533.jpg
เปิดใจ บริษัททัวร์รายย่อย ถูกหลอกขายทัวร์ทิพย์ สูญเงินเป็นล้าน ช็อกไม่มีแบล็กลิสต์!

เปิดใจ บริษัททัวร์รายย่อย ถูกหลอกขายทัวร์ทิพย์ สูญเงินเป็นล้าน ช็อกไม่มีแบล็กลิสต์!

วันพฤหัสบดี ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 15.57 น.

เปิดใจ ผู้ประกอบการรายย่อย ถูกหลอกขายทัวร์ทิพย์ สูญเงินเป็นล้าน นายกสมาคมมัคคุเทศก์ไทย ทำช็อก ยอมรับ ไม่มีแบล็กลิสต์!

กรณี “ทนายรณณรงค์  แก้วเพ็ชร์” ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคมพาตัวแทนผู้เสียหายบริษัทนำเที่ยวรายย่อยจำนวนกว่า 10 แห่ง ยื่นหนังสือร้องทุกข์ต่อ พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน ผู้บังคับการปราบปราม โดยมีพนักงานสอบสวน บก.ป.รับหนังสือแทน ให้ดำเนินคดีบริษัทจัดทัวร์หลอกลวงว่าสามารถไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่นได้ในราคาถูก แต่เมื่อถึงเวลาเดินทาง กลับไม่มีตั๋วเครื่องบิน ไม่มีโรงแรมที่พัก ทำให้ไม่สามารถเดินทางไปได้ มูลค่าความเสียหายกว่า 14 ล้านบาท


รายการโหนกระแส ออกอากาศวันที่ 16 ก.พ. 66 “แคน อติรุจ” ดำเนินรายการแทน “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” ผลิตในนามบริษัท ดีคืนดีวัน จำกัด ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 12.35 น. ทางช่อง 3 กดเลข 33 สัมภาษณ์ เป็ด,ติกเกอร์, แซม, เชอร์รี่ ผู้เสียหาย, ทิพากร จันทร์แถม นายกสมาคมมัคคุเทศน์ไทย , ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร  ถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น

บริษัททัวร์รายย่อย ลูกทัวร์ เขาทำงานกันยังไง?

แซม : คล้ายๆ เราไปซื้อสินค้า สมมติเราซื้อมือถือก็มีโรงงานผลิตมือถือยี่ห้อต่างๆ เวลาเราซื้อเราก็ไม่ต้องไปซื้อกับโรงงาน เราซื้อจากร้านค้าเพื่อความสะดวกและบริการ ทัวร์ก็เหมือนกัน เขาจะมีโฮลเซลล์กับรีเทล รีเทลบางทีเรียกว่าเอเย่นต์ หรือจะเป็นร้านค้าก็ได้ โฮลเซลล์ก็ผลิตมาเยอะๆ เพื่ออาศัยวอลู่ให้ราคาถูกมันก็แข่งกับเขาได้ เช่นโปรแกรมญี่ปุ่นเขาอาจมีเป็น 10-20 โปรแกรม แต่ละโปรแกรมก็มีพีเรียดอีก เดินทางวันนี้ๆ ซอยออกมาเยอะๆ แต่พอมีเยอะขนาดนั้น ถ้าจะขายเองก็ต้องมีทีมขายมหาศาล มันก็เลยเกิดธุรกิจแบบรีเทล คือร้านค้า จะมีกี่ร้อยกี่พันร้านก็ช่วยกันขาย

เหมือนเป็นโบรกเกอร์ จัดได้ในราคาถูกกว่า เราก็ได้เปอร์เซ็นต์ ส่วนใหญ่ได้เยอะมั้ย?

แซม : คร่าวๆ ก็ 5 เปอร์เซ็นต์

คุณแซมโดนหลอกเรื่องอะไร?

แซม : ในบรรดาพวกเราจะมีก่อนและหลังโควิด ของผมก่อนโควิด คือจองเพื่อเดินทาง ต้นปีที่เกิดโควิด ช่วงนั้นเป็นไฮซีซั่นไปฮอกไกโด ที่มีหิมะ มีลูกค้าของผม 12 คน จองทัวร์ไปฮอกไกโด พอเกิดโควิดช่วงนั้นก็จะโกลาหลไปดีหรือไม่ไปดี ลูกค้าก็กลัว บริษัททัวร์ก็ไม่มีท่าที เจ้านี้ก็ประกาศออกมาว่าเพื่อเห็นแก่สุขภาพอนามัย เลื่อน ทีแรกจะออกมาในทางยกเลิกไม่เดินทาง พร้อมคืนเงินด้วย ตังค์จ่ายที่เขาหมดแล้ว นัดหมายพร้อมเดินทาง ก็ประกาศยกเลิกและจะคืนเงิน เราก็บอกลูกค้าว่าเจ้านี้ดีมากเลย รับผิดชอบ แต่ตอนหลังเขาก็กลับลำว่าไม่คืน ขอให้เลื่อนออกไปเก็บเงินที่จ่ายไปแล้วเรียกว่าเครดิต ตอนนั้นโควิดเราไม่รู้เลยว่าจะจบเมื่อไหร่ ก็บอกว่าเลื่อนไปปลายปีนะ เดี๋ยวก็ดูอีกที แล้วก็ไม่ได้ ก็เลื่อนไปอีก ทุกคนก็รอว่าเมื่อไหร่จะคืนสู่ความเป็นปกติ ตอนนั้นไม่มีใครรู้ แต่ทุกเจ้าก็เป็นกัน เราก็โอเค ลูกค้าพร้อมรอ จนกระทั่งมาถึงปลายปีที่แล้ว ญี่ปุ่นก็เริ่มเปิด คนเดินทางกันได้ ลูกค้าก็อยากเดินทาง เจ้านี้ก็มีโปรแกรมออกมาในเว็บไซต์ ผมได้ดูว่าโปรแกรมคล้ายๆ กับที่ลูกค้าเคยเจอ ก็เลยไปเสนอลูกค้า ลูกค้าบอกว่าได้ จอง แต่เราก็มาเจอตอ ก่อนไปถึงตอ บริษัทนี้ได้ออกจดหมายมาฉบับนึงบอกว่าคุณมีเครดิตกับเราเท่านี้นะ ผมดูตัวเลขถูกต้อง แล้วมีเงื่อนไขต่อด้านล่างว่าเครดิตนี้จะใช้ได้ภายในสิ้นปี 66 จากนั้นจะใช้ไม่ได้ เราก็คิดว่าเหลือเวลาอีกเป็นปี แล้วเขาก็บอกว่าห้ามไปร้องเรียนหรือฟ้องใดๆ ทั้งสิ้น

ไม่เอะใจเหรอทำไมต้องมีประโยคนี้?

แซม : เราก็คิดว่าปีนึงได้ไปก็จบ

มารู้ตอนไหนว่าหลอก?

แซม : พอเราเซ็นไป ลูกค้าจะจอง เขาก็ออกอินวอยซ์ ว่ามีเงื่อนไขนะ ต้องวางมัดจำมาก่อนเลย ถ้าเป็นวิธีปฏิบัติของบริษัทอื่น สมมติคุณค้าง 3 แสน ถ้าทัวร์ที่คุณซื้อมูลค่า 3 แสน คุณก็ไปได้เลย แต่เจ้านี้บอกว่าคุณต้องวางมาก่อนคนละ 2 หมื่น จากนั้นเงินที่ค้างอยู่ใช้ได้ครึ่งเดียว ลูกค้าต้องวางเงินเพิ่มทั้งที่มีเงินค้างอยู่ จ่ายรวมๆ เกินมูลค่าทัวร์ที่ควรจ่ายจริง

สุดท้ายไม่ได้เงินคืน ลูกค้าได้ไปมั้ย?

แซม : ลูกค้าไม่ได้ไป เพราะเขาบอกว่าเงื่อนไขนี้เขารับไม่ได้ ลูกค้าผมเป็นข้าราชการ เขาเก็บเงินตั้งหลายปี เพื่อไปเที่ยวฮอกไกโด ไฮซีซั่น กะว่าฝันที่เป็นจริงของเขา อยู่ดีๆ เลื่อนมา ตอนนี้บอกให้จ่ายเงินเพิ่ม แล้วเงินที่เขาจ่ายไปแล้ว แล้วเก็บไว้เฉยๆ ที่บริษัทนี้ เขาก็ไม่ยอม

เสียหายเท่าไหร่?

แซม : 12 คนของผมก็คือ 3.5 แสน เราก็ต้องเป็นฝ่ายรับผิดชอบก่อน แต่ตอนนี้ก็เลือกไปดำเนินการฟ้องร้อง

คุณเป็ดกับคุณเชอร์รี่เป็นสามีภรรยากัน คุณเป็ดเป็นยังไง?

เป็ด :   ของผมจริงๆ ปกติทำทัวร์เอง จองโรงแรมเอง จองรถบัสเองทุกอย่าง ทำเองทุกอย่าง แล้วเป็นตัวกลางเอเย่นต์ เมื่อช่วงเดือนธ.ค. ปีที่แล้ว มีเพื่อนรุ่นน้องติดต่อมา อยากพาพนักงานไปเที่ยว 30 คน ก็มีงบอยู่ 2.5 หมื่นต่อคน เราก็คิดว่าไม่น่าทำได้นะ เพราะตอนนี้ตั๋วที่ญี่ปุ่นแพงมาก ทางรุ่นน้องติดต่อมาว่าทำยังไงก็ได้ ขอถูกๆ ออฟฟิศก็เช็กว่ามีบริษัทไหน เซลส์ไหนทำได้ เช็กไปก็เจอเจ้านี้ที่ตรงพอดี เราไม่เคยทำงานกับเจ้านี้มาก่อน นี่ทำงานครั้งแรก ก็แจ็คพอตเลย

ตัดสินใจเพราะราคาดี?

เป็ด : ราคาถูก ดูในไลน์กลุ่มเขามีสมาชิกเป็นร้อยกว่าคน ดูน่าเชื่อถือ เคยให้น้องลองเช็กที่กรงการท่องเที่ยวก็ไม่มีประวัติเสียหาย ก็ตัดสินใจใช้เจ้านี้

เงื่อนไขเป็นยังไง?

เป็ด : เขาให้จ่ายเงินเลย เขาอ้างว่าเป็นตั๋วเครื่องบินราคาถูก ราคาโปรโมชั่น เราต้องจ่ายเงินเลย ก็โอนให้เขาเลย โอนไปเกือบๆ 6 แสนบาท โอนสองครั้ง แล้วมีให้โอนค่าที่นั่งด้วย โอนค่าทำที่นั่งที่เลือกที่นั่งได้

หลังจ่ายเงินไปแล้ว?

เป็ด : คิดว่าไม่มีอะไร ก็รอวันเดินทาง 29 ม.ค. โดยปกติช่วงนี้ถ้าไปญี่ปุ่นทุกคนต้องลงเว็บไซต์วิสิสเจเปน เพื่อเข้าประเทศ เราเป็นเอเย่นต์ต้องกรอกให้ลูกค้า  เพราะลูกค้าทำไม่ค่อยเป็นกัน เวลาจะกรอก 7 คนทำได้วันเดียว ก็เลยจะช้า เลยขอชื่อโรงแรมไปเตรียมตัวก่อน ปกติ 1 อาทิตย์ก่อนเดินทางต้องมีใบเตรียมตัวให้ลูกค้า ขอใบเตรียมตัวเขา เขาก็เลี่ยงๆ เขาบอกเดี๋ยวทำให้ สุดท้ายส่งใบเตรียมตัวมาให้ แต่ใบเตรียมตัวนี้ไม่มีชื่อไกด์ ไม่มีชื่อของคนรับที่สนามบิน มีแต่ชื่อโรงแรมมา ใบเตรียมตัวจะเป็นตารางว่าลูกทัวร์ต้องเตรียมตัวยังไง ใส่เสื้อผ้าอะไร อากาศเท่าไหร่

เชอร์รี่ : ถือว่าผิดปกติ ไม่มีเบอร์มัคคุเทศก์ เบอร์คนมารับที่สนามบิน มีเพียงแค่รายชื่อโรงแรม

เป็ด : วันนั้นผมอยู่ญี่ปุ่นพอดีก็เลยโทรเช็กโรงแรมเลย โทรเช็กว่ามีกรุ๊ปทัวร์ต่างชาติหรือคนไทยได้จองวันนี้ๆ มั้ย เขาก็บอกว่าไม่มี ก็เลยชักจะยังไงแล้ว ก็เลยบอกแฟนว่าให้ลองถามให้แน่สิ ว่าเขามีการจองโรงแรมให้เราจริงมั้ย มีตั๋วเครื่องบินให้เรามั้ย ให้แฟนถามไปในไลน์กรุ๊ปส่วนตัวเขา

เชอร์รี่ :   ซึ่งเขาบอกโรงแรมคอนเฟิร์มแล้ว เราก็เลยอธิบายว่าเราโทรเข้าไปแล้ว เขาบอกว่าโดยหลักการโรงแรมแค่สองวัน เราบอกว่าไม่ถูก เพราะลูกค้าจะเดินทางแล้ว เราก็เลยบอกว่าขอเบอร์ไกด์ได้มั้ย เขาบอกไกด์ไม่สะดวก อยู่ญี่ปุ่น เราก็เลยบอกว่าไม่เป็นไร เราก็อยู่ที่ญี่ปุ่น เดี๋ยวเราคุยได้ สรุปเขาบอกว่าเขายังไม่สะดวก เขาอยู่ต่างจังหวัด ขับรถอยู่ แล้วหลังจากนั้นก็ติดต่อไม่ได้อีกเลย เราไลน์ไปคุยส่วนตัวกับเขาก่อนขอโค้ดขออะไร เขาไม่ตอบมาเลย เราเลยเข้าไปที่ไลน์เอเย่นต์ที่มีเป็นร้อย เราถามแค่ส่วนตัวของเรา ขอโค้ดตั๋วเครื่องบินวันที่ 29 แล้วขอเบอร์ไกด์หน่อย ให้ติดต่อกลับมาหน่อย

เป็ด : จากนั้นเขาดีดคุณเชอร์รี่ออกจากกลุ่มเลยครับ

เชอร์รี่ : เขาแจ้งว่าเราทำให้เขาเสียหาย เขาคุยกับผู้ใหญ่ในบริษัทเขาแล้ว ต้องยกเลิกกรุ๊ปเรา ให้เราส่งเบอร์บัญชีเข้าไปแล้วเขาจะคืนเงินให้ 100 เปอร์เซ็นต์

เป็ด : พอคุณเชอร์รี่ไปคุยในไลน์กลุ่มเอเย่นต์ถามว่าสรุปได้ตั๋วเครื่องบินมั้ย จะได้เดินทางมั้ย แค่นี้เอง เขาดีดคุณเชอร์รี่ออกจากกลุ่ม แล้วบอกว่าเราไปทำให้บริษัทเขาเสียหาย เขาทำหนังสือมาฉบับนึงบอกว่าจะคืนเงินให้เราแต่เราต้องเซ็นรับผิดว่าเราทำให้เขาเสียหาย เราก็ไม่เซ็น

เชอร์รี่ : มันมีหมายเหตุด้วยค่ะ ข้างล่าง 3 ข้อ

เป็ด :   เราคุยกันแล้วว่าเราต้องบอกลูกทัวร์ว่าไม่มีการเดินทางแล้ว วันที่ 29 ม.ค. เลยตัดสินใจสารภาพลูกทัวร์ไปตรงๆ ว่าเราโดนทิ้งทัวร์แล้ว ลูกทัวร์ก็เริ่มชักโมโห ไม่ค่อยพอใจ ผมก็เลยคุยกับแฟนว่างั้นเราซื้อตั๋วเครื่องบินให้แฟนใหม่ดีกว่า ให้แฟนรีบเช็กตั๋วเครื่องบินทันทีว่ามีตั๋วเครื่องบินเวลาไหนบ้าง ก็ได้มาในช่วง 10-14 ก.พ. ก็รีบจ่ายเงินตอนนั้นเลย โอนในวันนั้นเลย รีบจองโรงแรม จัดการต่างๆ

ของคุณเป็ดเสียหายไปเท่าไหร่?

เป็ด : รวมๆ ทั้งหมดก็ร่วมล้านบาท

คุณติกเกอร์ ของเราเป็นไง?

ติกเกอร์ : ของเรามีสองชุดที่จะเดินทางกับเขา แต่เราโดนเท กรุ๊ปแรกเดินทางช่วงเดือนธ.ค. ก็ได้เดินทางปกติ เราทำธุรกิจกับที่นี่มาก่อน แต่โดนครั้งที่สอง แปลกๆ ตรงที่เขาส่งใบนัดหมายเตรียมตัวมาให้ ชื่อสายการบินมันคนละชื่อกับที่เขาเสนอขาย ตอนเสนอขายเป็นสายการบินโลว์คอร์ส แต่ตอนจะบินจริงๆ เขาบอกว่าเป็นสายการบินพูลเซอร์วิส ซึ่งแพงกว่า มันแปลก เราพยายามขอโค้ด โทรไปเช็กกับสายการบินว่ามีชื่อลูกค้ามั้ยเขาบอกว่ามี แต่ไม่ได้จ่ายตังค์ เช็กอีกทีเขาให้ไกด์โทรไปคอนเฟิร์มลูกค้าว่าเจอกันที่สนามบินตอนสองทุ่ม ไกด์โทรคอนเฟิร์มลูกค้าทุกคนที่จะเดินทาง ประมาณห้าโมงเย็นโทรบอกเราว่าให้ลูกค้าเลื่อนวันเดินทางได้มั้ย สามชม.ก่อนนัดเจอที่สนามบิน ให้เราแจ้งลูกค้าว่าขอเลื่อนเดินทาง วินาทีที่ผมโทรหาลูกค้าเป็นวินาทีที่บีบใจมากๆ เสียงที่ได้ยินคือเด็กคุยกับพ่อคือเราไม่ได้ไปแล้วเหรอ แล้วเด็กร้องไห้ เสียงเด็กร้องไห้ยังอยู่ในหูผมอยู่เลย

ณ วันนั้นเขาบอกให้เราเลื่อนการเดินทาง เขามีกำหนดการมั้ยว่าเมื่อไหร่?

ติกเกอร์ : เป็นช่วงก.พ. ซึ่งเป็นสโนว์เฟสติวัลของฮอกไกโด ซึ่งทัวร์จะแพง ก็เป็นไปไม่ได้อยู่ดี ลูกค้าเลยตัดสินใจว่ายกเลิก ตอนนั้นทางเราก็ประสานงานกับทีมผู้บริหารเพื่อยกเลิกให้ลูกค้าและคืนเงินลูกค้าภายใน 2 วัน แล้วก็ตามเงินจากเขาอีกที เขาบอกว่าคุณไปทำให้เขาเสียหายเหมือนพี่เป็ด เขาขอชื่อนามสกุล ผู้ที่ทำให้เขาเสียหายและเซ็นรับทราบเขาถึงจะคืนเงินให้ เราก็ไม่เซ็น ไม่ให้ชื่อไปด้วย เพราะไม่รู้ว่าจะได้จริงหรือเปล่า

โดนไปเท่าไหร่?

ติกเกอร์ : 6.9 แสนครับ

ลูกค้าคนนึงโดนหลอกเหมือนกัน ตัดสินใจบุกไปถึงโฮเซลเลย อยู่ในสายกับ “คุณกอล์ฟ” ตอนนั้นโดนไปเท่าไหร่?

กอล์ฟ : 5.1 แสนค่ะ ตอนนั้นเราเช็กแล้วกับสายการบินว่าเขาไม่มีตั๋วจริงๆ เราก็เลยทำหนังสือยกเลิกไป ให้เวลาเขา ถึง 21 พ.ย. คืนเงินเรามา พอ 21 พ.ย. เขาก็เงียบไป ไม่ติดต่อ พอวันที่ 22 เราตัดสินใจเข้าไปที่บริษัทเขาค่ะ ก่อนไปก็ขอตร.สายตรวจตรงคูคต ขอให้เจ้าหน้าที่ไปกับเราหน่อย เราอยากไกล่เกลี่ยกับบริษัทนี้เพื่อขอเงินคืน เรารู้จักก่อนโควิด แต่ไม่เคยดีล พอหลังโควิดมีลูกค้ากรุ๊ปแรกเข้ามาเป็นญี่ปุ่น เราเห็นเขามีพีเรียดเยอะมาก แล้วมีพีเรียดที่ลูกค้าเราต้องการไป ก็เข้าไปจอง

ไปถึงแล้วเป็นยังไง?

กอล์ฟ : กอล์ฟไปถึงก่อน พอสายตรวจมาปุ๊บก็คุยกับสายตรวจ จากที่เราติดต่อเขาไม่ได้เลย เขาไม่รับโทรศัพท์เราเลย ไลน์ไปก็ไม่อ่าน อ่านแต่ไม่ตอบ เขาก็ไลน์มาเลยว่าคุณพาตร.มาข่มขู่เขาถึงหน้าบริษัท คลิปนี้ไปเจอกันที่ศาล ทั้งที่เรายังไม่ได้เข้าไปข้างในบริษัทเขาเลยนะคะ เราไปยืนอยู่หน้าบริษัทเขา ก็มีพนักงานผู้หญิงคนนึงเข้ามารับ ให้เราเข้าไปในบริษัทเขา ไม่ให้ยืนหน้าบริษัทเขา เรายังไม่ได้คุย ไม่ได้พูดอะไรเลย เหมือนเขาเห็นเราค่ะ เราเข้าไปไม่ได้พูดสักคำเหมือนเขามองเราตรงไหนสักแห่ง เขาก็ไลน์มาทันทีว่าเราไปข่มขู่เขาที่บริษัท

รณณรงค์ : ไปทวงเงินทำไมต้องเรื่องถึงศาล เราก็ไม่ได้บินอยู่แล้ว ต้องคืนเงินเขาเปล่า บอกบริษัท ที ถ้ามีคดีความก็ดีจะได้ให้ศาลออกหมายมาให้หมดเลยว่าเขาไปจองกี่บริษัท จะได้ไล่เช็กทุกบริษัทว่าโดนแบบนี้มั้ย

สุดท้ายคุณกอล์ฟก็ออกมา เพราะเขาบอกให้ไปเจอที่ศาล เรื่องนี้เคยไปร้องกรมการท่องเที่ยว?

แซม : เรื่องกรมขอแยกเป็นเรื่องอดีตกับปัจจุบัน อดีตเมื่อเกิดลูกค้าร้องเรียนที่กรม กรมจะเชิญตัวแทนจำหน่าย เอเย่นต์ ไปเจรจาไกล่เกลี่ย รับผิดชอบลูกค้า ส่วนเรื่องเกี่ยวกับเอเย่นต์ โฮเซล ก็ให้ไปฟ้องทางแพ่งกัน ในอดีตที่ผ่านมาเจอเคสแบบนี้ทีไร เอเย่นต์ก็จ่าย ได้ 5 บาท จ่าย 100 บาท ยิ่งเกิดบ่อยก็ยิ่งจ่ายเยอะ เราก็เลยคิดว่ามันควรมีมาตรการอะไรมั้ยเพื่อให้เกิดความเป็นธรรม สิ่งที่เกิดขึ้นมันทำให้คนที่เขาเป็นต้นตอของปัญหาเขาก็อยู่ลอยนวล ไม่กลัวการฟ้องแพ่งด้วย เพราะมีคนฟ้องไปแล้ว ชนะแล้ว ก็อุทธรณ์ ลากกันไปเรื่อยๆ อันนี้คืออดีต ล่าสุดเราได้ไปพบท่านอธิบดีการท่องเที่ยว ซึ่งมาใหม่ วันนั้นบรรยากาศดีมาก ท่านสนใจ รับฟัง พยายามทำความเข้าใจ วางแผนว่าจะเชิญหน่วยงานที่อาจนอกกรมมาเกี่ยวข้องหารือ เพียงแต่ว่ามาตรการที่กรมจะทำได้ ติดเรื่องกฎหมายและระเบียบของกรมเอง

รณณรงค์ : ถ้ากรมทำงาน ทำไมพวกพี่ยังมากองปราบกันอีก ไอ้กรมท่องเที่ยวที่กินภาษีประชาชน นักท่องเที่ยวโดนเท ถ้าแก้ปัญหาให้ ทำไมเอเจนซี่วิ่งมากองปราบ 400 กว่าคนนะถ้าเอาผู้เสียหายมาจริงๆ บางคนเก็บเงินมาทั้งชีวิต เก็บมาหลายปี หลายเดือนเพื่อเที่ยวญี่ปุ่นสักครั้ง แล้วมาเจอแบบนี้

แซม : ทุกวันที่เรารออยู่ อาจเกิดความเสียหายเรื่อยๆ ได้

มุมท่องเที่ยว?

ทิพากร :ในฐานะสมาคมมัคคุเทศก์อาจไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่วัตถุประสงค์สมาคมคือเพื่อผลประโยชน์การท่องเที่ยว เราสื่อสารกันมาเป็นปีแล้ว พอมีเรื่องนี้ขึ้นมาประมาณ 2 ปี เหตุที่ไปไม่ถึงไหนเพราะก่อนหน้านี้สะเปะสะปะ ไม่มีการรวมกลุ่มกันแน่นอน เวลาคุยกับกรมท่องเที่ยวเขาก็ต่างคนต่างไปคุย ไม่ได้คุยเป็นกลุ่มแบบนี้ สมัยก่อนยังหารูปแบบไม่ชัดเจน ผมติดตามมาตลอด จนปลายเดือนที่แล้ว 28-29 กลุ่มวอชด็อกขอให้ช่วยประสานงานกรมการท่องเที่ยว ถามไปเมื่อวันที่ 29 ท่านนัดวันที่ 1 ประชุม หมายความว่าท่านเอาจริงเรื่องนี้ มีการประชุมกันแล้ว มองว่าติดปัญหาตรงไหนจะไปตรงไหนได้บ้าง

ชื่อบริษัทโฮลเซลตัวนี้ไม่ถูกขึ้นแบล็กลิสต์?

ทิพากร : ระบบนี้ยังไม่มี แต่เราคุยกันแล้วว่าจะมีระบบนี้เกิดขึ้น เหมือนเครดิตบูโร ที่ผ่านมาไม่มีระบบนี้ แต่เรากำลังคิดว่าจะทำเรื่องนี้ขึ้นมา

รณณรงค์ : ถ้าผมไปซื้อบริษัททัวร์ที่ไหน ผมก็ไม่สามารถรู้ได้เลยว่าบริษัทนี้มันจะเทผมหรือเปล่า ใช่มั้ย

ทิพากร :   ประมาณนั้น แต่อยากให้ใจเย็นๆ ก่อน เดี๋ยวไปกันใหญ่โต กระบวนการที่เกิดขึ้น มีปัญหานี้ มีลูกค้า รีเทล เอเย่นต์ใหญ่ กฎหมายคุ้มครองลูกค้าเท่านั้น

ตอนนี้กรมการท่องเที่ยวภาพค่อนข้างลบเหมือนกัน ไม่ได้ดำเนินการช่วยเหลือ ไม่มีแบล็กลิสต์ด้วย?

ทิพากร : ในแง่มุมของการดำเนินการของกรมการท่องเที่ยว โดยอำนาจพระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวนอกประเทศ เป็นกฎหมายเฉพาะ จะมีลูกค้า เอเย่นต์ รีเทล และเอเย่นต์ใหญ่คือโฮลเซล อำนาจกรมการท่องเที่ยวจัดการได้เฉพาะที่ฝั่งนึงเป็นลูกค้าเท่านั้น ถ้าเป็นเอเย่นต์กับเอเย่นต์ด้วยกัน ไม่มีอำนาจจัดการ ถ้าว่ากันตรงๆ มันแก้ไม่ได้ แต่มีกฎหมายฉบับนึง มาตรา 24 ประกอบการใดที่สร้างความเสียหายแก่แหล่งท่องเที่ยว และลูกค้า จะโดนปรับ 5 แสน เรากำลังมองถึงมาตรานี้มาจัดการอยู่ ตอนนี้ท่านกำลังรวบรวมกับหน่วยงานต่างๆ ทั่วประเทศมาคุยกันเรื่องนี้ ว่าเราจะเจาะยังไงให้มันได้ เพื่อจัดการกับโฮลเซลตัวนี้ ในอดีตท่านมีข้อมูลน้อยมาก ครั้งแรกที่เรื่องถึงท่านคือวันที่ 1

รณณรงค์ : ปี 57 เคยไปร้องเรียน ปัญหาเดิมๆ ไม่ใช่ปัญหาใหม่ ซื้อทัวร์แล้วไม่ได้ไป โยนกันไปมา แล้วพอขายผ่านนายหน้าเป็นทอดๆ ไม่มีคนรับผิดชอบ แบล็กลิสต์ก็ไม่ขึ้นให้เขา แล้วเราไปตรวจสอบยังไงได้ เราแค่ประชาชนทั่วไป เอเจนซี่ก็โอนเงินลูกค้าให้บริษัทใหญ่หมดแล้ว ก็ไม่มีเงินคืน บางเจ้าไม่มีเงินคืนลูกค้านะ จะแก้ปัญหายังไง จะบอกว่าประชาชนไม่เสียหายไม่ได้

มาตรา 24 ห้าแสนเป็นข้อกฎหมายที่มีอยู่ ถ้าคนโดนโกงเป็นล้านล่ะ?

ทิพากร : ที่ไปกองปราบอยู่นอกกฎหมายฉบับนี้ เพราะที่ไปกองปราบเมื่อวานไปฟ้องฉ้อโกง ซึ่งคนละเรื่อง ฟ้องแพ่งก็ไม่ใช่บทนี้

บางทีพอถูกขู่ ไม่กล้าสู้ เพราะอะไร?

เป็ด : เราไม่ทราบเรื่องกฎหมาย แล้วเราไม่รู้เขาจะฟ้องเราข้อหาไหน ถ้าหมิ่นประมาททำให้เราติดคุกได้ครับ

พอไม่กล้าฟ้องถึงเป็นเหตุผลว่าทำไมถึงไม่มีคดีพวกนี้ออกมา เพราะมันจบตรงตัวใหญ่ขู่ตัวเล็กได้?

รณณรงค์ : ถ้ากฎหมายขู่โฮลเซลได้ ป่านนี้คงไม่มานั่งรายการโหนกระแสหรอก

บริษัทนี้ไม่ถูกจับบ้างเหรอ?

รณณรงค์ : ด้วยกลไกทางกฎหมายที่เป็นอยู่ในปัจจุบันไม่สามารถไปกำกับดูแลได้ ก็เท่ากับกรมท่องเที่ยวปล่อยช่องว่างให้โฮลเซลกับเอเจนซี่มีปัญหากัน คนขายทัวร์ให้ผู้บริโภคปลายทางก็เท่ากับจ่ายเงินฟรี ไปร้องเรียนกรมการท่องเที่ยวเอาผิดเอเจนซี่ แต่ไม่สามารถเอาผิดโฮลเซล ก็กลายเป็นว่าบริษัทที่เอาเงินลูกค้าไปกลายเป็นขาว เป็นผู้บริสุทธิ์ เช็กในระบบก็ไม่ขึ้นอะไร เรื่องนี้มีมานานแล้ว สมมติเจี้โดนแบล็กลิสต์ก็ไปขอใบอนุญาตใหม่ ใบอนุญาต 2 แสน ขอมา 4 ใบยังได้เลย ไม่เห็นแก้ปัญหาอะไรได้เลย เดี๋ยวให้เขาไปหาอธิบดีท่องเที่ยว ไปดักรอเลย ไม่เจอไม่ต้องกลับ เพราะเสียหายเป็นสิบๆ ล้าน ที่นั่นนี่ก็ 419 ที่นั่งนะ ทุกอย่างเหมือนเดิมแค่เปลี่ยนชื่อ

ทิพากร : ผู้บริหารก็แบล็กลิสต์ด้วย

รณณรงค์ : เขาก็ใช้วิธีหลบเลี่ยงได้ เปลี่ยนคนมาถือ แต่ก็ยังเหมือนเดิม ไลน์กรุ๊ปขายเอเจนซี่ก็ไลน์เดิม ไม่เห็นควบคุมอะไรได้เลย

เชอร์รี่ : เอเย่นต์ก็ไม่ทราบค่ะ เพราะไม่มีข่าวออกมา เอเย่นต์ก็ขายให้เขาต่อไปเรื่อยๆ

ทิพากร : ตอนนี้เรากำลังเปลี่ยนสถานะจากเอเย่นต์ไม่ให้เป็นผู้ประกอบการแล้ว เขาก็จะเป็นลูกค้า ไม่ใช่ผู้ประกอบการ เปลี่ยนทางกฎหมาย ต้องมีดำเนินการตามกฎหมาย

รณณรงค์ : ต้องเข้าสภา แต่สภาจะยุบแล้ว

ทิพากร : ไม่ใช่ อันนี้เป็นระเบียบเฉยๆ เป็นระเบียบของกรมเลย

ลูกทัวร์หรือกรุ๊ปทัวร์บริษัทนี้ที่จ่ายตังค์ไปแล้ว คิดว่าเขาจะได้เดินทางมั้ย?

แซม : ถ้าดูจากประวัติที่ผ่านมาในรอบหลายๆ เดือนนี้ ก็ลุ้นครึ่งๆ

เขาจะทำยังไงได้บ้าง?

รณณรงค์ : ก็รอโดนแคนเซิลสามชั่วโมงก่อนถึงสนามบินไง

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

494.gif

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top