‘ม.มหิดล’จัดทำฐานข้อมูลดิจิทัลเอกสารโบราณ  อนุรักษ์ภาษา-วัฒนธรรมกลุ่มชาติพันธุ์ไทภาคกลาง

‘ม.มหิดล’จัดทำฐานข้อมูลดิจิทัลเอกสารโบราณ อนุรักษ์ภาษา-วัฒนธรรมกลุ่มชาติพันธุ์ไทภาคกลาง

วันพุธ ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.
Tag :

ดร.ยุทธพร นาคสุข อาจารย์ประจำหลักสูตรภาษาศาสตร์ สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชียมหาวิทยาลัยมหิดล ได้ทุ่มเทเวลาให้กับงานด้านภาษาถิ่นจารึกและเอกสารโบราณตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ดังมีผลงานวิจัยและบทความด้านนี้เผยแพร่อยู่เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลงานด้านภาษาจารึก และเอกสารโบราณของไทยยวนหรือของล้านนา จึงอาจกล่าวได้ว่าเป็น “กำลังสำคัญ” คนหนึ่งในการอนุรักษ์ภาษาและวัฒนธรรมของชาวไทยยวนในเขตภาคกลางของประเทศ

ด้วยเหตุนี้ ดร.ยุทธพร จึงได้รับรางวัลเชิดชูเกียรติในฐานะผู้มีคุณูปการต่อการใช้ภาษาไทย เนื่องในวันภาษาไทยแห่งชาติ พุทธศักราช 2563 ทั้งนี้ ชาวไทยยวนในเขตภาคกลางมีบรรพบุรุษอพยพมาจากเมืองเชียงแสนเมื่อสองร้อยกว่าปีมาแล้ว โดยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (รัชกาลที่ 1) ได้โปรดเกล้าฯให้คนกลุ่มนี้มาตั้งถิ่นฐานในเมืองสระบุรี และเมืองราชบุรี ต่อมาก็ได้กระจายไปตั้งถิ่นฐานยังจังหวัดอื่นๆ ด้วย เช่นนครปฐม ลพบุรี พิษณุโลก ฯลฯ


โครงการวิจัยของ ดร.ยุทธพร มีชื่อว่า “อนุรักษ์เอกสารโบราณของชาวไทยยวนในเขตภาคกลาง” ดำเนินงานอยู่ในพื้นที่จังหวัดภาคกลางโดยรอบมหาวิทยาลัยมหิดล โดยในปี 2564- 2565 มีพื้นที่วิจัยอยู่ที่ชุมชนไทยยวนบ้านท่าเสา ตำบลห้วยม่วง อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม และในปี 2566 มีพื้นที่วิจัยอยู่ที่ชุมชนไทยยวนบ้านนาหนอง และหมู่บ้านทุ่งหญ้าคมบางตำบลดอนแร่ อำเภอเมืองราชบุรี จังหวัดราชบุรี

อันที่จริงความตั้งใจในการดำเนินโครงการของอาจารย์ คือเพื่ออนุรักษ์เอกสารของกลุ่มชาติพันธุ์ทุกกลุ่มในเขตภาคกลาง แต่เหตุที่เลือกจะอนุรักษ์เอกสารของคนไทยยวนก่อนกลุ่มอื่นๆ เพราะภาษาและวัฒนธรรมของคนกลุ่มนี้เริ่มจางลงไปเรื่อยๆ ภาษาและวัฒนธรรมไทยยวนถูกแทรกแซงจากภาษาและวัฒนธรรมไทยกลางค่อนข้างมาก คนไทยยวนรุ่นใหม่พูดภาษาไทยยวนไม่ค่อยได้กันแล้ว

และในส่วนของภาษาเขียนพบว่ามีความวิกฤตยิ่งกว่า กล่าวคือเอกสารใบลานไทยยวนที่จารด้วยอักษรธรรมล้านนาแทบจะไม่มีคนในชุมชนอ่านได้แล้ว หากไม่อนุรักษ์โดยเร่งด่วนเอกสารเหล่านี้อาจสูญหายไปตลอดกาล ไม่ว่าจะด้วยน้ำมือมนุษย์ หรือเสื่อมสภาพไปตามอายุการใช้งานของใบลานเอง โดยโครงการนี้เป็นการทำงานร่วมกับชุมชน เนื่องจากต้องการให้คนในชุมชนได้ตระหนักถึงคุณค่าของเอกสารโบราณที่มีอยู่ และร่วมกันอนุรักษ์ภาษาและวัฒนธรรมของตน

นอกจากนี้ยังมีหน่วยงานภาคีเครือข่ายเข้ามาช่วยในโครงการนี้ด้วย 2 หน่วยงาน คือ คณะโบราณคดีมหาวิทยาลัยศิลปากร และศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) ตลอดจนยังมีนักศึกษาในหลักสูตรและบุคคลทั่วไปที่เคยเข้าอบรมกับ ดร.ยุทธพร มาร่วมทำกิจกรรมในโครงการนี้ด้วย เช่น พระภิกษุสงฆ์อาจารย์มหาวิทยาลัย นักวิจัย นักวิชาการ นักศึกษา นักเรียนทั้งระดับชั้นมัธยมศึกษาและประถมศึกษา กระบวนการอนุรักษ์เอกสารโบราณเริ่มตั้งแต่การทำความสะอาด การทำทะเบียน การทำสำเนาดิจิทัล การซ่อมแซมและการจัดเก็บ

การทำสำเนาดิจิทัลจะช่วยยืดอายุของเอกสารต้นฉบับให้ยาวนานขึ้น เพราะสามารถอ่านจากสำเนาได้โดยไม่ต้องหยิบจับ
เอกสารต้นฉบับ และถึงแม้ต้นฉบับจะสูญสลายหรือเสียหาย สำเนาดิจิทัลนี้ก็ยังจะคงอยู่ต่อไป ขณะนี้มีเอกสารโบราณที่ได้รับการทำสำเนาดิจิทัลไปแล้วกว่า 400 รายการ และอยู่ระหว่างการดำเนินการอีกประมาณ 1,000 รายการ พบอักษรที่ใช้บันทึกถึง 5 ชนิด ได้แก่ อักษรธรรมล้านนา อักษรไทยสมัยรัตนโกสินทร์ อักษรขอมไทย อักษรธรรมลาว และอักษรไทยน้อย

เป้าหมายปลายทางของโครงการ คือ การสร้างฐานข้อมูลดิจิทัลเอกสารโบราณของกลุ่มชาติพันธุ์ในเขตภาคกลางให้มีสำเนาดิจิทัลมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ และเปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจสามารถสืบค้นและดาวน์โหลดไปใช้ประโยชน์ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายขณะนี้อยู่ระหว่างการนำข้อมูลเข้าสู่ระบบ คาดว่าฐานข้อมูลของโครงการจะแล้วเสร็จภายในเดือนมกราคม 2566

ดร.ยุทธพร กล่าวว่า ตนเป็นเพียงฟันเฟืองเล็กๆ ที่ดำเนินการอยู่ในพื้นที่ภาคกลางของประเทศเท่านั้น แต่ยังมีอีกหลายหน่วยงานที่ทำงานแบบเดียวกันนี้ในภูมิภาคอื่นๆ ด้วย รวมถึงมีฐานข้อมูลเอกสารโบราณที่สังกัดหน่วยงานเหล่านี้อีกไม่น้อย แต่ปัจจุบันมีลักษณะต่างคนต่างทำ จึงหวังว่าน่าจะมีหน่วยงานเจ้าภาพที่บูรณาการงานด้านนี้เข้าด้วยกัน เพื่อให้การอนุรักษ์มรดกภูมิปัญญาของชาติแขนงนี้มีความเป็นเอกภาพและมีประสิทธิภาพกว่าที่เป็นอยู่

มหาวิทยาลัยมหิดล

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top