วันเสาร์ ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
“จะเป็นอย่างไร ถ้าโลกนี้หมุนไปด้วยวงล้อแห่งสันติภาพ และอยู่ภายใต้ผ้าห่มอันอบอุ่นที่ถักทอด้วยสายใยแห่งมิตรภาพ โดยมีปลายทาง คือความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันในการที่จะร่วมสร้างสรรค์สังคมให้เกิดความยั่งยืน” ซึ่งความหวังเดียวที่ทำให้ไปถึงการบรรลุเป้าหมายแห่งสันติภาพที่ยั่งยืนได้นั้น คือ การส่งเสริมให้เกิดความตระหนักรู้ในเรื่อง“สิทธิมนุษยชน” ให้เกิดขึ้นในมวลมนุษยชาติ โดยให้ถือเป็น “วาระของโลก” ที่ทุกคนต้องใส่ใจดูแล
ผศ.ดร.พัทธ์ธีรา นาคอุไรรัตน์อาจารย์ประจำโครงการจัดตั้งสถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา (IHRP) มหาวิทยาลัยมหิดล ริเริ่มโครงการ “เพื่อนรักต่างศาสนา (Interfaith Buddy)”นำทีมลงพื้นที่ชายแดนใต้ถักทอสายใยแห่งสันติภาพ ร่วมกับการนำองค์ความรู้ด้าน “สุขภาวะ”ซึ่งเป็นความเชี่ยวชาญของมหาวิทยาลัยมหิดล มาเป็น“ทูตสันถวไมตรี” ระดมเครือข่าย ทั้งที่เป็นบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข นักสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา พร้อมด้วยนักกระบวนกรด้านการแปลงเปลี่ยนความขัดแย้งเชิงลึกด้วยสันติวิธี
ร่วมสร้างสรรค์สังคมแห่งสุขภาวะ และสังคมอุดมปัญญา เพื่อเยียวยาความบอบช้ำด้วยปัญหาความรุนแรงจากความขัดแย้งต่างๆ ที่ผ่านมาในพื้นที่ชายแดนใต้ ด้วย“ทุนอุดหนุนโครงการขับเคลื่อนนโยบายชี้นำทางสังคม” ที่ได้รับจากมหาวิทยาลัยมหิดล และทุนอื่นๆ ในระดับชาติและนานาชาติที่หลั่งไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ทุกวันนี้ โครงการเพื่อนรักต่างศาสนา สามารถ “ปักหมุด” ลงในพื้นที่ทางศาสนา ซึ่งได้แก่ วัดของชาวพุทธ และมัสยิดของชาวมุสลิม ให้เป็นพื้นที่ทางสังคมร่วมกันของชุมชนในชายแดนใต้
โดยสร้างเยาวชนคนรุ่นใหม่ในพื้นที่ให้เป็น “เมล็ดพันธุ์แห่งสันติภาพ”ที่ได้รับการบ่มเพาะและรอวันเติบโตสู่การเป็น “ผู้นำการเปลี่ยนแปลง (Change Agents)” สู่โลกใหม่ที่ไร้พรมแดนแห่งอคติทางเชื้อชาติ ศาสนาและวัฒนธรรม สามารถแปลงเปลี่ยนความขัดแย้งสู่สนามแห่งมิตรภาพ ที่ทำให้ชาวพุทธและมุสลิมอยู่ร่วมกันได้ด้วยการมีเป้าหมายแห่งสุขภาวะร่วมกัน
“จากการลงพื้นที่ชายแดนใต้เพื่อดำเนินโครงการเพื่อนรักต่างศาสนา เมื่อเร็วๆ นี้ โดยใช้พื้นที่ทางศาสนา ซึ่งเป็นศูนย์รวมทางสังคมของชุมชนฯ มาเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้ภูมิปัญญาสมุนไพรพื้นบ้าน พบว่าได้รับความสนใจอย่างมากจากทั้งชาวพุทธและมุสลิมในพื้นที่ ซึ่งได้มาทำกิจกรรมร่วมกันอย่างไม่ขัดเขินเพราะต่างมุ่งแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน โดยไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องพิธีกรรมแต่อย่างใด” ผศ.ดร.พัทธ์ธีรายกตัวอย่าง
นอกจากนี้ โครงการเพื่อนรักต่างศาสนา ยังได้มีการสร้างสรรค์ ถอดบทเรียนประสบการณ์ที่ได้จากการดำเนินโครงการ มาจัดทำเป็นข้อเขียนประเภทบทความ และหนังสือต่างๆ ซึ่งได้รับความสนใจอย่างแพร่หลายในเวลาต่อมาอีกมากมาย โดยล่าสุดได้ผลิตหนังสือ ชื่อ “เพื่อนรักต่างศาสนามิตรภาพการปรองดอง และการก้าวข้ามความขัดแย้ง” เตรียมส่งเผยแพร่แหล่งเรียนรู้ในพื้นที่ชุมชนชายแดนใต้และสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ
ตัวอย่างเรื่องเล่าเรียกรอยยิ้มในฉบับ ได้แก่ เรื่อง “ครูไข่แลน” ที่เป็นชื่อเรียกครูชาวพุทธท่านหนึ่งซึ่งสอนอยู่ใน “ปอเนาะ” หรือโรงเรียนชาวไทยมุสลิมทางชายแดนใต้ ที่ได้ฉายาดังกล่าว เพราะเจอ “แลน” หรือ “ตะกวด” ที่ไหนบรรดาลูกศิษย์ชาวมุสลิมมักเรียกครูท่านนี้ไปช่วยดูแล และตามเก็บไข่ตะกวดมาแจกจ่ายให้ชาวพุทธ เนื่องด้วยหลักปฏิบัติทางศาสนาอิสลามในสมัยนั้นของชาวมุสลิมจะไม่รับประทานตะกวด รวมถึงไข่ของตะกวดด้วย เช่นเดียวกับหมูป่า ในขณะที่ชาวพุทธรับประทานได้ เป็นต้น
ทั้งนี้ แม้ในอนาคตโลกจะเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางใดมหาวิทยาลัยมหิดล โดย โครงการจัดตั้งสถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา (IHRP) พร้อมยืนหยัดเพื่อสร้างสังคมแห่งสันติภาพให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืนเพื่อมวลมนุษยชาติต่อไป โดยเชื่อมั่นในปรัชญาพื้นฐานที่ว่า “No Peace Without Justice” เมื่อไม่มีความเป็นธรรม ก็จะไม่เกิดสันติภาพ และสันติภาพจะดำรงอยู่ได้ ก็ต่อเมื่อทุกคนเคารพในความเป็นมนุษย์ซึ่งกันและกัน
เพื่อร่วมถักทอสายใยแห่งสันติภาพให้สามารถขยายผลได้ในวงกว้างอย่างไม่มีวันสิ้นสุด ก้าวต่อไปทางคณะทำงานโครงการเพื่อนรักต่างศาสนา เตรียมผลักดันหนังสือ “เพื่อนรักต่างศาสนา มิตรภาพการปรองดอง และการก้าวข้ามความขัดแย้ง” สู่โลกออนไลน์ โดยประชาชนผู้สนใจสามารถติดตามความคืบหน้าของโครงการ ได้ทาง Facebook : IHRP.Mahidol หรือ Interfaith Buddy for Peace
มหาวิทยาลัยมหิดล
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี