‘ธรรมศาสตร์’คว้าแชมป์ระดับโลก  ออกแบบสิ่งแวดล้อม‘รังสิตโมเดล’

‘ธรรมศาสตร์’คว้าแชมป์ระดับโลก ออกแบบสิ่งแวดล้อม‘รังสิตโมเดล’

วันพฤหัสบดี ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.
Tag :

รศ.ดร.ชุมเขต แสวงเจริญ รองอธิการบดีฝ่ายบริหารศูนย์รังสิตด้านกายภาพ มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ กล่าวว่า “รังสิตโมเดล” เป็นผลงานของหน่วยวิจัยและออกแบบเพื่อคนทั้งมวล คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมือง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ  “The Winner of Universal Design Competition” ประจำปี 2565 ประเภท Expert จากสถาบัน Institute of Universal Design ประเทศเยอรมนี ในฐานะผลงานที่สร้างแรงขับเคลื่อนและเป็นประโยชน์ต่อคนทุกกลุ่มได้จริง โดยการแข่งขันดังกล่าวเป็นรายการแข่งขันที่มีมายาวนานกว่า 10 ปี และในปี 2565 มีตัวแทนประเทศเข้าร่วมกว่า 10 ประเทศ อาทิ เยอรมนี อังกฤษ จีน ญี่ปุ่น ฯลฯ

รศ.ดร.ชุมเขตกล่าวถึงจุดเริ่มต้นรังสิตโมเดลว่า เกิดมาจากงานบริการวิชาการสู่สังคมเมื่อปี 2550 โดยได้ลงพื้นที่เทศบาลนครรังสิตเพื่อดำเนินการปรับสภาพแวดล้อมเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ ด้วยแนวคิดที่ว่า พื้นที่ตั้งแต่ต้นทางไปจนถึงปลายทางจะต้องรองรับการใช้งานผู้คนได้ทุกกลุ่มจากนั้นได้นำแนวคิดเรื่องการออกแบบเพื่อคนทั้งมวล (Universal Design) เข้ามาประยุกต์ใช้ ทั้งในระดับนโยบายไปจนถึงการปฏิบัติจริงจนในปี 2555-2556 สามารถถอดบทเรียนจากแนวคิดดังกล่าวออกมาเป็นรังสิตโมเดล


“รังสิตโมเดล เป็นการออกแบบสภาพแวดล้อมเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบาง เช่น คนพิการ ผู้สูงอายุ  ผ่านแผน กลไก และการปฏิบัติด้านกายภาพ ตั้งแต่บ้านระบบขนส่งมวลชน ไปจนพื้นที่สาธารณะ ในพื้นที่เทศบาลนครรังสิตโดยเน้นกระบวนการการมีส่วนร่วมของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในชุมชนนั้นๆ ตั้งแต่การวิเคราะห์ปัญหา การออกแบบ การแก้ไข การก่อสร้าง ไปจนถึงการประเมินผลและผลตอบรับเพื่อนำไปปรับปรุงต่อช่วงกระบวนการมีส่วนร่วมจะทำให้คณะทำงานที่เกี่ยวข้องเข้าใจกลุ่มเป้าหมาย ไม่คิดแทน และทำให้เกิดความรู้สึกเป็นเจ้าของต่องานที่เกิดขึ้นส่งผลต่อการช่วยกันดูแลรักษาในระยะยาว”

ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลาการดำเนินการกว่า 15 ปี จากการคำนวณบทบาททางสถิติของรังสิตโมเดลและหน่วยวิจัยที่ผ่านมา พบว่ามีที่อยู่อาศัยที่ได้รับการปรับปรุงจำนวน 178 หลัง และการอบรมจากหน่วยวิจัยมีคนที่ได้ประโยชน์ไม่น้อยกว่า 1 แสนคน การออกแบบบ้านตัวอย่างอยู่ระหว่างการจดสิทธิบัตรอีกจำนวน 2 หลัง ผลกระทบต่อสังคมโดยสามารถประเมินผลตอบแทนทางสังคม (Social Return on Investment : SROI)  พบว่า การบูรณาการงบประมาณที่ได้ลงทุนไป1 บาท จะได้ผลตอบแทนทางสังคมกลับมา 10.04 บาท ตลอดจนการปรับพื้นที่สาธารณะ และการนำไปสู่การกำหนดเป็นนโยบายของเทศบาลนครรังสิต และถ่ายทอดรับไปปฏิบัติในองค์กรปกครองท้องถิ่นอื่นๆ ตลอดจนเผยแพร่ในระดับนานาชาติต่อไป

“เรื่องของสภาพแวดล้อมไม่ใช่แค่เรื่องของอาคารสถานที่ แต่เป็นเรื่องของคน เมื่อเราเข้าใจคน เราจะเข้าใจงาน นั่นคือวิธีการแก้ปัญหาขั้นแรก ซึ่งมิติของคนที่จะทำให้เขามีคุณภาพชีวิตที่ดีได้ต้องมีทั้งเรื่องของสุขภาพ เศรษฐกิจ สังคม และสภาพแวดล้อมเคลื่อนไปพร้อมกัน”รศ.ดร.ชุมเขตกล่าวทิ้งท้าย

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top