เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอหาดใหญ่และสาธารณสุขอำเภอหาดใหญ่ บุกทลายโรงงานผลิตน้ำใบกระท่อมขนาดย่อม ที่แปลงสภาพห้องครัวต้มน้ำใบกระท่อม พร้อมอุปกรณ์การผลิตครบชุดและน้ำใบกระท่อมที่ต้มเสร็จพร้อมส่งขาย รวบตัวผู้ที่อยู่ในบ้าน 9 คนดำเนินคดี
9 กุมภาพันธ์ 2565 เมื่อวานนี้(8ก.พ.) เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอหาดใหญ่ร่วมกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขอำเภอหาดใหญ่พร้อมกำลังสมาชิกอส.อำเภอหาดใหญ่ ภายใต้การอำนวยการของ นายชวกิจจ์ สุวรรณคีรี นายอำเภอหาดใหญ่, นายสุบัญฑิตย์ ไชยแก้ว ปลัดอำเภอ (งานป้องกัน) พร้อมด้วย กำลัง อส.หาดใหญ่อีกจำนวนหนึ่ง
เข้าตรวจค้นภายในบ้านเลขที่ 57 ซอยดีแลนด์ ถนนพลพิชัย เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ จ.สงขลา หลังจากได้รับรายงานว่าเป็นแหล่งผลิตน้ำใบกระท่อมสดรายใหญ่ และที่หน้าบ้านขึ้นป้ายเขียนว่า ขายยา และขณะเข้าตรวจค้นก็พบว่ากำลังมีการนำน้ำใบกระท่อมที่บรรจุใส่ถุงนำไปขึ้นรถเก๋งด้วย
จากการเข้าตรวจค้นภายในบ้านพบว่า ในห้องครัวหลังบ้านถูกดัดแปลงสภาพเป็นโรงงานผลิตน้ำใบกระท่อมขนาดย่อมๆ มีน้ำใบกระท่อมที่กำลังต้มสดๆอยู่ในหม้อขนาดใหญ่บนเตาแก๊ส 7 หม้อ แต่ละหม้อกำลังเดือดปุดๆ โดยถังแก๊สที่ใช้ต้มเป็นถังแก๊สขนาด 48 กิโลกรัม รวมถึงเตาแก๊สก็เหมือนกับที่ใช้ในร้านอาหาร
นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์เสริมในกระบวนการผลิตน้ำใบกระท่อมครบเซ็ตน้ำทั้งเครื่องบดหมูที่นำมาบดใบกระท่อม ลังน้ำแข็งพร้อมถังพักที่เตรียมนำน้ำใบกระท่อมมาแชร์ให้เย็น จวักตักกาก กระป๋องสำหรับตักน้ำใบกระท่อมบรรจุใส่ถุงพลาสติก น้ำใบกระท่อมบรรจุอยู่ในถุงขนาด 10 ลิตร จำนวน 10 ถุง ซึ่งแต่ละถุงมีชื่อกำกับไว้ด้วย ใบกระท่อมสดจำนวนหนึ่งพร้อมป้ายไวนิล ”เสือสาว”จำหน่วยใบท่อมและและน้ำท่อมสด” วางอยู่ในบ้านและยังพบโค๊กทั้งขนาด 1.5 ลิตร เจ้าหน้าที่จึงยึดไว้เป็นของกลางทั้งหมด
เจ้าหน้าที่ควบคุมทั้งผู้ที่อยู่ในบ้านจำนวน 9 คนเป็นชาย 7 คนหญิง 2 คนไปสอบสวนที่อำเภอหาดใหญ่ โดยหนึ่งในนั้นซึ่งเป็นชายที่กำลังขนน้ำใบกระท่อมขึ้นรถเก๋ง อ้างว่าไม่ได้ต้มขายแต่ต้มไว้ดื่มเองและนำไปแจกให้กับคนงานในสวน ซึ่งแต่ละถุงมีขนาด 10 ลิตร ชายคนนี้ก็ยืนยันกับเจ้าหน้าที่ว่าดื่มคนเดียวหมด ส่วนพวกถังแก๊สและอุปกรณ์ที่พบในครัวนั้นเคยใช้เปิดร้านอาหารมาก่อน แต่จากหลักฐานและสภาพที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ไม่เชื่อเพราะเป็นเข้าข่ายโรงงานผลิตน้ำใบกระท่อมขนาดย่อมๆเลยทีเดียว
เบื้องต้นได้ แจ้งข้อหาความผิดตาม พ.ร.บ.ผลิตภัณฑ์สมุนไพร พ.ศ. 2562 มาตรา 91 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 3 แสนบาท และ พ.ร.บ.อาหาร พ.ศ. 2522 มาตรา 50 ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือนถึง 2 ปี และปรับตั้งแต่ 5 พันบาทถึง 2 หมื่นบาท. 012
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี