วันอาทิตย์ ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ในปัจจุบันอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศมีปริมาณน้ำรวมกัน 43,319 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) คิดเป็นร้อยละ 57 ของความจุอ่างฯ ยังสามารถรับน้ำได้อีก 32,765 ล้าน ลบ.ม. เฉพาะ 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำรวมกัน 10,480 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 42 ของความจุอ่างฯ สามารถรับน้ำได้อีก 14,391 ล้าน ลบ.ม.เนื่องจากในระยะนี้ ยังคงมีฝนตกต่อเนื่องในหลายพื้นที่ ส่งผลให้ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำเพิ่มมากขึ้น จึงกำชับไปยังโครงการชลประทานทั่วประเทศ เฝ้าระวังและติดตามสภาพอากาศรวมถึงบริหารจัดการน้ำให้อยู่ในเกณฑ์การบริหารจัดการน้ำตามช่วงเวลาสอดคล้องกับสถานการณ์
ทั้งนี้ ให้พร้อมปฏิบัติตามมาตรการรับมือฤดูฝนทั้ง 13 มาตรการ ตามที่กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) กำหนด ที่สำคัญให้ตรวจสอบอาคารชลประทานให้พร้อมใช้งานได้อย่างเต็มศักยภาพ หมั่นกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำอย่างต่อเนื่อง รวมทั้ง
ประสานขอความร่วมมือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการจัดเก็บวัชพืชทางน้ำสายย่อย เพื่อไม่ให้วัชพืชไหลลงมาในทางน้ำสายหลักซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการระบายน้ำได้
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี