โรงเรียนพี่สู่โรงเรียนน้อง สังคมแห่งการแบ่งปัน ที่ โรงเรียนเพชรบุรีปัญญานุกูล
เมื่อเร็วๆ นี้ โครงการโรงเรียนดีมีทุกที่ ได้มาจัดกิจกรรมขึ้นที่ รร.เพชรบุรีปัญญานุกูล อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ซึ่งเป็นโรงเรียนสอนเด็กพิเศษที่มีพัฒนาการทางสมองแตกต่างจากเด็กทั่วไป ที่ต้องใช้ครูที่มีความรักและเสีย สละมากเป็นพิเศษในการสอนให้เรียนรู้ และมีพัฒนาการที่เหมาะสม สามารถพึ่งพาตนเองได้ในอนาคต โดยไม่เป็นภาระให้กับครอบครัวหรือสังคม ซึ่งภายในงานดังกล่าวได้มีการนำนักเรียนจาก รร.สามเสนนอก เขตห้วยขวาง มาจัดแสดงดนตรี, เล่นเกม และกิจกรรมศิลปะ เพื่อมอบความสุข เกิดเป็นสังคมแห่งการแบ่งปัน จากโรงเรียนพี่สู่โรงเรียนน้อง
ดร.รัตนา แซ่เล้า เจ้าหน้าที่โครงการอาวุโส มูลนิธิเอเชีย หัวหน้าจัดทำโครงการฯ ได้กล่าวว่า “รร.เพชรบุรีปัญญานุกูล เป็นหนึ่งในโรงเรียนดีมีทุกที่ประจำปี 2565 ที่ได้เปิดโอกาสให้กับเด็กพิเศษที่มีความหลากหลายทั้งในด้านสติปัญญา พัฒนาการทางด้านร่างกายและสมอง ได้เข้าเรียนหนังสือจนสามารถช่วยเหลือตัวเอง และประกอบอาชีพที่ใช้ทักษะง่ายๆ ในการดำเนินชีวิต และเป็นส่วนหนึ่งของสังคมได้อย่างภาคภูมิ โดยในแต่ละปีพบว่ามีเด็กพิเศษเข้ามาศึกษาเพิ่มมากขึ้น แสดงถึงการได้รับโอกาสที่เท่าเทียมกัน ซึ่งในการลงพื้นที่ครั้งนี้ถือเป็นวาระพิเศษ เป็นกิจกรรมโรงเรียนพี่สู่โรงเรียนน้อง ด้วยการนำเด็กนักเรียนจาก รร.สามเสนนอก เขตห้วยขวาง มาทำกิจกรรมร่วมกัน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้เด็กพิเศษได้ Active และมีความสุขอยู่กับตัวเอง เป็นการสานต่อในเรื่องความช่วยเหลือแบ่งปัน ระหว่างโรงเรียนที่มีความพร้อมมากกว่าสู่ รร.ที่ต้องการความช่วยเหลือ กิจกรรมแบบนี้ควรจะมีเพิ่มมากขึ้น เพราะจะทำให้ทุกคนอยู่ร่วมกันในสังคม ได้อย่างมีความสุข”
ด้าน นายวีระ กิ่งแก้ว ผู้อำนวยการ รร.เพชรบุรีปัญญานุกูล อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี เปิดเผยว่า “โรงเรียนเปิดสอนในระดับอนุบาล-ม.6 ปัจจุบันมีเด็กพิเศษอายุ 5-18 ปี ซึ่งมีไอคิวอยู่ระหว่าง 50-70 เข้ารับการศึกษาจำนวน 456 คน เป็นโรงเรียนกินนอนโดยไม่มีค่าใช้จ่าย โดยนักเรียนต้องมีใบรับรองจากแพทย์ว่ามีพัฒนา การทางสมองที่แตกต่างจากเด็กทั่วไป ซึ่งปัจจุบันในประเทศไทยมีโรงเรียนแบบนี้อยู่จำนวน 19 แห่ง เดิมจัดหลักสูตรการเรียนการสอนเป็น 6 ทักษะ ต่อมาได้มีการปรับหลักสูตรใหม่ในปี 2561 ภายใต้การแนะนำของผู้เชี่ยวชาญจากประเทศอังกฤษ โดยใช้ 8 กลุ่มสาระของ สพฐ.มาดัดแปลง ทำให้มีเด็กหลายระดับชั้นภายใน 1 ห้องเรียน ภายใต้การสอนรายบุคคล พบว่าเด็กมีพัฒนาการดีและสนุกสนานมากขึ้น ในด้านทักษะอาชีพมีการสอนมากกว่า 20 กิจกรรม เพื่อให้เด็กและครอบครัวได้เลือกตามความสนใจ ต้องขอขอบคุณ รร.สามเสนนอกที่ได้มาจัดกิจกรรมในครั้งนี้ เพราะได้ทำให้นักเรียนสนุกสนาน, มีปฏิสัมพันธ์กับบุคคลภายนอก และกล้าแสดงออกในความสามารถของตัวเอง เป็นการให้โอกาสที่จะทำให้เขาสามารถใช้ชีวิต และอยู่ในสังคมเหมือนบุคคลทั่วไปได้ครับ”
สุดท้ายคือ นายธนะ สันติสวัสดิ์ อดีตผู้อำนวยการ รร.สามเสนนอก (ประชาราษฎร์อนุกูล) เขตห้วยขวาง ได้
บอกว่า “เราต้องสนับสนุนให้เด็กพิเศษได้มีที่ยืนอยู่ในสังคม การมาจัดการแสดงดนตรี, เกม และกิจกรรมศิลปะในครั้งนี้ ก็เพื่อมอบความสุขและเป็นการปลูกฝังให้พี่ๆ ได้มีจิตอาสา มีความเสียสละเอื้อเฟื้อต่อสังคมที่อยู่รอบๆ ตัว ทำให้เห็นความรักเอื้ออาทรที่มีต่อกัน การไม่ทอดทิ้งผู้ด้อยโอกาส ในปัจจุบันมีเด็กพิเศษเป็นจำนวนมากในประเทศไทย ดังนั้นการมีเครือข่าย รร.แบบนี้ใน สพฐ.เพิ่มมากขึ้นจึงเป็นสิ่งดี เพราะเด็กบางคนอาจไม่มีทุนทรัพย์ในการเดินทางมาเรียน อาจโดยทำในรูปแบบโรงเรียนเรียนร่วม หรือเรียนรวมสำหรับเด็กพิเศษ ซึ่งเป็นการกระจายสู่ภูมิภาคต่างๆ การศึกษาก็จะจัดทำได้ง่ายขึ้น ผมจึงอยากให้สังคมมอบโอกาสกับเด็กเหล่านี้ ทั้งในเรื่องการศึกษา ด้านอาชีพ การอยู่ร่วมกัน ครับ”
สำหรับโครงการโรงเรียนดีมีทุกที่ จัดขึ้นโดยมูลนิธิเอเชีย ภายใต้การสนับสนุนของสถานทูตออสเตรเลีย, มูลนิธิอานันทมหิดล และความร่วมมือจากสถานีโทรทัศน์ช่อง 9 อสมท., สำนักคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) และกรุงเทพมหานคร มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการกระตุ้นให้เกิดพลังบวกในสังคม และผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน ผู้สนใจสามารถติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่ Facebook : โรงเรียนดีมีทุกที่ หรือเข้าชมจาก Youtube รายการหนึ่งในพระราชดำริ ตอนโรงเรียนดีมีทุกที่ สานสัมพันธ์จากพี่สู่น้อง ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 9 Mcot HD หรือสอบถามที่โทรศัพท์ 062-7341267
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี