วันพุธ ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2569
ใครที่ได้ไปชมนิทรรศการแสดงผลงานการขับเคลื่อนงานวัฒนธรรม ในงานประชุมเสวนา “ถามมา-ตอบไป เพื่อประเทศไทยที่ดีกว่าเดิม” ของ กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ที่ ห้างสรรพสินค้าสยามพารากอนคงปฏิเสธไม่ได้ว่า พลังการขับเคลื่อนงานวัฒนธรรม เพื่อพลิกโฉมหน้าเศรษฐกิจชาติ ในการแข่งขันกับชาติอื่นๆ เป็นตัวจักรสำคัญอีกตัวหนึ่งที่จะนำมาใช้เพื่อการพัฒนาสังคมเศรษฐกิจชาติในยุคนี้ โดยปีนี้ วธ. ได้ปรับบทบาทและภารกิจให้เป็น กระทรวงสังคมกึ่งเศรษฐกิจ ภายใต้แนวคิด “ให้วัฒนธรรม ทำดี ทำงานทำเงิน” ส่งเสริมการใช้ทุนทางวัฒนธรรมและมรดกภูมิปัญญา สร้างเศรษฐกิจฐานราก สร้างงาน สร้างรายได้แก่ชุมชนและประเทศ เพื่อให้วัฒนธรรมเป็นเครื่องมือยกระดับเศรษฐกิจและสังคมอย่างเป็นรูปธรรม
ในปีนี้ วธ. ได้เดินหน้าดึงทุกภาคส่วนมาร่วมใช้พลังวัฒนธรรมอย่างเป็นรูปธรรม โดยการผลักดันใช้ Soft Power ความเป็นไทย สร้างรายได้ สร้างภาพลักษณ์และเกียรติภูมิให้ประเทศไทย ด้วยการส่งเสริม 5F ได้แก่ อาหารไทย (Food) ผ้าไทย และการออกแบบแฟชั่น (Fashion) ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ (Film) มวยไทย และศิลปะการป้องกันตัวของไทย (Fighting) และเทศกาลประเพณีไทย (Festival) ในปี 2564 ไทยมีรายได้จากสินค้าวัฒนธรรมและอุตสาหกรรมวัฒนธรรมสร้างสรรค์กว่า 1.45 ล้านล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 8.93 ของ GDP เป็นรายได้จากอุตสาหกรรมคอนเทนต์อาทิ ภาพยนตร์ ละคร แอนิเมชั่นเกม คาแร็กเตอร์ กว่า 2 แสนล้านบาท เป็นอันดับ 1 ของอาเซียน รายได้จากการส่งออกอาหารไทยกว่า 1.1 พันล้านบาท รายได้จากผ้าไทยกว่า 8.5 พันล้านบาท ผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมไทย (CPOT) และผลิตภัณฑ์ชุมชนไทย (CCPOT) กว่า 700 ล้านบาท และรายได้จากการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” กว่า 768 ล้านบาท
อีกความภาคภูมิใจหนึ่งก็คือสำนักข่าว U.S. News ได้จัดอันดับประเทศที่มีมรดกวัฒนธรรมที่ดีที่สุดในโลก ประจำปี 2021 จากทั้งหมด 78 ประเทศ ปรากฏว่าไทยอยู่อันดับ 7 ของโลก การขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยวัฒนธรรม จึงไม่ใช่เรื่องที่ยากและไกลตัว เพราะได้สร้างรายได้ สร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยมิใช่น้อย โดยที่วธ. ก็เป็นหลักในการดูแลเรื่องดังกล่าว ทั้งๆ ที่ไม่มีการผลักดันเรื่องสร้างรายได้แนวคิด “ให้วัฒนธรรม ทำดี ทำงานทำเงิน” จึงไม่กว้างเกินไป หรือ เหนือบ่ากว่าแรง ที่กระทรวงวัฒนธรรมจะนำเพื่อ พัฒนา ส่งเสริม และสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจของสังคม เพราะที่ผ่านมาก็ได้ฝากฝีมือมาให้เห็นประจักษ์แล้ว ประกอบกับในยุคนี้ ที่สังคมโลกกำลังตื่นตัวในเรื่องของวัฒนธรรมกันอย่างจริงจัง การจะนำเอางานทางด้านวัฒนธรรมมาเพื่อพัฒนา ส่งเสริม สังคมและเศรษฐกิจ จึงเป็นเรื่องที่จำเป็นและถูกที่ถูกเวลามากในเวลานี้ นับว่า เป็นเรื่องที่เหมาะสม ที่ กระทรวงวัฒนธรรม จะใช้งานทางด้านวัฒนธรรมเพื่อพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) โดยการปรับบทบาท วธ.เป็นกระทรวงสังคมกึ่งเศรษฐกิจ
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี