คุณหญิงกัลยาชี้แจงหลังอภิปรายในสภาฯ  ย้ำทุกข้อเสนอแนะได้ทำมาหมดแล้ว

คุณหญิงกัลยาชี้แจงหลังอภิปรายในสภาฯ ย้ำทุกข้อเสนอแนะได้ทำมาหมดแล้ว

วันพฤหัสบดี ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 06.00 น.
Tag :

ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ชี้แจงเพิ่มเติมต่อข้อเสนอแนะและข้อซักถามของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในประเด็นเรื่องการเรียนและการปฏิรูปการศึกษา ยืนยันได้ขับเคลื่อนนโยบาย Codingมา 3 ปีแล้ว เน้นเรียนใช้ความคิด วิเคราะห์ไม่เน้นท่องจำ ชี้เป็นการปฏิรูปการศึกษาถึงตัวเด็กอย่างแท้จริง พร้อมได้จัดหา Smart Devices และเตรียมความพร้อมเด็กในการสอบ PISAยกระดับคุณภาพการศึกษาไทยให้นานาชาติได้เห็น

คุณหญิงกัลยาได้กล่าวในรายการ @จันทรเกษม ของกระทรวงศึกษาธิการ เมื่อต้นสัปดาห์โดยได้ชี้แจงถึงกรณีที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบางท่านได้แสดง
ข้อห่วงใยและกล่าวถึงประเด็นเรื่องการปฏิรูปการศึกษา ในการอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติตามมาตรา 152 ระหว่างวันที่ 17-18 กุมภาพันธ์ 2565 ที่ผ่านมา
โดยมีข้อซักถามว่า ทำไมการเรียนการสอนของกระทรวงศึกษาธิการยังเน้นการท่องจำ จึงอยากจะชี้แจงว่าตั้งแต่ปี 2562 เป็นต้นมา ทางกระทรวงศึกษาธิการ
โดยตนเองได้ผลักดันให้เป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลนี้ ให้ทุกชั้นเรียนตั้งแต่ระดับอนุบาลจนถึงระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 ให้เรียน Coding ซึ่งเป็นการเรียนที่เน้นการใช้กระบวนการคิด เพื่อเตรียมเยาวชนของไทยสำหรับศตวรรษที่ 21 หรือยุคดิจิทัล โดยไม่เน้นการเรียนการสอนแบบท่องจำ เปลี่ยนเป็นการเรียน Coding
ที่เน้นการคิด วิเคราะห์ คิดเชิงคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ การคิดแก้ปัญหาอย่างเป็นขั้นเป็นตอน ซึ่งเป็นทักษะใหม่ที่โลกสมัยใหม่ต้องมี ซึ่งปัจจุบันได้มีการขับเคลื่อนนโยบาย Coding อย่างต่อเนื่อง ทั้งการอบรมครูผู้สอนไปแล้วกว่า 300,000 คน และได้มีโครงการเฉพาะลงไปในพื้นที่ห่างไกล รวมถึงการขยายการเรียนรู้ Coding ไปในทุกภาคส่วน ภายใต้แนวคิด Coding for All


นอกจากนี้ ยังได้มีการใช้ Coding กับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นำไปประยุกต์ใช้กับการเกษตรจนประสบความสำเร็จ ยกตัวอย่างโครงการอัจฉริยะเกษตรประณีตในโรงเรียน ซึ่งขณะนี้มีโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สมัครเข้าร่วมโครงการฯ กว่า 600 โรงเรียนแล้ว โดยทางสพฐ. จะดำเนินการขยายผลไปสู่โรงเรียนต่างๆทั่วประเทศ เพื่อนำไปสู่การผลักดัน ให้เกิดการยกระดับองค์ความรู้ทางด้านเกษตรกรรมโดยการนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ จนสามารถขยายประโยชน์ไปต่อชุมชนสู่การพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ

สำหรับประเด็นเรื่อง Smart Devices เพื่อรองรับการเรียนการสอนออนไลน์ภายใต้สถานการณ์โควิด-19 นั้น คุณหญิงกัลยากล่าวว่า ที่ผ่านมากระทรวงศึกษาธิการได้เห็นปัญหาตั้งแต่แรกแล้ว และได้เรียนถึงนายกรัฐมนตรีผ่านคณะกรรมการโค้ดดิ้งแห่งชาติ นายกฯ มีข้อสั่งการให้กระทรวงศึกษาธิการดำเนินการเรื่องนี้ให้กับเด็กนักเรียนที่ขาดแคลนอุปกรณ์การเรียน โดยได้มีการประสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วนซึ่งกระทรวงศึกษาธิการจะเป็นเจ้าภาพหลัก และมีภาคเอกชน รัฐวิสาหกิจ มูลนิธิต่างๆ เป็นหน่วยงานสนับสนุนอุปกรณ์ รวมถึงการระดมทุนจากแหล่งต่างๆ เช่น สมาคมศิษย์เก่าของสถานศึกษา ภาคเอกชน มูลนิธิ รัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่ ซึ่งจะมีทั้งการซื้ออุปกรณ์ใหม่และรับบริจาคอุปกรณ์ที่สามารถใช้งานได้ เพื่อนำมาปรับปรุงหรือพัฒนาให้สอดคล้องกับการใช้งานจริง
ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการแล้วเช่นกัน 

ส่วนประเด็นเรื่องการสอบ PISA ที่มีสมาชิกสภาฯหลายท่านพูดถึงว่าทำอย่างไรที่จะทำให้คะแนน PISAของเด็กไทยสูงขึ้น ซึ่งการสอบจะมีทั้งหมด 3 วิชา คือ การอ่าน คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ ซึ่งทั้ง 3 วิชานี้ได้เตรียมการเพื่อให้มีความพร้อมในการสอบในเดือนสิงหาคม 2565 นี้แล้ว โดยที่ผ่านมาได้มีการอบรมครูและทำเวิร์กช็อปสอนครูแกนนำเพื่อให้ครูแกนนำไปพัฒนานักเรียนต่อไป ส่วนด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์นี้ มีโครงการวิทย์พลัง 10 ที่เปิดโอกาสให้เด็กทุกคนในประเทศไทยตั้งแต่ชั้นประถมจนถึงมัธยมได้มีโอกาสเรียนวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม ที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน เพราะฉะนั้นทั้ง 2 โครงการนี้ Coding และวิทย์พลัง 10 จะตอบโจทย์ของ PISA เราจะเร่งยกระดับคุณภาพการศึกษาไทยให้นานาชาติได้เห็น

ด้านนายภูมิสรรค์ เสนีวงศ์ ณ อยุธยา กล่าวว่า วันนี้การศึกษาไทยเปลี่ยนไปแล้ว ขณะนี้ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติอยู่ในสภาแล้ว ซึ่งเป็นพ.ร.บ.ที่เน้นหลักสูตรฐานสมรรถนะสิ่งที่คุณหญิงกัลยาทำคือการเตรียมความพร้อมล่วงหน้าเพื่อรองรับการปฏิรูปการศึกษา และพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต รวมถึงการวางรากฐานของสภาการศึกษาซึ่งถือเป็นเสาหลักด้านการศึกษาของชาติภายใต้แนวคิดเข็มทิศประเทศไทย โดยสร้างมิติใหม่ทั้งด้านวิทยาศาสตร์ ผสานศาสตร์และศิลป์เปลี่ยน STEM เป็น STEAM รวมถึงเรื่องครูซึ่งได้วางนิยามหน้าที่ของครูเป็นผู้อำนวยความสะดวก เป็นผู้ดูแล เป็นโค้ชชิ่ง เพื่อตอบโจทย์ฐานสมรรถนะในอนาคตซึ่งสภาการศึกษาเปรียบเสมือนเข็มทิศการศึกษาของชาติจะไม่ใช่องค์กรที่เป็นนโยบายอย่างเดียวแล้วจะต้องลงไปปฏิบัติทั้งในระดับชาติและระดับโลกต่อไป

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top