สธ.คุมเข้ม-ของดสาดนําอีกปี สงกรานต์เสียง ลุ้นกทม.ไฟเขียวให้ดื่มฉลองได้

สธ.คุมเข้ม-ของดสาดนําอีกปี สงกรานต์เสียง ลุ้นกทม.ไฟเขียวให้ดื่มฉลองได้

วันอังคาร ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.
Tag :

สธ.คุมเข้ม-ของดสาดนําอีกปี

สงกรานต์เสียง

ลุ้นกทม.ไฟเขียวให้ดื่มฉลองได้

โควิดติดเชื้อซ้ำได้ถ้าต่างสายพันธุ์

ป่วยเพิ่มรวมATK3.8หมื่นราย

อาการหนักพุ่ง1,718-ตาย81ศพ

ชลบุรี-เมืองคอนหนักยืนหลักพัน

ไทยป่วยโควิด-19 เพิ่มขึ้น 24,635 ราย ตรวจเจอจาก ATK 14,200 รวม 38,835 ราย อาการหนักพุ่ง 1,718ใส่เครื่องช่วยหายใจเพิ่ม 675 ราย “กทม.-ชลบุรี-นครศรีฯ” ติดเชื้อสูงหลักพันต่อเนื่อง ไทยอยู่อันดับ 13 ของโลกนักดื่มลุ้น กก.โรคติดต่อ กทม.เคาะ 29 มีนาคมจัดสงกรานต์ แต่ส่ออดสาดน้ำ-ประแป้ง อาจปลอบใจโดยผ่อนให้นั่งดริ้งค์ในร้านได้ “อนุทิน” ขอประชาชนอดทนอีกปี งดเล่นสาดน้ำไปก่อนเพราะยังเสี่ยงสูง สธ.ชี้ติดเชื้อซ้ำได้ถ้าต่างสายพันธุ์ ซึ่งต้องเว้นระยะนาน ถ้าติดในช่วงสั้นๆ ภูมิคุ้มกันอาจมีปัญหา

เมื่อวันที่ 28 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. รายงานภาพรวมสถานการณ์ติดเชื้อโควิด-19 ประจำวันของไทย ทรงตัวที่หลักหมื่นต่อเนื่อง และรายงานเพิ่มเติมด้วยว่า ไทยมีผู้ติดเชื้อสูงสุดเป็นอันดับที่ 13 ของโลก


ติดเชื้อเพิ่ม24,635-ATK14,200คน

สำหรับประเทศไทย พบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอีก 24,635 ราย ติดเชื้อในประเทศ 24,570 ราย ติดเชื้อจากต่างประเทศ 34 ราย จากเรือนจำและที่ต้องขัง 31 ราย เป็นผู้ป่วยยืนยันสะสมตั้งแต่ปี 2563 จำนวน 3,553,720 ราย หายป่วย 25,753 ราย โดยผู้หายป่วยสะสมตั้งแต่ปี 2563 จำนวน 3,278,103 ราย ส่วนยอดการตรวจ ATK รายงานวันที่ 28 มีนาคม เวลา 07.31 น. ตามข้อมูลกระทรวงสาธารณสุข พบติดเชื้อเข้าข่าย หรือ ATK เป็นบวกอีก 14,200 ราย ส่วนยอดผลบวกสะสมอยู่ที่ 1,029,783 ราย ซึ่งจำนวนนี้ไม่รวมในการรายงานยอดผู้ติดเชื้อใหม่ซึ่งยืนยันผลด้วย RT-PCR

ตายอีก81คน-โคมาพุ่ง1,718

ส่วนผู้เสียชีวิต 81 ราย เสียชีวิตสะสมตั้งแต่ปี 2563 จำนวน 24,880 ราย ผู้ป่วยรักษาอยู่ 250,737 ราย แบ่งเป็น อยู่ในโรงพยาบาล 62,274 ราย และโรงพยาบาลสนามอื่นๆ 188,463 ราย มีอาการหนัก 1,718 ราย และใส่เครื่องช่วยหายใจ 675 ราย

ศบค.ยังรายงานด้วยว่า ในส่วนผู้เสียชีวิต 81 รายนั้น อยู่ในกรุงเทพมหานคร (กทม.) 11 ราย สมุทรสาคร 6 ราย สมุทรปราการ 2 ราย นครปฐม 2 ราย สกลนคร 3 ราย สุรินทร์ 2 ราย ศรีสะเกษ 2 ราย ร้อยเอ็ด 1 ราย นครราชสีมา 1 ราย อุดรธานี 1 ราย หนองคาย 1 ราย อำนาจเจริญ 1 ราย สุโขทัย 4 ราย พิษณุโลก 3 ราย เชียงราย 2 ราย ลำปาง 1 กำแพงเพชร 1 ราย นครศรีธรรมราช 4 ราย สุราษฎร์ธานี 2 ราย สตูล 2 ราย ปัตตานี 2 ราย ภูเก็ต 1 ราย กระบี่ 1 ราย พังงา 1 ราย ตรัง 1 ราย พัทลุง 1 ราย ยะลา 1 ราย ราชบุรี 4 ราย พระนครศรีอยุธยา 3 ราย สระแก้ว 3 ราย นครสวรรค์ 2 ราย อุทัยธานี 1 ราย สมุทรสงคราม 1 ราย สระบุรี 1 ราย ชลบุรี 1 ราย ตราด 1 ราย กาญจนบุรี 1 ราย สุพรรณบุรี 1 ราย และเพชรบุรี 1 ราย จำแนกเป็นเพศ เป็น ชาย 46 ราย และหญิง 35 ราย แบ่งเป็นอายุ 60 ปีขึ้นไป 56 ราย ต่ำกว่า 60 ปีมีโรคเรื้อรัง 20 ราย และไม่มีประวัติโรคเรื้อรัง 5 ราย

กทม.-ชล-นครฯยืนหลักพันต่อเนื่อง

จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ 10 อันดับแรก อันดับ 1 ยังคงเป็นกรุงเทพมหานคร 3,248 ราย อันดับ 2ชลบุรี 1,390 ราย อันดับ3 นครศรีธรรมราช 1,328 ราย อันดับ 4 สงขลา 973 ราย อันดับ 5 สมุทรสาคร 872 ราย อันดับ 6 สมุทรปราการ 865 ราย อันดับ 7 นครปฐม 676 ราย อันดับ 8 นนทบุรี 539 ราย อันดับ 9ฉะเชิงเทรา 526 ราย และอันดับ 10 ระยอง และอุบลราชธานี 514 ราย

ฉีดวัคซีนสะสม128.7ล้านโดส

ศบค.ยังรายงานความคืบหน้าการฉีดวัคซีนเมื่อวันที่ 27 มีนาคมที่ผ่านมาว่า มีผู้ได้รับวัคซีนรวม 110,982 ราย สะสมตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 จำนวน 128,760,443 โดส แบ่งเป็นเข็มที่หนึ่งเพิ่มขึ้น 29,347 ราย สะสม 55,321,487 ราย คิดเป็น 79.5 % ของจำนวนประชากร เข็มที่สองเพิ่มขึ้น 11,195 ราย สะสม 50,247,181 ราย คิดเป็น 72.2% ของจำนวนประชากร เข็มที่สามเพิ่มขึ้น 70,440 ราย สะสม 23,191,775 ราย คิดเป็น 33.3% ของจำนวนประชากร

ย้ำเข้มมาตรการส่วนบุคคลรับสงกรานต์

ที่กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขให้สัมภาษณ์ถึงมาตรการรองรับเทศกาลสงกรานต์ว่า ยังเน้นมาตรการส่วนบุคคล โดยประชาชนที่จะเดินทางช่วงสงกรานต์ ให้ Self-Clean up ตัวเองให้ห่างจากความเสี่ยง แนะนำให้เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน เพื่อเดินทางกลับบ้านจะได้ไม่นำของฝากกลับไปด้วย ทั้งนี้ ตนต้องทำเช่นนี้ เพื่อลดความเสี่ยงก่อนเดินทางพบผู้สูงอายุ ที่สำคัญคือ วัคซีนเข็มกระตุ้น หากใครรับเข็ม 3 นานมากกว่า 3 เดือนให้ไปรับเข็ม 4 ได้เลย วันนี้ตนรับเข็ม 4 ครึ่ง เป็นชนิด mRNA เพราะก่อนหน้านี้รับเข็ม 4 มาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2564 ที่ผ่านมา จึงต้องรับเพิ่มอีกครึ่งโดส การฉีดวัคซีนป้องกันตัวเอง ก็ป้องกันคนอื่นด้วย

ขอปชช.อดทนอีกปีงดเล่นสาดน้ำ

ผู้สื่อข่าวถามถึงการคาดการณ์ตัวเลขติดเชื้อหลังสงกรานต์ที่หากเราไม่มีมาตรการใดเลย ก็อาจติดเชื้อหลักแสนรายได้ จะกระทบแผนปรับเป็นโรคประจำถิ่นหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า การทำโควิดเป็นโรคประจำถิ่น มีหลายปัจจัย ไม่ใช่เพียงการติดเชื้ออย่างเดียว ต้องมีความพร้อมด้านสาธารณสุข จำนวนผู้เสียชีวิต จำนวนการครองเตียง และผู้ใช้ท่อช่วยหายใจ ทั้งนี้ ถ้าติดเชื้อหลักแสนราย แน่นอนว่าควบคุมได้ยากแต่ต้องควบคุมไม่ให้เกิดอาการหนัก รักษาหายในเวลาอันสั้น มีระบบสาธารณสุขรองรับ ขณะนี้ความเป็นปกติเพิ่มมากขึ้น สำหรับมาตรการที่ผ่อนคลายได้ กรมควบคุมโรคก็ผ่อนอยู่แล้ว และต้องจัดหาบุคลากรเพื่อควบคุมสถานการณ์หลังผ่อนคลาย ดังนั้น หากตรงไหนที่พอทำได้ เราก็คลายน็อต แต่ถ้าเสี่ยงสูงเราก็ต้องขันน็อต ส่วนที่มีข้อเสนอให้เล่นสาดน้ำบริเวณถนนข้าวสารนั้น ตนติดว่าเรายังจำเป็นในการลดความเสี่ยงหลายด้าน โควิดไปกับคน ติดได้จากการสัมผัส ใช้ภาระร่วมกัน ดังนั้น การสาดน้ำที่ต้องมีการสนุกสนาน ก็เป็นความเสี่ยง อย่างไรก็ตาม มาตรการสงกรานต์ปีนี้เราไม่ได้ปิด ยังสามารถพบปะกันได้

“ขอให้อดทนซักปี เรากำลังเดินเข้าสู่โรคประจำถิ่น ที่ไม่ใช่การประกาศไปอย่างเดียวแต่ต้องได้รับความร่วมมือจากประชาชนด้วย เราตั้งใจจะเข้าสู่โรคประจำถิ่นก็พยายามอย่าไปเพิ่มความเสี่ยงในปัจจัยอื่น แล้วเมื่อเป็นโรคประจำถิ่นแล้วทุกอย่างก็จะคลี่คลายไปได้มากขึ้น” นายอนุทินกล่าว

ยันฟาวิพิราเวียร์มีพอไม่ขาดแคลน

และยืนยันว่า ยาฟาวิพิราเวียร์มีเพียงพอ ไม่ได้ขาดแคลนตามที่ชมรมแพทย์ชนบทอ้างถึง โดยหน้าที่กระจายยาเป็นของจังหวัด ทั้งนี้ ปลัดกระทรวงสาธารณสุขได้รายงานการบริหารและการจ่ายยามาตลอด ขณะเดียวกันให้องค์การเภสัชกรรม (อภ.) สำรองหาสารตั้งต้นผลิตยาฟาวิพิราเวียร์ในประเทศด้วย พร้อมจัดหายาตัวอื่น เช่น แพล็กซ์โลวิด ยาโมลนูพิราเวียร์ เรมดีสซีเวียร์

ติดโควิดซ้ำอาจภูมิต้านทานมีปัญหา

ด้านนพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงการติดเชื้อโควิด-19 ซ้ำ 2 ครั้งในระยะเวลา 1 เดือนว่า การติดเชื้อโควิดที่ต่างสายพันธุ์กันสามารถติดเชื้อซ้ำได้ เช่น คนที่หายจากโควิดสายพันธุ์เดลตา สามารถติดสายพันธุ์โอมิครอนซ้ำได้ ส่วนกรณีสายพันธุ์โอมิครอน สายพันธุ์ย่อย BA.1 กับ BA.2 ยังเป็นความรู้ใหม่ ต้องติดตามรายละเอียดข้อเท็จจริงอีกครั้ง แต่ตามหลักแล้วมีโอกาส แต่จะ 1 ในแสนประชากรหรือ 1 ในล้านประชากร ต้องดูข้อมูลประกอบ รวมถึงดูระยะเวลาด้วย เนื่องจากเมื่อติดเชื้อแล้วจะมีภูมิต้านทานต่อเชื้อ ส่วนใหญ่จะไม่ติดซ้ำในระยะเวลาสั้นๆ เว้นแต่คนที่มีปัญหาเรื่องการสร้างภูมิต้านทานของร่างกาย ขณะนี้ข้อมูลผู้ติดเชื้อซ้ำในBA.1 และ BA.2 ระยะสั้น ๆ ยังมีน้อยมาก ดังนั้น ข้อมูลไม่มากพอที่จะบอกได้ว่ามีอาการรุนแรงมากขึ้นหรือไม่ อย่างไร ต้องดูประวัติของผู้ติดเชื้อ เพื่อเก็บข้อมูลต่อ

“โอมิครอนเชื้อส่วนใหญ่อยู่ในทางเดินหายใจส่วนต้น เชื้อจะออกมาจากการ ไอ จาม พูด มากกว่าเดลตาที่ลงปอดได้มากกว่า จึงเป็นที่มาว่าโอมิครอนแพร่เร็ว ระยะฟักตัวสั้น รวมถึงหลายคนไม่มีอาการ จะแพร่เชื้อได้เร็ว แต่ส่วนใหญ่อาการน้อย โดยเฉพาะคนฉีดวัคซีนแล้ว อาการเพียงระคายคอ ไม่มีไข้ แต่สำหรับคนสูงอายุจะรุนแรงกว่า โดยเฉพาะคนไม่ฉีดวัคซีน เราจึงเชิญชวนกลุ่ม 608 มารับวัคซีน” นพ.โอภาส กล่าว

แนะSelf-clean upก่อนกลับสงกรานต์

ผู้สื่อข่าวถามว่า หลายคนมองตัวเองหายติดเชื้อแล้ว จะไม่ติดเชื้อซ้ำอีก ทำให้ประมาท นพ.โอภาส กล่าวว่า สำหรับคนที่มีประวัติติดเชื้อแล้ว ขอให้ยังระวังตัวเองต่อเนื่อง สวมหน้ากากอนามัย ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคครอบจักรวาล (Universal Prevention) ความเสี่ยงคือ การพบคนไม่ได้สวมหน้ากากอนามัย โดยเฉพาะการรับประทานอาหาร ขอให้ปฏิบัติตามแนวทาง Self-clean up ด้วยการงดไปสถานที่เสี่ยงก่อนเดินทางกลับบ้านช่วงสงกรานต์ รวมถึงการฉีดวัคซีนกระตุ้น โดยเฉพาะคนสูงอายุ

ส่วนเกณฑ์แบ่งค่า CT จากการตรวจ RT-PCR ว่าค่ามากหรือน้อยนั้น นพ.โอภาส กล่าวว่า ค่า CT ขึ้นอยู่กับห้องปฎิบัติการที่ตรวจเชื้อ RT-PCR ส่วนจะบอกว่าเป็นเชื้อมีชีวิต หรือซากเชื้อ ต้องดูเรื่องอาการและข้อมูลผู้ป่วยประกอบด้วย แต่หากค่า CT สูงๆ เช่น 35 ขึ้นไป แปลว่ามีเชื้อน้อย แต่ต้องดูอาการและประวัติ ฉะนั้นการวินิจฉัยว่าติดเชื้อหรือไม่ ไม่ได้ดูเพียงผลแล็บอย่างเดียว ต้องดูประวัติ ค่า CT ว่าสูงหรือต่ำ หากค่าสูงมากร่วมกับไม่มีอาการ แปลความได้ว่าเป็นซากเชื้อ ทั้งนี้ การแปลความตรงนี้ต้องระวัง

ยันงดสาดน้ำประแป้ง-ลุ้นได้นั่งดริงก์

ขณะที่นพ.สุทัศน์ โชตนะพันธ์ ผู้อำนวยการสถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง (สปคม.) กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงกรณีมีผู้ประกอบการเรียกร้องให้ผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 ช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยเปิดให้เล่นสาดน้ำภายใต้มาตรการควบคุมป้องกันโรคในบางพื้นที่ อย่างถนนข้าวสาร กรุงเทพมหานคร หรือในจังหวัดท่องเที่ยว ว่า ที่ประชุม ศปก.ศบค.วันนี้ ได้วางแนวทางภาพใหญ่ออกมา ส่วนของกรุงเทพฯนั้น วันที่ 29 มีนาคมจะประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานคร เพื่อนำแนวทางนั้น มาปรับใช้ และออกเป็นมาตรการ เบื้องต้นการจัดกิจกรรมสงกรานต์ทำได้ แต่งดสาดน้ำ ประแป้ง

“มาตรการยังไม่สะเด็ดน้ำ แต่แนวโน้มจะผ่อนคลายมากขึ้น แต่ยังห้ามเล่นน้ำอยู่ ขณะที่การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยังไม่ได้หารือกัน แต่แนวโน้มน่าจะผ่อนคลายมากขึ้น ทั้งนี้ การอยู่รวมกลุ่ม ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ถือเป็นความเสี่ยง อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มีหลายความคิดเห็น ทั้งที่อยากให้ดื่ม ทั้งที่ไม่อยากให้ดื่ม แต่คาดว่าสุดท้ายออกมาจะให้บริโภคได้ในสถานบริการที่ได้รับรองมาตรฐาน SHA Plus รวมถึงกำหนดเวลา แต่การรวมกลุ่มตั้งวง อาจยังไม่แนะนำ” นพ.สุทัศน์ กล่าว

กทม.ส่วนใหญ่ป่วยสีเขียวครองเตียง40%

นพ.สุทัศน์ยังเปิดเผยข้อมูลผู้ติดเชื้อโควิดเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ล่าสุดวันที่ 27 มีนาคมว่า มีผู้ติดเชื้อใหม่ 2,792 ราย และแนวโน้มยังคงพบการระบาดต่อเนื่อง ส่วนใหญ่ติดจากการสัมผัสผู้ป่วยติดเชื้อ ติดจากแหล่งชุมชน การมีกิจกรรมร่วมกัน สังสรรค์ รับประทานอาหารร่วมกัน ทำให้ผู้ติดเชื้อกระจายไปทุกเขตของกรุงเทพฯ และกระจายทุกกลุ่มอายุ แต่ผู้เสียชีวิตจำนวนไม่ได้มากขึ้น เฉลี่ย 8-12 รายต่อวัน

“สำหรับสถานการณ์โควิด-19 ในกรุงเทพฯ ผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่ไม่มีอาการ จัดอยู่ในกลุ่มสีเขียว กลุ่มสีเหลือง และสีแดง มีน้อยมากๆ อัตราครองเตียงปัจจุบัน ร้อยละ 30-40 เป็นสีเขียว อย่างไรก็ตาม ต้องเน้นย้ำว่าผู้ติดเชื้อที่อาการน้อยสามารถรักษาตามอาการได้ พักอยู่ที่บ้านหรือชุมชน (Home and Community Isolation)ได้ บางรายไม่จำเป็นต้องใช้ยาต้านไวรัส เช่น ยาฟาวิพิราเวียร์ ก็สามารถหายเอง ต้องย้ำข้อระวังในการใช้ยาในผู้อาการน้อย อาจเกิดภาวะดื้อยาได้” นพ.สุทัศน์กล่าว

เกือบ65%ติดโควิดดับไม่ได้วัคซีน

และว่า เมื่อดูประวัติได้รับวัคซีนของผู้เสียชีวิต จากการติดเชื้อระลอกที่ 5 ในกรุงเทพฯ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-27 มีนาคม 2565 จากผู้เสียชีวิต 419 ราย ร้อยละ 64.9 ไม่ได้รับวัคซีน สาเหตุที่ไม่รับวัคซีน ส่วนใหญ่ ร้อยละ 53 คือ ญาติปฏิเสธ เนื่องจากผู้ป่วยมีโรคประจำตัว ร้อยละ 31 ไม่ประสงค์รับวัคซีน ร้อยละ 16 ไม่สะดวกรับเพราะติดบ้าน-ติดเตียง แม้พื้นที่กรุงเทพฯจะบริการเข็มที่ 1 และเข็มที่ 2 ได้เกิน 100% แล้ว แต่ยังมีปัญหาเรื่องเข็มกระตุ้น เข็มที่ 3 บริการไปเพียงร้อยละ 61.98 และเข็มที่ 4 บริการไปเพียงร้อยละ 9.23 จึงขอให้ประชาชนในกรุงเทพฯ โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงมีโรคประจำตัว สูงวัย ให้รับเข็มกระตุ้นเมื่อถึงเวลา โดยเข้าไปขอรับได้ทันทีที่สถานพยาบาลทุกแห่ง หรือศูนย์ฉีดใหญ่ 6 ศูนย์คือ ธัญญาพาร์ค เซ็นทรัลพระราม 3 เซ็นทรัลปิ่นเกล้า เซ็นทรัลอีสวิลล์ โรบินสันลาดกระบัง ศูนย์ฉีดวัคซีน ณ อาคารกีฬาเวสน์ 1 สามารถไปรับบริการได้ ทั้งจองคิวก่อนผ่านแอพพลิเคชั่น QueQ หรือวอล์กอินรับได้ทันทีในจุดที่สะดวก ยกเว้นกรณีกลุ่มเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี ขอให้ไปรับเฉพาะที่อาคารกีฬาเวสน์ 1 ส่วนกลุ่มผู้สูงอายุ ติดบ้านติดเตียง กรมควบคุมโรคได้มีการจัดหน่วยเคลื่อนที่เร็วออกให้บริการบริการ

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top