วันพุธ ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2569
"พ่อ"สุดกลั้นปล่อยโฮขณะมารับศพลูกสาวเหยื่อฆ่าหั่นศพ ยังทำใจไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ร้องไห้จนไม่มีน้ำตา เชื่อผู้ต้องหาไม่ได้พลั้งมือ แต่เป็นเจตนากระทำที่เกินกว่ามนุษย์ ขณะที่แม่เหยื่อถามทำกับลูกแม่แบบนี้ได้อย่างไร ขอให้ศาลลงโทษจนถึงที่สุดไม่ต้องออกมาเป็นภัยต่อสังคมอีก ด้านเพื่อนผู้ตายเผยก่อนหายตัวไปได้ลูกค้าได้ยินเสียง“เฮ้ย อะไร” ก่อนจะมีเสียงวิ่ง และโทรศัพท์ก็ถูกตัดสายไป
ความคืบหน้ากรณีนายชาญวิทย์ วงศ์สหาก หรือ ดอน อายุ 35 ปี ก่อคดีสะเทือนขวัญฆ่าหั่นศพ น.ส.พิณ อายุ 30 ปี ภายในคอนโดฯแห่งหนึ่งย่าน ต.สำโรงเหนือ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ก่อนนำร่างผู้เสียชีวิตไปฝังดินบริเวณใต้ทางด่วนฉลองรัช ริมถนนประเสริฐมนูกิจ ย่านลาดพร้าว กทม. ก่อนลงมือชำแหละศพไปโยนทิ้งคลองนั้น
3 ต.ค.65 ครอบครัวและกลุ่มเพื่อนของ"น.ส.พิณ" เดินทางมาที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อรับร่างของ พิณ ผู้เสียชีวิต ไปประกอบพิธีทางศาสนา ซึ่งบรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า
นายอร่าม พ่อของผู้เสียชีวิต ยืนดูรูปลูกสาวแล้วร้องไห้ เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาลูกสาวไม่เคยเล่าเรื่องผู้ชายคนนี้ให้ฟังเลย ส่วนมากจะเล่าแต่เรื่องงาน และตนไม่เคยเห็นลูกทำอะไรไม่ดี ก่อนหน้านี้ตอนวันเกิดลูกสาว ตนส่งข้อความไปอวยพรแต่ลูกสาวไม่ตอบจึงเอะใจ พยายามตามหาลูกสาวและเช็กสัญญาณโทรศัพท์มือถือแต่ก็ติดต่อไม่ได้ มาทราบอีกทีตอนเจ้าหน้าที่ตำรวจโทรมาแจ้งว่าลูกสาวเสียชีวิตแล้ว ซึ่งทำใจไม่ได้ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ ตนไม่เชื่อว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นการพลั้งมือ แต่เชื่อว่าผู้ต้องหามีเจตนา จึงอยากให้ผู้ต้องหาได้รับโทษสูงสุดเท่าที่กฏหมายมี เพราะสิ่งที่ทำมันเกินมนุษย์ พ่อแม่เลี้ยงลูกมาก็รัก ส่วนกับผู้ต้องหาตนไม่อยากพูดอะไรด้วย เพราะมองว่าเขาไม่ใช่คน ถ้ามีความเป็นคนคงไม่ทำแบบนี้ ตอนตนเห็นสภาพลูกก็รับไม่ได้ คนเป็นพ่อเป็นแม่ ร้องไห้จนไม่มีน้ำตาจะร้อง
นอกจากนี้ คุณพ่อยังบอกด้วยว่า เพิ่งวางแผนกับลูกสาวว่าจะไปเที่ยวเชียงใหม่ด้วยกันในช่วงฤดูหนาว เพราะลูกสาวชอบอากาศหนาว แต่กลับมาเกิดเรื่องดังกล่าวขึ้นก่อน
ด้าน นางรัชนี แม่ของผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ตนกับลูกสาวไม่ได้อาศัยอยู่ด้วยกัน โดยตนอาศัยอยู่ที่จังหวัดกาฬสินธุ์ แต่จะคุยกับลูกทางโทรศัพท์ตลอด ก่อนหน้านี้ ลูกสาวก็เคยเล่าเรื่องผู้ชายคนนี้ให้ฟังอยู่บ้าง แต่ไม่ได้บอกรายละเอียดเยอะ เพราะลูกสาวค่อนข้างเก็บตัว ตนก็ปล่อยให้ลูกตัดสินใจเองเพราะโตแล้ว ก็ได้แต่เตือนว่าให้ระมัดระวัง เพราะทำงานต้องเจอคนเยอะและเป็นคนหน้าตาดี อะไรที่ผิด ก็อย่าเข้าไปยุ่ง ทั้งนี้ ตนก็ไม่ได้คุยกันกับลูกสาวนานแล้ว แต่ได้ส่งข้อความไปอวยพรวันเกิดเมื่อวันที่ 27 ก.ย. แต่ลูกไม่อ่านและไม่ตอบเลย จึงรู้สึกผิดสังเกต กลัวลูกเป็นอะไร ยังคิดอยู่ว่า ถ้าฝนหยุดตกหนัก ตนจะเดินทางมาหาลูกที่กรุงเทพฯ
"ตอนนี้ ยังทำใจไม่ได้กับเรื่องที่เกิดขึ้น นั่งทำกรรมฐาน ตั้งใจจะอุทิศให้ลูก ก็ทำไม่ได้ เป็นลมในห้องพระ ส่วนกับผู้ก่อเหตุ อยากถามว่าทำไปทำไม และอยากให้ลงโทษถึงที่สุด เพราะกลัวว่าในอนาคตจะได้พ้นโทษออกมาแล้วเป็นภัยต่อสังคม เพราะสิ่งที่ทำมีการไตร่ตรองวางแผนไว้ก่อน และมีสติครบทุกอย่าง หลังเกิดเหตุก็ไม่มีท่าทีสำนึกผิด จึงไม่ควรได้รับโอกาส" แม่ของน.ส.พิณ กล่าว
ขณะที่ หนึ่งในเพื่อนของผู้เสียชีวิต ระบุว่า ยังไม่พร้อมที่จะให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องที่เกิดขึ้น แต่ได้ให้ข้อมูลว่า ในวันเกิดเหตุ (28 ก.ย.) ตนเองได้รับโทรศัพท์จากหัวหน้างานของน.ส.พิณ ผู้เสียชีวิต แจ้งว่าน.ส.พิณหายตัวไป ไม่มาทำงาน และติดต่อไม่ได้ จึงขอให้ตนเองนั้นช่วยติดต่อพิณอีกทาง โดยหัวหน้าของน.ส.พิณ เล่าว่า มีลูกค้าคนหนึ่งโทรไปถามเรื่องงาน กับน.ส.พิณแล้วจู่ๆ ก็ได้ยินเสียงน.ส.พิณตะโกนว่า “เฮ้ย อะไร” ก่อนจะมีเสียงวิ่ง และโทรศัพท์ก็ถูกตัดสายไป ลูกค้าเห็นท่าไม่ดี จึงติดต่อมาที่หัวหน้าของน.ส.พิณ พอตนทราบเรื่อง ก็พยายามติดต่อหาคนใกล้ตัวน.ส.พิณ แต่ก็ไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
จากนั้นในวันต่อมา (29 ก.ย.) เพื่อนสนิทของพิณอีกคนซึ่งอยู่ที่จังหวัดนครราชสีมา ได้ติดต่อไปหานายดอน ผู้ต้องหา เพื่อสอบถามว่า ได้อยู่กับน.ส.พิณหรือไม่ แต่ผู้ต้องหาบอกว่า ไม่ได้ติดต่อกับน.ส.พิณนานแล้ว ถ้ามีอะไรให้ช่วยบอกนะ
ทั้งนี้ เพื่อนของน.ส.พิณ บอกว่า ที่ไม่ติดต่อนายดอน ตั้งแต่วันแรก เพราะเมื่อเดือนตุลาคมปี 2564 น.ส.พิณเคยบอกว่า จะตีตัวออกห่างจากผู้ชายคนนี้แล้วและเมื่อ 3 เดือนที่แล้ว ตนเองได้พบกับน.ส.พิณ ซึ่งพินก็ไม่ได้พูดถึงนายดอน เพื่อนในกลุ่มจึงเข้าใจว่า เลิกติดต่อกับนายดอนแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากได้ฟังคำให้การของนายดอน เพื่อนๆ ยังติดใจที่นายดอนบอกว่า แทงที่คอแล้วเสียชีวิตเลย เพราะสายสุดท้าย ลูกค้ายืนยันว่าได้ยินเสียงวิ่ง จึงเชื่อว่าน่าจะเกิดเหตุทะเลาะกันก่อน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันนี้ หลังจากรับร่างของ น.ส.พิณแล้ว ครอบครัวจะนำร่างไปประกอบพิธีทางศาสนาที่บ้านเกิด วัดบูรพาภิราม จังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งจะสวดอภิธรรมเพียงคืนเดียว และจะฌาปนกิจในวันถัดไป เนื่องจากทั้งครอบครัวและเพื่อนอยากให้น.ส.พิณหมดทุกข์และไปสบายให้เร็วที่สุด
ข่าวแจ้งว่า สำหรับนายชาญวิทย์ ได้เปิดปากรับสารภาพอย่างไม่สะทกสะท้านว่า การก่อเหตุและการชำแหละศพ อำพรางซ่อนเร้นศพนี้ ได้แนวทางมาจากการดูภาพยนตร์ฆาตกรรมแนวสืบสวนสอบสวนฆ่าหั่นศพของฝรั่ง จึงนำมาเลียนแบบในการก่อเหตุ ส่วนวิธีการคือมีการใช้มีดปลายแหลมแทงตามลำตัวของผู้ตายกว่า 10 แผล ส่วนวิธีการหั่นศพ ใช้ขวานที่มีความคมสับตามข้อต่อ ทำให้ชิ้นส่วนศพขาดในทันที
จากการตรวจสอบประวัติพบว่า ทั้งคู่เคยเป็นเซลส์ขายอสังหาริมทรัพย์ รู้จักสนิทสนมกันมาได้ 2 ปี โดยจะนัดพบเจอกันที่คอนโดฯ ที่เกิดเหตุเป็นประจำ โดยที่ฝ่ายชายลงมือก่อเหตุเพราะหลงรักฝ่ายหญิงมาก และอ้างว่าถูกตีตัวออกห่างเนื่องจากฝ่ายชายมีภรรยาอยู่ก่อนเเล้ว จนกระทั่งคืนวันที่ 28 ก.ย.65 เวลา 20.00 น. ทั้งคู่มีปากเสียงกัน เกี่ยวกับเรื่องปัญหาความรัก ก่อนฝ่ายชายจะลงมือก่อเหตุฆ่าน.ส.พินจนเสียชีวิตจนเสียชีวิต เเละยังใจเย็นนอนอยู่กับศพ 1 คืน โดยช่วงสายวันที่ 29 ก.ย.65 ผู้ต้องหาตัดสินใจ ใช้มีดชำแหละร่างของน้องพิณอย่างใจเย็นออกเป็น 7 ส่วน จนวันที่ 30 ก.ย.65 และนำชิ้นส่วนร่างของน้องพิณใส่กระเป๋ามาฝังบริเวณตอม่อใต้ทางด่วน เกษตรนวมินทร์ และหลบหนีไปก่อนจะถูกจับกุมในที่สุด
-001
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี