Logo วันจันทร์ ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2569
คลิกเข้าชมเว็บไซต์แนวหน้าใหม่!!
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
546.jpg
หน้าแรก / ในประเทศ
‘นยปส.รุ่นที่ 13’ เสนอยุทธศาสตร์  ‘การป้องกันและปราบปรามการทุจริตการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐเชิงรุก’

‘นยปส.รุ่นที่ 13’ เสนอยุทธศาสตร์ ‘การป้องกันและปราบปรามการทุจริตการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐเชิงรุก’

วันพุธ ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.
Tag : นยปส นักบริหารยุทธศาสตร์การป้องกันและปราบปรามการทุจริตระดับสูง
  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

ผู้เข้ารับการศึกษาหลักสูตรนักบริหารยุทธศาสตร์การป้องกันและปราบปรามการทุจริตระดับสูง หรือ “นยปส.” รุ่นที่ 13 จัดสัมมนาสาธารณะ เรื่อง “ยุทธศาสตร์การป้องกันการทุจริตจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐเชิงรุก”อันเป็นหลักสูตรที่จัดทำโดย สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) โดยได้รับเกียรติจาก พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานกรรมการ ป.ป.ช. กล่าวเปิดงาน ระบุว่า ปัญหาการทุจริตที่เกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐพบในทุกขั้นตอน ตั้งแต่ระดับล่างถึงระดับนโยบาย มีมูลค่าความเสียหาย ในปี 2554 ถึง 9 พันล้านบาท จึงเป็นที่มาของการจัดทำยุทธศาสตร์เพื่อเป็นแนวทางเชิงกลยุทธ์ในการป้องกันการทุจริตการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ

ภายในงานมีการบรรยายพิเศษ เรื่อง “การบริหารจัดการที่โปร่งใส เพื่อกรุงเทพที่ดี” โดย นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ซึ่งผู้ว่าฯ กทม. ได้ให้ข้อคิดว่า ทุกอย่างอยู่ที่ความมั่นใจ และเชื่อมั่น ซึ่งต้องมีกระบวนการตรวจสอบที่ดี ทำหน้าที่ด้วยความโปร่งใส ไม่ทนต่อการทุจริต เพื่อให้เกิดความสำเร็จ จึงจะได้รับความไว้วางใจจากประชาชน โดยผู้บริหารต้องทำตัวให้เป็นแบบอย่าง และทำตามนโยบายที่เคยพูดไว้


รวมทั้งสร้างความสมดุลของข้อมูลในการตรวจสอบ ด้วยระบบข้อมูล (Data) ให้ประชาชนสามารถติดตามการใช้งบประมาณและโครงการต่างๆ รวมทั้งแก้ปัญหาที่ประชาชนร้องเรียนแจ้งเข้ามา ล่าสุดมีเรื่องร้องเรียน 128,000 เรื่อง ได้ดำเนินการ แก้ไขไปแล้วกว่า 6 หมื่นเรื่อง ที่เหลืออยู่นอกเหนืออำนาจต้องส่งต่อเชื่อมโยงการทำงานให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตามระบบการทำงานที่โปร่งใส เป็นประชาธิปไตย

จากนั้น นายชาดา ไทยเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จังหวัดอุทัยธานี ในฐานะประธานนักศึกษาหลักสูตร นยปส. รุ่นที่ 13 ปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “นวัตกรรมทางความคิดเพื่อแก้ปัญหาการจัดซื้อจัดจ้าง” กล่าวว่าการทุจริตจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐมีหลายรูปแบบ และพัฒนาการทุจริต ตั้งแต่การขออนุญาต การออกแบบโครงการรับเหมา การประมูล จึงต้องดูว่าโครงการที่ตั้งขึ้นมามีความเป็นธรรมหรือไม่และประชาชนได้ประโยชน์หรือไม่ สิ่งสำคัญคือ การออกแบบราคากลาง ที่จะแก้ปัญหาการทุจริตได้ในระดับหนึ่ง รวมถึงควบคุมการล็อกสเปก เพื่อลดปัญหาการฮั้วประมูล ป.ป.ช. จึงต้องสร้างเครือข่ายให้ทุกคนไม่ทนต่อการทุจริตคอร์รัปชั่นของภาครัฐ

สำหรับงานสัมมนาสาธารณะ เรื่อง ยุทธศาสตร์การป้องกันการทุจริตจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐเชิงรุก เป็นการนำเสนอผลงานวิชาการยุทธศาสตร์ประจำรุ่นของนักศึกษาหลักสูตร นยปส. รุ่นที่ 13 โดยมีตัวแทนนำเสนอผลงาน ประกอบด้วย น.ส.ศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, นายอภิศักดิ์ธนเศรษฐกร กรรมการบริหาร บริษัท ไทยนิวส์ เน็ตเวิร์ค (ทีเอ็นเอ็น) จำกัด,รศ.ดร.ศรีจิตรา เจริญลาภนพรัตน์ คณบดีบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, น.ส.อลินี ธนะวัฒน์สัจจะเสรี ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาระบบงานบุคคล สำนักงาน ก.พ. และ น.ส.รุ่งรัตนา เจริญจิตต์นักวิชาการประจำองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย)

โดยยุทธศาสตร์รุ่นใช้เวลาในการจัดทำ 5 เดือน “ที่มาและความสำคัญของปัญหา” เกิดจากคะแนนดัชนีชี้วัดภาพลักษณ์คอร์รัปชัน (CPI) ของประเทศไทยยังอยู่ในอันดับคงที่ สะท้อนภาพลักษณ์เชิงลบอันเกิดจากความเสียหายของการทุจริต รัฐใช้งบประมาณในการจัดซื้อจัดจ้างเป็นจำนวนมหาศาล เพิ่มขึ้นร้อยละ 20 ของทุกปี ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ของคนในชาติ และความเสียหายจากการทุจริตนั้นประเมินค่าไม่ได้

“วัตถุประสงค์ของการจัดทำยุทธศาสตร์” จึงมีเป้าหมายเพื่อศึกษาสถานการณ์ปัจจุบันของการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ตาม พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐพ.ศ. 2560 ศึกษาแนวทางการป้องกันการทุจริตการจัดซื้อจัดจ้าง ตาม พ.ร.บ. และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง และเพื่อจัดทำข้อเสนอยุทธศาสตร์การป้องกันการทุจริตการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐเชิงรุก ตาม พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างฯ

“ขอบเขตการศึกษา” มีการทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวข้องกับการวิจัย แบ่งเป็น 5 ตอน ได้แก่ 1.นโยบาย คำสั่งยุทธศาสตร์ แผน กฎหมาย ระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการทุจริต 2. ทฤษฎีการทุจริตคอร์รัปชั่น 3.แนวคิดพื้นฐานการป้องกันและปราบปรามทุจริตคอร์รัปชั่น 4.งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 5.กรอบแนวคิดในการศึกษา ซึ่งเป็นผลจากการศึกษาและนำไปสู่การวิเคราะห์ข้อมูล การอภิปรายผลและข้อเสนอแนะ

ตัวแทนนักศึกษาหลักสูตร นยปส. รุ่นที่ 13 นำเสนอผลงานวิชาการยุทธศาสตร์ประจำรุ่น

“ผลการศึกษาสถานการณ์ปัจจุบัน” วิเคราะห์ผลออกเป็น 3 ตอน ได้แก่ ตอนที่ 1 ผลการศึกษาสถานการณ์ปัจจุบัน แบ่งเป็น ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ของการทุจริตการจัดซื้อจัดจ้าง กำหนดความต้องการแบบ inside-out,ไม่ตรงกับความต้องการของประชาชน,ผู้กำหนดไม่มีความรู้ทางเทคนิค, ขาดการบูรณาการงบประมาณภาพรวม, ระบบการจัดซื้อจัดจ้างปัจจุบันยังไม่มีการนำเทคโนโลยีมาสนับสนุน, หลักการอาจขัดกัน

กลางน้ำ ได้แก่ TORs ที่ล็อกสเปกกำหนดการใช้ดุลยพินิจ, เกณฑ์ PricePerformance, ยังไม่มีการพัฒนาระบบดิจิทัลเพื่อช่วยการคัดเลือกผู้เสนอราคา,ปัญหาในระบบ e-GP ไม่สอดคล้องกับระเบียบ, การยื่นอุทธรณ์ในขั้นตอนตัดสินว่าใครคือผู้ได้รับงาน กลายเป็นปัญหาดาบสองคม, ช่องโหว่ของระบบ e-bidding ผู้ที่มีเจตนาทุจริตก็หาช่องทางได้

และ ปลายน้ำ ได้แก่ การทุจริตที่พบบ่อย คือ ในรูปของเงินค่ารับรองค่าเดินทางตรวจงาน เบี้ยเลี้ยงเดินทาง ตลอดจนเงินพิเศษ, ปัญหาของการใช้ดุลยพินิจในการงดค่าปรับ การใช้ดุลยพินิจในการขยายเวลาของสัญญา โดยไม่มีเหตุผลสมควร, มุมของผู้ประกอบการภาคเอกชน เห็นว่า กลไกคณะกรรมการที่แต่งตั้งขึ้น ในทางปฏิบัติอาจทำให้เกิดการใช้ดุลยพินิจที่แตกต่าง อาจเป็นช่องทางการรับสินบน, คณะกรรมการตรวจรับพัสดุไม่มีองค์ความรู้ในเนื้องาน, สถานการณ์โควิด ที่ส่งผลให้มีการปรับลดค่าปรับเหลือ 0 ส่งผลให้ผู้ประกอบการไม่เร่งรัดงาน ล่าช้า ทิ้งงาน

“ข้อเสนอเชิงยุทธศาสตร์” แบ่งเป็นแผน 3 ระดับ ได้แก่ 1.แผนระดับยุทธศาสตร์ชาติ 2.แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ และแผนด้านต่างๆ และ แผนระดับ 3.คือ แผนปฏิบัติการด้านการต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ ระยะที่ 2 โดยแนวทางที่ 1 ปลูกฝังวิธีคิดปลุกจิตสำนึกให้มีวัฒนธรรมและพฤติกรรมซื่อสัตย์สุจริต แนวทางที่ 2 ป้องกันการทุจริตและประพฤติมิชอบ แนวทางที่ 3 ปราบปรามการทุจริต เป็นต้น

“บทสรุปข้อเสนอยุทธศาสตร์ป้องกันการทุจริตการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐเชิงรุก ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561” มี5 ยุทธศาสตร์ ประกอบด้วย “ยุทธศาสตร์ที่ 1”พัฒนาระบบ เทคโนโลยีดิจิทัลเชื่อมโยงข้อมูลในการป้องกันการทุจริตเชิงรุก แบ่งออกเป็น 3 กลยุทธ์ ได้แก่ 1.นำระบบเทคโนโลยีดิจิทัล(Artificial Intelligence + Blockchains) มาใช้ในการบริหารจัดการ การจัดซื้อจัดจ้างทั้งกระบวนการ ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ

2.พัฒนาระบบ Data Center เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้าง อาทิ การจัดทำข้อกำหนดงานซื้องานจ้าง (TORs) การตรวจรับงานซื้องานจ้างโดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดซื้อจัดจ้างลักษณะงานที่ต้องใช้ความรู้เฉพาะทาง ข้อมูลทางเทคนิค และ 3.พัฒนา Data Center การจัดซื้อจัดจ้าง และมีข้อมูล Data Analytics เพื่อให้ผู้ประกอบการนำข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้าง และประชาชนสามารถตรวจสอบข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างได้

“ยุทธศาสตร์ที่ 2” ยกระดับการสร้างความโปร่งใสเชิงนโยบาย แบ่งออกเป็น 7 กลยุทธ์ ได้แก่ 1.กำหนดให้หน่วยงานเปิดเผยงบประมาณและข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้าง ตลอดจนการวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics) การจัดซื้อจัดจ้าง 2.พัฒนาระบบเทคโนโลยีดิจิทัล โดยสร้าง Platform ที่ประชาชนและภาคประชาสังคมเข้าถึงได้ง่ายเพื่อเป็นช่องทางติดตาม ตรวจสอบ กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานภาครัฐ 3.การจัดตั้งศูนย์การจัดซื้อจัดจ้างกรณีการจัดซื้อจัดจ้างสินค้า/พัสดุ ที่มีลักษณะเชิงเทคนิค เช่น การก่อสร้าง การพัฒนาระบบดิจิทัล เป็นต้น

4.สร้างผู้นำที่มีจริยธรรม เพื่อเป็นต้นแบบการปฏิบัติงาน ด้วยหลักคุณธรรมและความโปร่งใส 5.ส่งเสริมให้มีการนำแนวคิดของข้อตกลงคุณธรรมมาใช้ในทางปฏิบัติให้กว้างขวางมากขึ้น เช่น รัฐวิสาหกิจ 6.ปรับปรุงกฎระเบียบให้เกิดความโปร่งใสและลดปัญหาที่เกิดขึ้นจากช่องว่างของกฎหมาย และ 7.ส่งเสริมการใช้กลไกธรรมาภิบาลในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง

“ยุทธศาสตร์ที่ 3” สร้างนวัตกรรมในการต่อต้านการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ แบ่งออกเป็น 5 กลยุทธ์ ได้แก่ 1.กำหนดให้มีการลงทะเบียน Part Number ของครุภัณฑ์และเผยแพร่ผ่านระบบ Cloud รวมทั้งมีการ Update ราคาครุภัณฑ์ให้เป็นปัจจุบัน เพื่อให้ประชาชนและภาคประชาสังคมสามารถตรวจสอบงบประมาณของแต่ละโครงการ ว่ามีความสมเหตุสมผลเพียงใด 2.มีกลไกคณะกรรมการพิจารณาตัดสินในกรณีหลักการขัดแย้ง และข้อกฎหมายลงโทษผู้ร้อง ที่ร้องโดยไม่มีมูล หรือพิสูจน์ได้ว่าเจตนากลั่นแกล้ง

นายชาดา ไทยเศรษฐ์ สส. จังหวัดอุทัยธานี ในฐานะประธานนักศึกษาหลักสูตร นยปส. รุ่นที่ 13 ปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “นวัตกรรมทางความคิดเพื่อแก้ปัญหาการจัดซื้อจัดจ้าง”

3.ปรับกระบวนการจัดทำคำของบประมาณสำหรับพื้นที่ เพื่อให้เกิดการบูรณาการงบประมาณ และไม่เกิดความซ้ำซ้อน 4.ปรับใช้เทคโนโลยีดิจิทัล (ArtificialIntelligence + Blockchains) เพื่อการจับคู่ข้อมูลความต้องการกับผู้ประกอบการ เพื่อเพิ่มความรวดเร็ว โปร่งใส และ 5.เพิ่มช่องทางการแจ้งเบาะแส กรณีพบเห็นความไม่ชอบมาพากลของโครงการจัดซื้อจัดจ้าง

“ยุทธศาสตร์ที่ 4” สร้างการตระหนักรู้ของประชาชน ในการเป็นกลไกตรวจสอบการทุจริต แบ่งเป็น 2 กลยุทธ์ ได้แก่ 1.เสริมสร้างองค์ความรู้แก่ประชาชน และภาคประชาสังคม เพื่อเป็นเครือข่ายในการตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ 2.จัดอบรมพัฒนาผู้ปฏิบัติงานด้านการจัดซื้อจัดจ้างเพื่อความเข้าใจกฎ ระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อจัดจ้าง และความรู้ด้านเทคโนโลยีต่างๆ ให้ทันสมัย

และ “ยุทธศาสตร์ที่ 5” สร้างภูมิคุ้มกันสังคมให้เข้มแข็ง แบ่งออกเป็น 3 กลยุทธ์ ได้แก่ 1.ส่งเสริมการมีส่วนร่วมและการเข้ามาตรวจสอบการดำเนินงานภาครัฐจากภาคประชาสังคม 2.เสริมสร้างวัฒนธรรมองค์กรภาครัฐ ในการเป็นองค์กรคุณธรรมและความโปร่งใส และการมีวัฒนธรรมสุจริต ผ่าน Soft power 3.ส่งเสริมบทบาทของสื่อมวลชนในการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อตรวจสอบการทำงานของภาครัฐ เช่น การจัดทำสกู๊ปติดตามงานจัดซื้อจัดจ้าง

“ข้อเสนอแนะยุทธศาสตร์ป้องกันการทุจริตการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐเชิงรุก ต่อภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน” สรุปได้ดังนี้ 1.ข้อเสนอแนะสำหรับภาครัฐ แบ่งออกเป็น 1.1 ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย รัฐบาลควรให้ความสำคัญกับการวางโครงสร้างพื้นฐาน และพัฒนาระบบเทคโนโลยี ดิจิทัลภาครัฐ เพื่อการเผยแพร่กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างให้ประชาชนเข้าถึงและตรวจสอบได้,/ให้ความสำคัญกับการพัฒนาวัฒนธรรมองค์กรที่ เน้นการซื่อสัตย์ สุจริตควบคู่กับผู้นำมีจริยธรรม ปฏิบัติงานด้วยความโปร่งใส /,

ปรับปรุงกฎระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างให้โปร่งใส ลดช่องว่างของกฎหมาย /และมีกลไกคณะกรรมการพิจารณาตัดสินในกรณีหลักการขัดแย้ง และข้อกฎหมายลงโทษผู้ร้องไม่มีมูล เจตนากลั่นแกล้ง กับ 1.2 ข้อเสนอเชิงปฏิบัติการ ได้แก่นำระบบเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการบริหารการจัดซื้อจัดจ้างทั้งระบบ ครบ ตลอดเส้นทางน้ำ, จัดตั้งศูนย์การจัดซื้อจัดจ้างกรณีที่เป็นการสินค้า หรือ พัสดุ เชิงเทคนิค,

พัฒนาระบบ Data Center เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้าง , พัฒนาระบบเทคโนโลยีดิจิทัล โดยสร้าง Platform ให้ภาคประชาสังคมเข้าถึงได้ง่าย ในการติดตาม ตรวจสอบ, กำหนดให้มีการลงทะเบียน Part Number ของครุภัณฑ์ และเผยแพร่ผ่านระบบคลาวน์ เพื่อให้ประชาชนและภาคประชาสังคมตรวจสอบความ
สมเหตุสมผลของงบประมาณโครงการ,กำหนดพื้นที่นำร่องในการติดตาม เฝ้าระวังกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างอย่างใกล้ชิด /และเปิดเผยข้อมูลกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง โดยเฉพาะการประกาศผลผู้ชนะ

2.ข้อเสนอแนะสำหรับภาคเอกชน ในส่วนของภาคเอกชน ควรดำเนินการจัดทำสัญญาคุณธรรม / ข้อตกลงคุณธรรม ตามมาตรการส่งเสริมความโปร่งใสในการจัดซื้อจัดจ้าง ภายใต้กระบวนการที่กำหนดตามกฎหมายและกฎระเบียบต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ตลอดจนให้ความร่วมมือ ป้องกันและต่อต้านการทุจริตการจัดซื้อจัดจ้าง เพื่อให้เกิดความโปร่งใสเป็นธรรม เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการป้องกันและต่อต้านการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้าง

และ 3.ข้อเสนอแนะสำหรับภาคประชาชน ประชาชนควรให้ความสำคัญกับการเข้ามาตรวจสอบกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างในโครงการต่างๆของภาครัฐ โดยเฉพาะโครงการขนาดใหญ่ ในทุกขั้นตอน ผ่านเว็บไซต์ เนื่องจากในปัจจุบัน หน่วยงานภาครัฐบางหน่วยยังไม่เปิดเผยข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างต่อสาธารณะ โดยเฉพาะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น / ภาคประชาสังคมควรมีส่วนร่วมในการเฝ้าระวังในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานภาครัฐ

“ข้อเสนอแนะเหล่านี้ เป็นเป้าหมายทั้งหมดในกระบวนการที่ออกมาเป็นยุทธศาสตร์แก้ปัญหาในกระบวนการ ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ” จะเห็นได้ชัดว่า “ในทุกกระบวนการ สิ่งที่สำคัญที่สุด จะต้องมีสิ่งสำคัญที่สุด นั่นคือ คน” ทั้งนี้ “หลังการนำเสนอ...จะเป็นการวิพากษ์และให้ข้อเสนอแนะผลงานวิชาการจากผู้ทรงคุณวุฒิ” ประกอบด้วย รศ.ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย,น.ส.ลิซ่า งามตระกูลพานิช นายกสมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยฯ, นายสมโภชน์ โตรักษา ผู้จัดการฝ่ายข่าวบริษัทกรุงเทพโทรทัศน์และวิทยุ โดยมี น.ส.อรวรรณ กริ่มวิรัตน์กุล เป็นผู้ดำเนินรายการ

โดยต่างมีความเห็นสอดคล้องกันกับการเปิดเผยข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างให้ประชาชนเข้าถึง และตรวจสอบได้ให้มากที่สุด ระบบ Data เป็นเรื่องที่สำคัญมาก ซึ่งหากมีข้อมูลต่างๆ อย่างรอบด้านครบถ้วน ก็จะสามารถถอดรหัส ของสาเหตุการทุจริตในแต่ละโครงการว่าเกิดจากอะไร และ ป.ป.ช. น่าจะถอดรหัสคดีแดงออกมาได้ อีกทั้งต้องปรับแผนการปฏิบัติงานให้เป็นไปตามยุทธศาสตร์ และควรมีการตรวจสอบโครงการ ทั้งก่อนเริ่มดำเนินโครงการ ไปจนถึงหลังเสร็จสิ้นโครงการแล้วว่า ใช้ประโยชน์ได้คุ้มค่ากับเงินภาษีของประชาชนหรือไม่

ขณะที่สัญญาการจัดซื้อจัดจ้างที่ภาครัฐเป็นผู้กำหนด จะต้องเป็นสัญญาที่เป็นธรรมทั้งกับภาครัฐและผู้ประกอบการ ไม่มีการล็อกสเปก!!!

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

Breaking News

อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ

ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569

กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี

อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved