วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2569
มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย สถาบันการศึกษาในระดับอุดมศึกษาชั้นแนวหน้าด้านธุรกิจและอุตสาหกรรมบริการ ร่วมกับ โรงเรียนสอนวิชาชีพความงามและสุขภาพสปาชีวาศรม ยกระดับคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พัฒนาหลักสูตร “บูรณาการส่งเสริมสุขภาพและความงาม (Integrated Wellness and Beauty)”มุ่งสร้างบัณฑิตพร้อมเติบโตในตลาดแรงงานธุรกิจเพื่อสุขภาพและความงาม
ทั้งในฐานะผู้ประกอบการ และนักวิชาชีพด้านการบำบัด (Therapist) ด้วยการบูรณาการองค์ความรู้ที่แข็งแกร่งครอบคลุม 360 องศา ให้บัณฑิตก้าวสู่การเป็นผู้ขับเคลื่อนธุรกิจและอุตสาหกรรมบริการที่เต็มเปี่ยมไปด้วยนวัตกรรม พร้อมคาดการณ์สถานการณ์อุตสาหกรรมสปาทั่วโลกจะฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว สวนกระแสภาวะวิกฤตโควิด-19 ภายในปี 2568
รศ.ดร.พิชญอร ไหมสุทธิสกุล อาจารย์ประจำหลักสูตรบูรณาการส่งเสริมสุขภาพและความงาม คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงความเป็นมาของการร่วมมือพัฒนาหลักสูตรระหว่างสองสถาบันว่า ด้วยศักยภาพดั้งเดิมของคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เราเชื่อมั่นว่าหลักสูตรนี้สามารถเติมเต็มองค์ความรู้แก่ผู้เรียนทางด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ เวชศาสตร์เพื่อสุขภาพและความงามที่ยั่งยืน ตลอดจนวิทยาศาสตร์การผลิตผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องสำอางเพื่อสุขภาพและความงาม
ซึ่งผู้เรียนจะได้รับประสบการณ์เสมือนประกอบอาชีพหรือธุรกิจจริง อย่างเช่นการฝึกงานกับภาคธุรกิจซึ่งเป็นเครือข่ายสมาชิกของหอการค้าไทย ตลอดจนการทดลองพัฒนาผลิตภัณฑ์ ซึ่งประกอบด้วยองค์ความรู้ด้านเคมีภัณฑ์ และธุรกิจ การตลาดโดยผู้เรียนสามารถนำไปประกอบอาชีพและสร้างธุรกิจได้จริง ประกอบกับทางส่วนของโรงเรียนสอนวิชาชีพความงามและสุขภาพสปาชีวาศรมนั้น มีหลักสูตรและบุคลากรที่พร้อมถ่ายทอดศาสตร์ด้านสุขภาพและความงามเพื่อพัฒนาผู้เรียนสู่วิชาชีพผู้ให้บริการด้านสุขภาพและความงาม
และด้วยทางมหาวิทยาลัยฯ เล็งเห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาวิชาชีพทางwellness ที่สร้างความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจได้อย่างมหาศาล และมีโอกาสเติบโตได้ก้าวไกลถึงระดับสากล จึงเกิดเป็นความร่วมมือระหว่างคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ที่มีชื่อเสียงในด้านการสร้างผู้ประกอบการ และโรงเรียนสอนวิชาชีพความงามและสุขภาพสปาชีวาศรม หรือชีวาศรมอคาเดมี่ ซึ่งเป็นผู้ประกอบการด้านการดูแลสุขภาพองค์รวม ที่ได้รับการยอมรับ และการันตีคุณภาพจากหลากหลายสถาบันด้วยรางวัลระดับ World Class ในการร่วมกันพัฒนาหลักสูตรบูรณาการส่งเสริมสุขภาพและความงาม (Integrated Wellness and Beauty)”
ด้าน ผศ.ดร.เสาวนีย์ เอี้ยวสกุลรัตน์อาจารย์ประจำหลักสูตรบูรณาการส่งเสริมสุขภาพและความงาม คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวเสริมว่า หลักสูตรบูรณาการส่งเสริมสุขภาพและความงาม (Integrated Wellness and Beauty) เป็นหลักสูตรปริญญาตรีประเภทวิชาชีพ ซึ่งสามารถใช้เวลาสำเร็จการศึกษาได้ภายใน 3 ปีครึ่ง
โดยผู้เรียนจะได้รับองค์ความรู้ทั้งจากคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และโรงเรียนสอนวิชาชีพและสุขภาพสปาชีวาศรม ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านวิชาชีพบริการในธุรกิจเพื่อสุขภาพและความงามเทียบเท่าระดับสากล เมื่อสำเร็จการศึกษา ผู้เรียนจะได้รับประกาศนียบัตรเพื่อประกอบอาชีพ ดังนี้1.ใบประกาศนียบัตรหลักสูตรการนวดสวีดิช 150 ชั่วโมง จากกระทรวงสาธารณสุข
2.ใบประกาศนียบัตรหลักสูตรนวดฝ่าเท้าเพื่อสุขภาพ 60 ชั่วโมง จากกระทรวงสาธารณสุข 3.สิทธิ์ยื่นสอบประเมินความรู้ผู้ดำเนินการสปา (Spa Manager) และ 4.สิทธิ์ยื่นสอบประเมินความรู้และทักษะทางวิชาชีพระดับสากล Confederation of International Beauty Therapy and Cosmetology (CIBTAC) : Anatomy and Physiology, Body massage, Diet and Nutrition
อย่างไรก็ดี แม้ภาวะวิกฤตโควิด-19จะส่งผลกระทบกับภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมทั่วโลก ซึ่งอุตสาหกรรมสปาก็เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบเช่นกัน จากปี 2560 ถึง 2562 อุตสาหกรรมสปาเติบโตอย่างรวดเร็วในอัตรา 8.7% ต่อปี และมีรายได้ถึง 111 พันล้านดอลลาร์สหรัฐจากสปา 165,714 แห่ง โดยเพิ่มขึ้นอย่างมากในธุรกิจโรงแรม และรีสอร์ทสปา (จาก 48,248 แห่ง เป็น 60,873 แห่ง)
จนกระทั่งเข้าสู่ปี 2563 สปาซึ่งนับเป็นบริการที่มีการสัมผัสใกล้ชิดระหว่างผู้ให้บริการและผู้รับบริการ จึงได้รับผลกระทบอย่างหนัก และมีรายได้ลดลง 39%คิดเป็นตัวเลข 69 พันล้านดอลลาร์สหรัฐและสถานประกอบการสปาลดลงเหลือ 160,1000 แห่ง โดยมีธุรกิจสปาที่ปิดตัวเลงกว่า 4,000 แห่ง แต่จากการคาดการณ์ของ Global Wellness Institute (GWI) พบว่าอุตสาหกรรมสปามีโอกาสพื้นตัวอย่างรวดเร็ว โดยตลาดเติบโตขึ้น 17% ต่อปี จนถึงปี 2568 และมีรายได้เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวถึง 150.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
อาจารย์สิริรัตน์ ไชคำพา หัวหน้าผู้สอนโรงเรียนสอนวิชาชีพความงามและสุขภาพชีวาศรม กล่าวเสริมว่าในสถานการณ์ที่ทั่วโลกเริ่มมีการปรับตัวด้วยมาตรการการรับมือกับวิกฤตโควิด-19ที่แข็งแกร่ง ทำให้อุตสาหกรรมสปาที่เคยได้รับผลกระทบกลับมาฟื้นตัว บุคลากรที่หันไปประกอบอาชีพอื่นหลังจากได้รับผลกระทบก็กำลังกลับเข้ามาในอุตสาหกรรมสปาใหม่อีกครั้ง เพื่อเตรียมตัวต้อนรับนักท่องเที่ยวที่กำลังจะเดินทางกลับเข้ามาใช้บริการอย่างมั่นใจ เวลานี้คือเวลาสำคัญที่เราต้องเริ่มพิจารณาว่าหากอุปสงค์ในฝั่งผู้ใช้บริการกลับมามีปริมาณที่มากขึ้น
จากนี้ไปอุตสาหกรรมสปาก็มีความต้องการบุคลากรที่จะเข้ามารองรับความต้องการของผู้ใช้บริการ และเป็นบุคลากรที่มีคุณภาพเพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่นักท่องเที่ยวและผู้ใช้บริการ สำหรับหลักสูตรบูรณาการส่งเสริมสุขภาพและความงาม (Integrated Wellness and Beauty)โดยความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และชีวาศรมอคาเดมี่ เป็นหลักสูตรที่พร้อมสร้างและพัฒนาบุคลากรรุ่นใหม่ที่จะเสริมกำลังของบุคลากรในตลาดแรงงานของอุตสาหกรรมเพื่อความงาม และสุขภาพ ในอนาคต
เป็นหลักสูตรที่เหมาะสำหรับผู้ที่มีไลฟ์สไตล์ชื่นชอบเรื่องการดูแลความงาม และพัฒนาบุคลิกภาพ ตลอดจนเป็นผู้ที่ใส่ใจเรื่องการดูแลสุขภาพอยู่เสมอ และพร้อมที่จะแบ่งปันหรือดูแลผู้อื่นให้สุขภาพดี และมีความสุขเช่นเดียวกัน สามารถสื่อสารได้ดีและมีทักษะทางภาษาต่างประเทศรักการเรียนรู้ มีความสนใจที่จะประกอบธุรกิจเกี่ยวกับสปาและธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง หรืออยากประกอบธุรกิจด้านผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงาม ในขณะที่ตัวหลักสูตรฯนั้นมีจุดเด่นที่น่าสนใจหลายประการ
โดยผู้เรียนสามารถมีรายได้ระหว่างเข้ารับการศึกษา พร้อมปฏิบัติงานจริงกับชีวาศรม ซึ่งเป็นมืออาชีพด้านธุรกิจสปา เป็นที่ยอมรับในระดับ World Class และจะได้รับใบประกาศนียบัตรซึ่งจะเป็นสิ่งที่ช่วยยืนยันด้านคุณวุฒิทางวิชาชีพ ซึ่งออกโดยกระทรวงสาธารณสุข สามารถทำงานในสถานประกอบการเพื่อสุขภาพได้อย่างถูกต้อง และสามารถยื่นคุณวุฒิเพื่อสอบ CIBTAC Certificate เพื่อไปประกอบอาชีพในต่างประเทศ
มีโอกาสประสบความสำเร็จในอาชีพด้วยรายได้ที่เติบโตอย่างรวดเร็วตามความนิยมของผู้ใช้บริการในแต่ละภูมิภาค และด้วยคุณลักษณะประการหนึ่งซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของคนไทยคือ ลักษณะนิสัยที่มีความโอบอ้อมอารี อ่อนน้อมถ่อมตน มีความใส่ใจในรายละเอียด ซึ่งเป็นคุณสมบัติอันพึงมีของผู้ที่จะทำงานด้านบริการ จึงสามารถกล่าวได้ว่า คนไทยเป็นชนชาติที่มีโอกาส และข้อได้เปรียบกว่ากลุ่มผู้ประกอบอาชีพเดียวกันในชนชาติอื่นๆ อย่างแน่นอน
สำหรับข้อมูลหลักสูตรบูรณาการส่งเสริมสุขภาพและความงาม (Integrated Wellness and Beauty) นั้นเป็นหลักสูตรบูรณาการส่งเสริมสุขภาพและความงาม โดยความร่วมมือระหว่างคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และโรงเรียนสอนวิชาชีพความงามและสุขภาพสปาชีวาศรม ประกอบด้วยกลุ่มวิชาที่น่าสนใจได้แก่ กลุ่มวิชาสุขภาพและความงาม อาทิ กายวิภาคศาสตร์และสรีรวิทยา, การนวดน้ำมันแบบสวีดิช, การนวดกล้ามเนื้อระดับลึก, การนวดกระชับสัดส่วน, การทำทรีทเมนต์ปรนนิบัติผิวหน้าและผิวกาย,
การนวดยกกระชับใบหน้า, การทำทรีตเมนต์อายุรเวทเบื้องต้น, การทำทรีตเมนต์ระบายน้ำเหลืองเบื้องต้น, โภชนาการและการประกอบอาหารเพื่อสุขภาพ การพัฒนาและการบริหารธุรกิจสปา และกลุ่มวิชาผลิตภัณฑ์ อาทิ การผลิตผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางเพื่อสุขภาพและความงาม, การผลิตผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อสุขภาพและความงาม, การตลาดดิจิทัลสำหรับผลิตภัณฑ์สุขภาพและความงาม,
การพัฒนาและการออกแบบผลิตภัณฑ์สุขภาพและความงาม, คอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อธุรกิจสุขภาพและความงาม, กฎหมายและมาตรฐานผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงาม โดยผู้สนใจสมัครเข้ารับการศึกษาในหลักสูตรฯ ต้องสำเร็จการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 6 หรือเทียบเท่า และต้องไม่มีปัญหาด้านสุขภาพอันจะเป็นอุปสรรคต่อการเรียน ค่าใช้จ่ายตลอดหลักสูตร 374,000 บาท (ผ่อนจ่าย 10 งวด)
โอกาสพิเศษสำหรับผู้ที่สนใจศึกษาต่อโรงเรียนสอนวิชาชีพความงามและสุขภาพสปาชีวาศรม พร้อมสนับสนุนทุนการศึกษาเต็มจำนวน โดยสามารถยื่นสมัครขอรับทุนได้ภายในวันที่ 30 พฤษภาคม2565 สามารถติดตามสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์รับสมัครนักศึกษา มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย อาคาร 24 ชั้น 2 โทร. 02-6976767 ในเวลาทำการ 09.00-16.00 น .https://www.utcc.ac.th Facebook page : มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย UTCC (https://www.facebook.com/utccsmart/) หรือ LINE @UTCC
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี