ปลัด ศธ.นั่งประธานแก้หนี้สินครู ชู 7 เรื่องด่วนเร่งขับเคลื่อน

ปลัด ศธ.นั่งประธานแก้หนี้สินครู ชู 7 เรื่องด่วนเร่งขับเคลื่อน

วันพุธ ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 12.46 น.

ปลัด ศธ.นั่งประธานแก้หนี้สินครู ชู 7 เรื่องด่วนเร่งขับเคลื่อน

15 มิ.ย.65 นายสุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ปลัด ศธ.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 13 มิ.ย.ที่ผ่านมา นายสุทธิชัย จรูญเนตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะประธานคณะกรรมการแก้ไขปัญหาหนี้สินข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้แจ้งต่อที่ประชุมคณะกรรมการฯ ว่า ได้ลาออกจากตำแหน่ง ที่ประชุมจึงได้เห็นชอบให้ตนในฐานะปลัด ศธ. ทำหน้าที่ประธานคณะกรรมการฯ เพื่อสานต่อ การขับเคลื่อนงานให้เกิดความต่อเนื่อง


ทั้งนี้ ที่ประชุมเห็นว่าปัญหาหนี้สินครู คนส่วนใหญ่มักด่วนสรุปว่าต้นตอของปัญหา อยู่ที่ตัวของครูที่ขาดวินัย ทางการเงิน ซึ่งก็อาจมีส่วนถูกอยู่บ้าง แต่เป็นเพียงส่วนเดียว ในทางกลับกันเจ้าหนี้ของครูที่ให้สินเชื่ออย่างไม่เป็นธรรม คิดดอกเบี้ยเงินกู้แพงกว่าการเป็นสินเชื่อสวัสดิการ ก็เป็นอีกส่วนสำคัญที่ทำให้ครูต้องตกอยู่ในวังวน ของปัญหาหนี้สิน

ปลัด ศธ. กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ศธ.ในฐานะนายจ้างของครู เป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่ไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบกับปัญหาที่เกิดขึ้น เพราะทำหน้าที่ตัดเงินเดือนนำส่งให้เจ้าหนี้ โดยไม่ได้ดูว่าครูมีเงินเดือนหลังจากหักจ่ายชำระหนี้แล้ว (Residual Income) เพียงพอในการดำรงชีพอย่างมีศักดิ์ศรีหรือไม่ เรื่องนี้ถือเป็นต้นตอที่ทำให้ครูต้องหันไปพึ่งพาหนี้นอกระบบ เมื่อขาดสภาพคล่อง ดังนั้น การแก้ไขปัญหาหนี้สินครูทั้งระบบให้เกิดประสิทธิผล จึงจำเป็นที่จะต้องมองในภาพรวมทั้ง 3 ส่วน ทั้งในส่วนของตัวครู ส่วนของเจ้าหนี้ครู และส่วนของนายจ้างหรือ ศธ. ซึ่งจะเป็นสื่อกลางให้สองส่วนแรก โดยจะมีเรื่องสำคัญที่ ศธ. จำเป็นต้องขับเคลื่อนให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมโดยเร็ว 7 เรื่อง ได้แก่

1. การปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ ให้สมกับเป็นสินเชื่อสวัสดิการ ตัดเงินเดือนของข้าราชการ   2. การทำให้ครูมีเงินเหลือใช้หลังจากชำระหนี้ ไม่น้อยกว่า 30% หรือไม่น้อยกว่าเดือนละ 9,000 บาท  3. การคุมยอดหนี้ที่ครูจะสามารถกู้ได้ ไม่ให้เกินศักยภาพที่จะชำระคืนได้ด้วยเงินเดือน โดยสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ซึ่งเป็นผู้ดูแลหน่วยตัดเงินเดือนครู จะเป็นจุดศูนย์กลางประสานช่วยครูแก้ไขหนี้สินก้อนต่าง ๆ  4. การปรับโครงสร้างหนี้ เพื่อให้เจ้าหนี้ทุกรายสามารถแบ่งเงินเดือน 70% ได้อย่างเพียงพอ โดยนายจ้างหรือ ศธ. จะเข้ามาเป็นคนกลางที่จะช่วยเจรจา เพราะมีอำนาจต่อรอง

5. การประกาศกำหนดกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการตัดเงินเดือน ซึ่งกำลังเร่งหาแนวทางการ กำหนดลำดับการตัดชำระหนี้ ให้มีการตัดเงินต้นก่อน เพื่อลดโอกาสที่ครูจะเป็นหนี้ไปจนตาย และกำหนด ลำดับการตัดชำระหนี้ เช่น ให้หักสวัสดิการ ช.พ.ค. และ ช.พ.ส. ในลำดับแรก ในกลุ่มเดียวกับการหักให้สหกรณ์ฯ 6. การแก้ปัญหากรณีครูผู้กู้และผู้ค้าประกันถูกฟ้องร้องดำเนินคดี โดย ศธ.จะเป็นตัวแทนครูขอศาลช่วยให้ความเป็นธรรมในการไกล่เกลี่ยคดีที่ครูถูกฟ้อง  7. การช่วยครูแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ

ปลัด ศธ.กล่าวด้วยว่า ปัจจุบัน ศธ.จัดตั้งสถานีแก้หนี้ครูทั่วประเทศแล้ว 558 สถานี คือ ระดับจังหวัด 77 แห่ง ระดับเขตพื้นที่การศึกษา 245 แห่ง และระดับส่วนกลาง เช่น สป./กศน./ก.ค.ศ./สอศ. 236 แห่ง เพื่อให้ สามารถรองรับครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ลงทะเบียนขอรับการช่วยเหลือแก้หนี้  จานวน 41,128 คน ได้อย่างครอบคลุม โดยขณะนี้สถานีแก้หนี้ทุกแห่ง กำลังวิเคราะห์ข้อมูล และติดต่อขอข้อมูลจากผู้ลงทะเบียน เพื่อรวบรวม วิเคราะห์ จัดทำข้อมูลการลงทะเบียนแก้ไขปัญหาหนี้สินครูฯ

“ศธ.จะประชาสัมพันธ์ผลการดำเนินงานของสถานีแก้หนี้ครู แนวทางการแก้หนี้ครูของสหกรณ์ออมทรัพย์ ครูต้นแบบทุกจังหวัด รวมทั้งแนวทางปฏิบัติที่สำคัญให้เพื่อนครูได้รับทราบเป็นระยะ ให้เชื่อมั่นว่าแนวทางดำเนินงานแก้หนี้สินครูทั้งระบบเกิดขึ้นได้จริง เพื่อให้หนี้สินของครูทั่วประเทศที่ยังปฏิบัติหน้าที่อยู่ 4 แสน คน และที่เกษียณอายุราชการแล้วอีก 5 แสนคน รวม 9 แสนคน รวมยอดหนี้สวัสดิการหักเงินเดือน ข้าราชการ 1.4 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นสหกรณ์ออมทรัพย์ครู 108 แห่ง ยอดหนี้ 9 แสนล้าน และสถาบัน การเงิน 3 แห่ง ธนาคารออมสิน/อาคารสงเคราะห์/กรุงไทย ยอดหนี้ 5 แสนล้านบาท ได้รับการแก้ไขตาม แนวทางดังกล่าว โดยมีหนี้เสียหรือเป็น NPLs ไม่เกิน 1-2% เท่านั้น”  ปลัด ศธ.กล่าว

-005

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top