‘MUT’จับมือสมาคมอาชีวะเอกชน พัฒนาหลักสูตรรับ‘ยานยนต์ไฟฟ้า’

‘MUT’จับมือสมาคมอาชีวะเอกชน พัฒนาหลักสูตรรับ‘ยานยนต์ไฟฟ้า’

วันจันทร์ ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.
Tag :

เมื่อเร็วๆ นี้ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร (MUT) ร่วมกับ สมาคมวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย (PVET) ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จัดทำบันทึกข้อตกลงร่วม (MOU) “โครงการพัฒนาระบบนวัตกรรม เพื่อร่วมกันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการศึกษาด้านเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า (EV)” ให้กับวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษาเอกชนทั่วประเทศ เพื่อเตรียมความพร้อมของบุคลากรในอนาคต ให้มีความล้ำหน้า ก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก

ผศ.ดร.ภานวีย์ โภไคยอุดม อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร กล่าวว่าความร่วมมือในครั้งนี้เป็นการเสริมสร้างความแข็งแกร่งร่วมกันของทั้งสองฝ่ายในการสนับสนุนและส่งเสริมการศึกษาโดยเฉพาะการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีด้านยานยนต์ไฟฟ้า รวมถึงการออกแบบและพัฒนารถไฟฟ้า ทั้งรถไฟฟ้าขนาดเล็กและรถไฟฟ้าขนาดกลางเพื่อการเรียนการสอน


โดยมุ่งเน้นส่งเสริมศักยภาพให้กับนักเรียนในเครือข่ายสมาคมวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทยทั่วประเทศ ให้มีทักษะในการปฏิบัติงานจริง เมื่อผ่านการฝึกจากชุดฝึกของโครงการ ซึ่งออกแบบให้เหมาะสม มั่นใจ และสามารถยกระดับเยาวชนอาชีวศึกษาให้มีความรู้ความสามารถด้านเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าที่พร้อมก้าวไกลสู่ระดับโลก

ซึ่งที่ผ่านมาแนวทางการเรียนการสอนแบบเน้นประสบการณ์ ของ ม.เทคโนโลยีมหานคร มุ่งเน้นพัฒนาผู้เรียนให้เรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem-Based Learning : PBL) คือ การนำปัญหาที่นักศึกษาอาจพบเจอในอนาคตมาฝึกให้นักศึกษาหัดแก้ปัญหาตั้งแต่ยังเรียนอยู่ เสมือนเป็นการเตรียมพร้อมก่อนออกไปสู่การทำงานจริงหลังจากจบการศึกษาแล้ว ดังนั้น ในระหว่างการฝึกหัดแก้ปัญหานักศึกษาย่อมเกิดกระบวนการเรียนรู้ขึ้นได้ด้วยตนเอง

เช่น การทำความเข้าใจปัญหาที่เกิดขึ้น การกำหนดประเด็นปัญหา การระดมสมองเพื่อหาทางแก้ไขปัญหา การช่วยกันออกแบบ การทำต้นแบบ การนำต้นแบบมาทดสอบเสมือนกับการใช้งานจริง โดยการวิจัยและพัฒนาออกแบบชุดฝึกครั้งนี้ทางทีมนักวิจัยได้พัฒนาทั้งด้าน Hardware (ฮาร์ดแวร์) และ Software (ซอฟต์แวร์) รวมถึงวิธีการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีด้านยานยนต์ไฟฟ้าให้กับบุคลากร อาจารย์ผู้สอนให้เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของเด็กในยุคปัจจุบันมากที่สุด

ด้าน ดร.ประเสริฐ กลิ่นชู นายกสมาคมวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทยฯ กล่าวว่า ด้วยความสัมพันธ์อันดีระหว่างสมาคม และ ม.เทคโนโลยีมหานคร ที่มีมาอย่างยาวนาน และความเชื่อมั่นในศักยภาพของ ม.มหานครที่เป็น ม.เอกชนอันดับหนึ่งด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม การร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงในครั้งนี้ จึงเป็นแความร่วมมือที่เข้มแข็งและร่วมดำเนินการที่ชัดเจนตามวัตถุประสงค์ร่วมกัน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการพัฒนาการศึกษาทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติให้กับนักศึกษาในเครือข่ายสมาคมที่มีมากกว่า 400 แห่งทั่วประเทศให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ทั้งยังเป็นการสร้างโอกาสในการพัฒนาทักษะบุคลากรของทั้งสองฝ่าย ด้วยความพร้อมของ ม.เทคโนโลยีมหานคร ทั้งในเรื่องของสถานที่ อุปกรณ์ คณาจารย์และบุคลากรที่ความเชี่ยวชาญ ทางสมาคมเล็งเห็นว่านี่เป็นโอกาสอันดีอย่างยิ่งสำหรับ นักศึกษาที่เรียนในสาขาวิชาช่างยนต์จะได้พัฒนาความรู้และทักษะด้านยานยนต์ไฟฟ้า ให้เกิดความมั่นใจและสามารถนำความรู้ที่เรียนมาไปต่อยอดและใช้งานได้จริงในทางปฏิบัติ

จากนโยบายรัฐบาลที่มีความชัดเจนในการขับเคลื่อนและส่งเสริมให้มีการใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV) มากขึ้น จะเห็นได้ว่าอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วภายในระยะเวลาไม่ถึง 1 ปี มีการลงทุนจากต่างประเทศในไทยมากขึ้นทั้งด้านผลิตรถยนต์ ผลิตแบตเตอรี่ ชิ้นส่วนรถยนต์ไฟฟ้า ฯลฯ ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการส่งออกสินค้ายานยนต์ของไทยและช่วยในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศอีกด้วย

ดังนั้น นักเรียนที่จบระดับ ม.3 หรือ ม.6ที่อยากจะเรียนต่อสายอาชีพ และนักศึกษาที่จบการศึกษาสายอาชีพ ระดับปวช. หรือ ปวส. รวมถึงผู้ปกครอง สามารถมั่นใจได้ว่าการเลือกเรียนสายอาชีวศึกษาในสาขายานยนต์ไฟฟ้านี้ จะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ เมื่อเรียนจบมาแล้วมีงานรองรับเป็นบุคลากรที่มีคุณภาพและเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานในอนาคตอย่างแน่นอน ในขณะเดียวกันเมื่อนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ ด้านยานยนต์ไฟฟ้าเข้ามามีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนแปลงโลก หลายประเทศหันมาให้ความสำคัญในการใช้พลังงานสะอาดมากขึ้น

ทั้ง ม.เทคโนโลยีมหานครและสมาคมเองนอกจากจะมุ่งเน้นพัฒนาด้านการศึกษา เทคโนโลยีและนวัตกรรมแล้ว เรายังตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ซึ่งแน่นอนว่า การสร้างจิตสำนึกให้นักเรียนนักศึกษาและการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมทั้งในทางตรงและทางอ้อม รวมถึงการที่ผู้คนหันมาใช้รถพลังงานสะอาดมากขึ้น นอกจากช่วยลดปัญหามลภาวะเป็นพิษทางอากาศแล้ว จะช่วยให้เกิดความสมดุลแห่งชีวิตของคนในสังคมเพื่อการพัฒนาสิ่งแวดล้อม

และนำไปสู่การแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นต่อไป!!!

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top