วันศุกร์ ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2569
ผศ.ดร.กนกกาญจน์ วิชาศิลป์ อาจารย์ประจำคณะอุตสาหกรรมเทคโนโลยี สาขาวิชาบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขต สกลนคร กล่าวถึงที่มางานวิจัยการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชน เพื่อเข้าสู่ร้านค้าปลีกสมัยใหม่ว่ามีวัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนด้านผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ ขยายช่องทางการตลาดของผลิตภัณฑ์ชุมชนไปยังร้านค้าปลีกสมัยใหม่ สำหรับกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้มี 2 กลุ่ม คือผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ชุมชน และบริโภค คือ 1.ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ชุมชนจำนวน 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มอาหารและเครื่องดื่มกลุ่มไม้ดอกไม้ประดับ และกลุ่มของที่ระลึก โดยเลือกจากกลุ่มวิสาหกิจที่มีศักยภาพเข้าสู่ร้านค้าปลีกสมัยใหม่ โดยการสัมภาษณ์และหาข้อมูลจากสำนักงานเกษตรจังหวัด และการสัมภาษณ์เชิงลึก 2.กลุ่มตัวอย่างที่เป็นผู้บริโภคที่ซื้อสินค้าในร้านค้าปลีกสมัยใหม่ในจังหวัดสกลนคร
ผศ.ดร.กนกกาญจน์กล่าวด้วยว่า จากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปและมูลค่าตลาดค้าปลีกสมัยใหม่ที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากการขยายตัวเข้าถึงทุกพื้นที่ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ผลิตภัณฑ์ชุมชนต้องเข้าถึงผู้บริโภคอย่างรวดเร็ว ช่องทางการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชน จึงเป็นประเด็นที่ต้องให้ความสำคัญในการทำการตลาด เพื่อผู้ผลิตจะได้ส่งมอบผลิตภัณฑ์ชุมชนให้กับผู้บริโภคให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และจะสามารถเพิ่มยอดขายและสร้างรายได้เพิ่มขึ้น ซึ่งจะก่อให้เกิดการผลิตอย่างต่อเนื่อง ยอดขายเพิ่มขึ้น มีรายได้ และสามารถยึดการผลิตผลิตภัณฑ์ชุมชนจากภูมิปัญญาเป็นอาชีพได้
สำหรับเกณฑ์ในการคัดเลือกผลิตภัณฑ์ชุมชนไปจำหน่ายในร้านค้าปลีกสมัยใหม่ สินค้าจะต้องผ่านกระบวนการผลิต เช่น ผลผลิตทางการเกษตร และอาหารแปรรูป จะต้องได้รับมาตรฐานสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา GAP, GMP, HACCP, Qmark, มผช., มอก., มาตรฐานเกษตรอินทรีย์, ฮาลาล และมีบรรจุภัณฑ์ เพื่อการจำหน่ายทั่วไปมาตรฐาน โดยผู้ประกอบการจะต้องมีความเข้มแข็ง และมีศักยภาพ พร้อมที่จะพัฒนาสินค้าร่วมกัน
ส่วนการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ จะต้องออกแบบและสร้างบรรจุภัณฑ์ ตราสินค้า และป้ายฉลากสำหรับผลิตภัณฑ์ชุมชน เพื่อการปกป้องคุ้มครอง การสื่อสารสร้างภาพลักษณ์ให้กับชุมชนให้เกิดความสวยงามและทันสมัย สีสันสวยงาม สะดวกในการจัดวางและเคลื่อนย้าย รวมถึงถูกต้องตามข้อกำหนดของการจัดจำหน่ายในร้านค้าปลีกสมัยใหม่ เช่นมีการรับรองจาก อย. ส่วนการเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ต้องเลือกให้เหมาะสมตามลักษณะผลิตภัณฑ์โดยจะต้องเลือกวัสดุที่เหมาะสม ออกแบบให้เข้ากับรูปแบบการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ การขนส่ง การแสดงผลิตภัณฑ์ การส่งเสริมการตลาด การให้รหัสสากลจะช่วยในการจัดการคลังสินค้า การขนส่งและการส่งเสริมการตลาด อีกประการที่สำคัญในการเลือกบรรจุภัณฑ์คือต้องปกป้องคุ้มครองผลิตภัณฑ์ และมีต้นทุนที่เหมาะสมอีกด้วย
ทั้งนี้ผู้วิจัยได้นำผลิตภัณฑ์ทั้ง 3 กลุ่ม เสนอเข้าจัดจำหน่ายยังร้านค้าปลีกสมัยใหม่ โดยก่อนที่จะดำเนินการติดต่อเข้าร้านค้าปลีกสมัยใหม่นั้น ผู้ประกอบการทุกรายได้ทำการยื่นขอ อย.สำหรับผลิตภัณฑ์อาหารและยาทุกผลิตภัณฑ์ ที่จะจัดจำหน่ายในโครงการวิจัยนี้ เพื่อให้ถูกต้องตามข้อกำหนดของ อย. และร้านค้าปลีกสมัยใหม่ทั้งชื่อ ภาษา ขนาดอักษร ข้อความที่ใช้ได้ และทำการขอรหัสสากล และการทำฉลากและบรรจุภัณฑ์ใหม่ที่มีความถูกต้อง ทันสมัย แต่เนื่องจากกฎหมายฉบับใหม่ และข้อกำหนดของร้านค้าปลีกสมัยใหม่เข้มงวด และมีรายละเอียดมากขึ้น ขณะนี้กลุ่มผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชนทั้ง 3 กลุ่ม อยู่ระหว่างการทำตามข้อกำหนดที่เพิ่มขึ้นเพิ่มเติม และยื่นเอกสารเพื่อขอนำเสนอผลิตภัณฑ์ ซึ่งรอการพิจารณาเอกสาร ความพร้อม การทำความเข้าใจ และการเปิดบัญชีเป็นผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์กับทางร้านค้าปลีกสมัยใหม่ต่อไป
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี