเชื่อมโยงไปกับการปรับระบบการศึกษาสายอาชีพอย่างจริงจัง การนำเทคโนโลยีเข้ามาสนับสนุน หรือการลงทุนที่มีเป้าหมายระยะยาว ทั้งต่อตัวบุคคล และธุรกิจ รวมไปถึงเรื่องอื่นๆ อีกมากมาย อันจะไปตอบคำถามที่ว่า ทำไม “รัฐบาล” จึงต้องเข้ามาเป็นเจ้าภาพในเรื่องนี้

กนก วงษ์ตระหง่าน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top